คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Microsoft

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2560 มีอะไรใหม่

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้อธิบายว่าข้อมูลส่วนบุคคลอะไรที่เราเก็บรวบรวมจากคุณและวิธีที่เราใช้งานข้อมูล เราสนับสนุนให้คุณอ่านบทสรุปด้านล่างนี้ และคลิก "เรียนรู้เพิ่มเติม" หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง

ส่วนรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการผลิตภัณฑ์นี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เฉพาะของ Microsoft คำชี้แจงนี้มีผลบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ตามรายการด้านล่าง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft ที่แสดงคำชี้แจงนี้ การอ้างอิงไปยังผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ในคำชี้แจงนี้ประกอบด้วยบริการ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ของ Microsoft


ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมmainpersonaldatawecollect
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราให้กับคุณ คุณให้ข้อมูลเหล่านี้บางรายการกับเราโดยตรง เช่น เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft, ส่งคำสืบค้นให้กับ Bing, พูดคำสั่งเสียงกับ Cortana, อัปโหลดเอกสารไปยัง OneDrive ซื้อการสมัครใช้งาน MSDN, สมัครใช้งาน Office 365 หรือติดต่อเราสำหรับการสนับสนุน เราได้รับข้อมูลบางอย่างโดยการบันทึกวิธีการที่คุณโต้ตอบกับผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น โดยการใช้เทคโนโลยีอย่างเช่น คุกกี้ และการรับรายงานข้อผิดพลาดหรือข้อมูลการใช้งานจากซอฟต์แวร์ที่ทำงานในอุปกรณ์ของคุณ

เรายังได้ข้อมูลมาจากบุคคลที่สามอีกด้วย เราปกป้องข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สามตามวิธีปฏิบัติที่อธิบายไว้ในคำชี้แจงนี้ รวมถึงข้อจำกัดเพิ่มเติมที่กำหนด โดยแหล่งที่มาของข้อมูล แหล่งที่มาของบุคคลที่สามเหล่านี้แตกต่างกันตลอดเวลา แต่ได้รวม:

  • โบรกเกอร์ข้อมูลที่เราซื้อข้อมูลด้านประชากรเพื่อเพิ่มข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม
  • เครือข่ายสังคมเมื่อคุณให้สิทธิ์แก่ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ในการเข้าถึงข้อมูลของคุณบนเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย
  • ผู้ให้บริการที่ช่วยให้เรากำหนดตำแหน่งที่ตั้งตามที่อยู่ IP ของคุณเพื่อปรับแต่งผลิตภัณฑ์ที่ระบุให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ตั้งของคุณ
  • คู่ค้าที่เรานำเสนอบริการของแบรนด์ร่วม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมการตลาดร่วมกัน และ
  • แหล่งที่มีที่มีให้แบบสาธารณะ เช่น ฐานข้อมูลรัฐบาลแบบเปิดเผย หรือข้อมูลอื่นๆ ในโดเมนสาธารณะ

คุณมีทางเลือกต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม คุณสามารถปฏิเสธได้ เมื่อคุณถูกขอให้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากคุณเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ คุณอาจไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ดังกล่าวได้

ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ต่างๆ ที่คุณใช้งาน และรวมถึงรายการต่อไปนี้:

ชื่อและข้อมูลที่ติดต่อ เราเก็บรวบรวมชื่อและนามสกุล อีเมลแอดเดรส ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลที่ติดต่อที่คล้ายกันอื่นๆ ของคุณ

ข้อมูลประจำตัว เราเก็บรวบรวมรหัสผ่าน คำใบ้รหัสผ่าน และข้อมูลความปลอดภัยในทำนองเดียวกัน ซึ่งใช้สำหรับการรับรองความถูกต้องและการเข้าถึงบัญชี

ข้อมูลด้านประชากร เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณ เช่น อายุ เพศ ประเทศ และภาษาที่คุณต้องการใช้

ข้อมูลการชำระเงิน เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินการชำระเงินของคุณถ้าคุณทำการซื้อสินค้า เช่น หมายเลขเครื่องมือในการชำระเงินของคุณ (เช่น หมายเลขบัตรเครดิต) และรหัสความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือในการชำระเงินของคุณ

ข้อมูลอุปกรณ์และการใช้งาน เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณและวิธีการที่คุณและอุปกรณ์ของคุณโต้ตอบกับ Microsoft และผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น เราได้รวบรวม:

  • ข้อมูลการใช้งานผลิตภัณฑ์ เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างที่คุณใช้งาน รายการที่คุณซื้อ และเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชม ข้อมูลนี้รวมถึงเสียงของคุณ และคำถามค้นหาข้อความ หรือคำสั่งกับ Bing, Cortana และ chat bot ของเรา
  • ข้อมูลอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่า เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณและเครือข่ายที่คุณใช้ในการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเรา ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ของคุณ เช่น หมายเลขผลิตภัณฑ์ และรวมถึงที่อยู่ IP, ตัวระบุอุปกรณ์ (เช่น หมายเลข IMEI สำหรับโทรศัพท์) การตั้งค่าภูมิภาคและภาษา
  • รายงานข้อผิดพลาดและข้อมูลประสิทธิภาพการทำงาน เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และปัญหาใดๆ ที่คุณพบ ข้อมูลนี้จะช่วยให้เราสามารถวินิจฉัยปัญหาในผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ และเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราและมอบวิธีแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และการตั้งค่าของคุณ รายงานข้อผิดพลาดสามารถรวมข้อมูลต่างๆ เช่น ประเภท หรือระดับความรุนแรงของปัญหา รายละเอียดของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้อกับข้อผิดพลาด เนื้อหาของไฟล์ที่คุณกำลังใช้เมื่อเกิดข้อผิดพลาด และข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์อื่นๆ บนอุปกรณ์ของคุณ
  • ข้อมูลสนับสนุน เมื่อคุณโต้ตอบกับ Microsoft สำหรับการสนับสนุน เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณและฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุน ข้อมูลเหล่านั้นรวมทั้งข้อมูลที่ติดต่อหรือข้อมูลการรับรองความถูกต้อง เนื้อหาการสนทนาและการติดต่อสื่อสารอื่นๆ กับฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของอุปกรณ์และแอปพลิเคชันเมื่อเกิดข้อผิดพลาดและระหว่างการวินิจฉัย และข้อมูลระบบและรีจิสทรีเกี่ยวกับการติดตั้งซอฟต์แวร์และการกำหนดค่าฮาร์ดแวร์

สิ่งที่สนใจและรายการโปรด เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณสนใจและรายการโปรดต่างๆ เช่น ทีมที่คุณติดตามในแอปพลิเคชันกีฬา หุ้นที่คุณติดตามในแอปพลิเคชันการเงิน หรือเมืองที่คุณชื่นชอบที่คุณได้เพิ่มไว้ในแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ นอกจากข้อมูลที่คุณระบุไว้อย่างชัดเจนแล้ว เราอาจได้รับข้อมูลสิ่งที่สนใจและรายการโปรดของคุณจากสรุปหรือกรองจากข้อมูลอื่นที่เราเก็บไว้

รายชื่อผู้ติดต่อและความสัมพันธ์ เราเก็บข้อมูลเกี่ยวกับที่ติดต่อและความสัมพันธ์ของคุณ ถ้าคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เพื่อจัดการ หรือสื่อสาร หรือโต้ตอบกับผู้คนหรือองค์กร

ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งตำแหน่งที่ตั้งที่มีความแม่นยำสูงหรือตำแหน่งที่ตั้งโดยประมาณ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำอาจเป็นข้อมูล Global Position System (GPS) ตลอดจนข้อมูลใกล้เคียงที่ระบุโดยหอกระจายสัญญาณและ Wi-Fi ฮอตสปอต เราเก็บข้อมูลเมื่อคุณเปิดใช้ผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ที่อ้างอิงตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่แม่นยำ เช่น ตำแหน่งที่ตั้งที่ได้รับจากที่อยู่ IP หรือข้อมูลที่ระบุตำแหน่งของคุณซึ่งมีความแม่นยำน้อย เช่น เมืองหรือรหัสไปรษณีย์

เนื้อหา เราเก็บรวบรวมเนื้อหาไฟล์และการติดต่อสื่อสารของคุณเมื่อจำเป็น เพื่อมอบให้คุณพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ เช่น ถ้าคุณรับอีเมลด้วย Outlook.com หรือ Exchange Online เราจำเป็นต้องเก็บเนื้อหาของอีเมลฉบับนั้นไว้เพื่อส่งไปยังกล่องขาเข้าของคุณ แสดงเนื้อหาแก่คุณ อนุญาตให้คุณตอบกลับอีเมลนั้น และเก็บรักษาอีเมลไว้จนกว่าคุณจะเลือกหรือลบอีเมล ตัวอย่างของข้อมูลชนิดนี้ ได้แก่ เนื้อหาของเอกสารของคุณ ภาพถ่าย เพลงหรือวิดีโอที่คุณอัปโหลดขึ้นบนบริการของ Microsoft เช่น OneDrive รวมถึงเนื้อหาของการติดต่อสื่อสารที่คุณรับหรือส่งโดยใช้ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เช่น Outlook.com หรือ Skype ซึ่งรวมถึง:

  • บรรทัดหัวเรื่องและเนื้อความของอีเมล
  • ข้อความหรือเนื้อหาอื่นๆ ของข้อความโต้ตอบ
  • การบันทึกเสียงและวิดีโอของข้อความในรูปแบบวิดีโอ และ
  • การบันทึกเสียงและการถอดข้อความเสียงที่คุณรับ หรือข้อความตัวอักษรที่เขียนตามคำบอกของคุณ

นอกจากนี้ เรายังเก็บรวบรวมเนื้อหาของข้อความที่คุณส่งให้กับเรา อย่างเช่น คำติชมและคำวิจารณ์ผลิตภัณฑ์ที่คุณเขียน หรือคำถามและข้อมูลที่คุณให้เพื่อขอรับการสนับสนุนลูกค้า เมื่อคุณติดต่อเรา เช่น สำหรับการสนับสนุนลูกค้า บทสนทนาทางโทรศัพท์ หรือเซสชันการสนทนากับตัวแทนของเราอาจมีการควบคุมและบันทึกเสียงด้วย หากคุณเข้าไปที่ร้านค้าปลีกของเราหรือที่อื่นๆ กล้องสำหรับรักษาความปลอดภัยของเราอาจจับภาพของคุณไว้

ส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะที่ด้านล่างนี้ อธิบายเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูล ที่บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น

วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลวิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลmainhowweusepersonaldatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft ใช้ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์พื้นฐานสามอย่างตามที่อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ด้านล่างนี้: (1) เพื่อดำเนินธุรกิจของเราและมอบ (รวมถึงการปรับปรุงและปรับแต่งให้เป็นแบบส่วนตัว) ผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอ (2) เพื่อส่งการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการติดต่อสื่อสารสำหรับการส่งเสริมการขาย และ (3) สำหรับผลิตภัณฑ์บางอย่าง จะใช้เพื่อแสดงโฆษณา

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์เหล่านี้ เราได้รวมข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่อง สมํ่าเสมอและปรับให้เป็นส่วนตัวแก่คุณ เช่น Cortana สามารถใช้ทีมกีฬาทีมโปรดที่คุณเพิ่มในแอป Microsoft Sports เพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของคุณ หรือ Windows Store สามารถใช้ข้อมูลเกี่ยวกับแอปและบริการที่คุณใช้ เพื่อสร้างคำแนะนำแบบปรับให้เป็นส่วนตัวเกี่ยวกับแอป อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัว เรามีการป้องกันทางเทคโนโลยีและกระบวนการในแอป ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องชุดข้อมูลบางอย่าง ตัวอย่างเช่น เราจัดเก็บข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากคุณ เมื่อคุณไม่ได้รับรองความถูกต้อง (ไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้) แยกต่างหากจากข้อมูลบัญชีผู้ใช้ใดๆ ที่ระบุตัวตนของคุณโดยตรง เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ

มอบผลิตภัณฑ์และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเรา เราใช้ข้อมูลเพื่อมอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่เราเสนอ และดำเนินงานที่จำเป็นทางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการผลิตภัณฑ์ การบำรุงรักษาและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ การวิจัย และการให้การสนับสนุนแก่ลูกค้า ตัวอย่างของการใช้งานดังกล่าวประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

  • การมอบผลิตภัณฑ์ เราใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินการธุรกรรมของคุณกับทางเรา และเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์ของเราให้กับคุณ บ่อยครั้งที่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้รวมคุณลักษณะและคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความเพลิดเพลินของคุณ และปรับแต่งประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณอัตโนมัติโดยยึดตามข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับกิจกรรม สิ่งที่คุณสนใจ และตำแหน่งที่ตั้งของคุณ
  • การสนับสนุนลูกค้า เราใช้ข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยปัญหาของผลิตภัณฑ์ ซ่อมแซมอุปกรณ์ของลูกค้า และให้บริการดูแลลูกค้าและบริการสนับสนุนอื่นๆ
  • การเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ เราใช้ข้อมูลต่างๆ อาทิ ชนิดของอุปกรณ์และแอปพลิเคชัน ตำแหน่งที่ตั้ง รวมทั้งตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันของอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน เครือข่าย และการสมัครสมาชิก เพื่อเปิดใช้งานซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ต้องทำการเปิดใช้งาน
  • การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เราใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มฟีเจอร์หรือความสามารถใหม่ๆ เช่น การใช้รายงานข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัย การใช้คำสืบค้นและการคลิกใน Bing เพื่อปรับปรุงความเกี่ยวข้องของผลการค้นหา การใช้ข้อมูลการใช้งานเพื่อจัดลำดับความสำคัญของฟีเจอร์ใหม่ หรือการใช้การบันทึกเสียงจากฟีเจอร์การป้อนข้อมูลด้วยเสียงเพื่อปรับปรุงความแม่นยำของการรู้จำเสียงพูด
  • การรักษาความปลอดภัย ความปลอดภัยและการแก้ปัญหาข้อโต้แย้ง เราใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเราและลูกค้าของเรา เพื่อตรวจหาและป้องกันการฉ้อโกง เพื่อยืนยันการมีผลบังคับใช้ของการอนุญาตให้ใช้สิทธิสำหรับซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงของเรา ฟีเจอร์และผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยของเราสามารถขัดจังหวะการทำงานของซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ หากพบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายบนอุปกรณ์ของพวกเขา เช่น บริการการติดต่อสื่อสารและบริการการซิงค์ไฟล์ต่างๆ ของเราจะสแกนเนื้อหาอย่างเป็นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อระบุสแปมที่น่าสงสัย ไวรัส การกระทำที่เป็นอันตราย หรือ URL ที่ถูกตั้งค่าสถานะว่าเป็นการฉ้อฉล หรือลิงก์ที่เป็นฟิชชิ่งหรือมัลแวร์ และเราอาจบล็อกการส่งการติดต่อสื่อสาร หรือนำเนื้อหานั้นออกไป ถ้าเนื้อหานั้นละเมิดข้อกำหนดของเรา
  • การดำเนินธุรกิจ เราใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาการวิเคราะห์แบบรวมและข่าวกรองธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เราดำเนินงาน ป้องกัน ทำการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล และรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของธุรกิจของเรา

การติดต่อสื่อสาร เราใช้ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเพื่อส่งและปรับการติดต่อสื่อสารของเรากับคุณให้เป็นแบบส่วนตัว ตัวอย่างเช่น เราอาจจะติดต่อคุณทางอีเมลหรือช่องทางการสื่อสารอื่น เพื่อแจ้งคุณเกี่ยวกับวันที่สิ้นสุดของการสมัครรับบริการ แจ้งให้คุณทราบเมื่อมีการอัปเดตการรักษาความปลอดภัย เตือนคุณเกี่ยวกับรายการที่ค้างอยู่ในรถเข็นสินค้าออนไลน์ แจ้งข้อมูลล่าสุดกับคุณหรือสอบถามเกี่ยวกับคำขอบริการหรือการซ่อม เชิญให้คุณเข้าร่วมในการตอบแบบสำรวจ หรือเพื่อบอกคุณว่าคุณต้องดำเนินการเพื่อรักษาบัญชีของคุณให้เปิดใช้งานอยู่ นอกจากนี้ คุณสามารถลงทะเบียนสำหรับการสมัครรับบริการทางอีเมล และเลือกว่าคุณต้องการที่จะรับการติดต่อสื่อสารเพื่อส่งเสริมการขายจาก Microsoft ทางอีเมล SMS จดหมาย และโทรศัพท์หรือไม่ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการการสมัครรับบริการทางอีเมลและการติดต่อสื่อสารสำหรับการส่งเสริมการขาย โปรดไปที่ส่วน การเข้าถึงและการควบคุม ของคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

สื่อโฆษณา ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเราได้รับการสนับสนุนโดยการโฆษณา เราแชร์ข้อมูลที่เรารวบรวมมากับบริษัทภายนอก เช่น AOL และ AppNexus ดังนั้นบริษัทเหล่านั้นสามารถเลือกและแสดงโฆษณาบางอย่างให้คุณเห็นบนไซต์และแอปต่างๆ ของเรา รวมถึงไซต์และแอปอื่นๆ ที่ให้บริการโดยบริษัทคู่ค้าเหล่านี้ โฆษณาที่คุณเห็นอาจเลือกตามตำแหน่งปัจจุบันของคุณ คำสืบค้น หรือเนื้อหาที่คุณกำลังดู โฆษณาอื่นๆ จะถูกกำหนดเป้าหมายโดยยึดตามสิ่งที่คุณน่าจะสนใจหรือข้อมูลอื่นๆ ที่เราเรียนรู้เกี่ยวกับคุณมาตลอด โดยใช้ข้อมูลด้านประชากร คำสืบค้น สิ่งที่สนใจ และรายการโปรด ข้อมูลการใช้งานจากไซต์และแอปของเรา และจากไซต์และแอปของผู้ลงโฆษณาและคู้ค้าของเรา และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งเราหมายถึง "โฆษณาที่อิงตามความสนใจ" ในคำชี้แจงนี้ เรารวมคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณโดยใช้ข้อมูลที่เรารวบรวม (อย่างเช่นที่อยู่ IP) เมื่อเบราว์เซอร์โต้ตอบกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อออกโฆษณาที่อิงตามความสนใจ หากคุณปฏิเสธเข้าร่วมโฆษณาโดยยึดตามความสนใจที่ได้รับ ระบบจะไม่ใช้งานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับคุกกี้เหล่านี้ Microsoft จะไม่ใช้สิ่งที่คุณกล่าวถึงในอีเมล การสนทนา การสนทนาทางวิดีโอหรือข้อความเสียง หรือเอกสารของคุณ ภาพถ่ายหรือไฟล์ส่วนตัวอื่นๆ เพื่อทำให้คุณเป็นเป้าหมายในการโฆษณา คุณสามารถเลือกที่จะไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ได้ โดยไปที่ หน้าปฏิเสธการเข้าร่วม ของเรา ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการควบคุมการโฆษณามีอยู่ในส่วน การเข้าถึงและการควบคุม ของคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณารวมถึง:

  • วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดและพันธะผูกพันของอุตสาหกรรมโฆษณา Microsoft เป็นสมาชิกของ Network Advertising Initiative (NAI) และยึดถือแนวทางปฏิบัติของ NAI นอกจากนี้ เรายังปฏิบัติตามโครงการกำกับดูแลตนเองต่อไปนี้อีกด้วย:
  • เด็กและการโฆษณา เราจะไม่แสดงโฆษณาที่อิงตามความสนใจแก่เด็ก ซึ่งวันเกิดในบัญชี Microsoft บ่งชี้ว่ามีอายุน้อยกว่า 13 ปี
  • การจัดเก็บข้อมูล สำหรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจ เราจะจัดเก็บข้อมูลไว้ไม่เกิน 13 เดือน เว้นแต่ว่าเราจะได้รับความยินยอมจากคุณให้จัดเก็บข้อมูลได้นานกว่านั้น
  • การแชร์ข้อมูล ในบางกรณี เราแชร์รายงานเกี่ยวกับข้อมูลที่เราได้เก็บรวบรวมจากไซต์หรือจากโฆษณาของบริษัทโฆษณากับบริษัทโฆษณา ผู้ลงโฆษณาอาจเลือกที่จะวาง เว็บบีคอน ของเราลงบนไซต์ของพวกเขา เพื่ออนุญาตให้ Microsoft รวบรวมข้อมูลบนไซต์ของพวกเขาได้ เช่น กิจกรรมต่างๆ การซื้อและการเยี่ยมชม ซึ่งเราใช้ข้อมูลนี้เพื่อช่วยกำหนดกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาให้แก่ลูกค้าในนามของการลงโฆษณาของเรา นอกจากนี้ เรายังแชร์ข้อมูลโดยตรงกับผู้ให้บริการ (เช่น AOL และ AppNexus) เพื่ออนุญาตให้พวกเขาให้บริการในนามของเรา หรือเพื่อเป็นคู่ค้ากับเราในการเลือกและให้บริการโฆษณาสำหรับคู่ค้าการโฆษณาของเรา
  • ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยบริษัทอื่นๆ บางครั้งผู้โฆษณาก็รวม เว็บบีคอน ของตนเอง (หรือของคู่ค้าโฆษณารายอื่นๆ ของตน) ไว้ในโฆษณาที่เราแสดงเพื่อให้สามารถกำหนดการอ่าน คุกกี้ ของตนเองได้ นอกจากนี้ Microsoft ยังเป็นคู่ค้ากับบริษัทโฆษณาภายนอก เพื่อให้บริการที่ระบุสำหรับโฆษณาของเรา และเรายังอนุญาตให้บริษัทโฆษณาภายนอกอื่นๆ แสดงโฆษณาบนไซต์ของเราได้ด้วย บริษัทภายนอกเหล่านี้อาจวางคุกกี้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ และเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณในเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทเหล่านี้รวมถึง แต่ไม่จำกัดแค่เพียง: A9, AOL Advertising, AppNexus, Criteo, Facebook, MediaMath, nugg.adAG, Rocket Fuel, Yahoo!. คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติของบริษัทแต่ละแห่ง ซึ่งรวมถึงตัวเลือกที่บริษัทเสนอให้ โดยคลิกที่ชื่อบริษัทด้านบนนี้ บริษัทหลายแห่งเป็นสมาชิกของ NAI หรือ DAA ซึ่งแต่ละแห่งมีวิธีที่เรียบง่ายในการปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาจากบริษัทที่เข้าร่วม
เหตุผลที่เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลเหตุผลที่เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลmainreasonswesharepersonaldatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยความยินยอมของคุณหรือตามที่จำเป็น เพื่อทำธุรกรรมใดๆ ให้แล้วเสร็จ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่คุณร้องขอหรืออนุญาต ตัวอย่างเช่น เราแชร์ข้อมูลของคุณกับบุคคลที่สามเมื่อคุณบอกให้เราดำเนินการเช่นนั้น เช่น เมื่อคุณส่งอีเมลให้กับเพื่อน แชร์ภาพและเอกสารใน OneDrive หรือเชื่อมโยงบัญชีเข้ากับบริการอื่น เมื่อคุณให้ข้อมูลการชำระเงินเพื่อทำการซื้อ เราจะแชร์ข้อมูลการชำระเงินให้กับธนาคารและหน่วยงานอื่นๆ ที่ดำเนินการธุรกรรมการชำระเงิน หรือบริการการเงินอื่นๆ และเพื่อการป้องกันการฉ้อโกงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต

นอกจากนี้ เรายังแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทในเครือและบริษัทสาขาที่ Microsoft ควบคุมอีกด้วย และเรายังแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้จำหน่ายหรือตัวแทนที่ทำงานในนามของเราเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่อธิบายไว้ในคำชี้แจงนี้ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่เราจ้างมาเพื่อให้การสนับสนุนบริการลูกค้าหรือช่วยปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้บริการและระบบของเรานั้นอาจจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้การทำงานดังกล่าว ในกรณีดังกล่าว บริษัทเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูลของเรา และไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่พวกเขาได้รับจากเราไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด เรายังอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมขององค์กร เช่น การควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายสินทรัพย์

และประการสุดท้าย เราจะเข้าถึง โอนถ่าย เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเนื้อหาของคุณ (เช่น เนื้อหาของอีเมลของคุณใน Outlook.com หรือไฟล์ในโฟลเดอร์ส่วนบุคคลบน OneDrive) เมื่อเรามีความเชื่อโดยสุจริตว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นในกรณีดังต่อไปนี้:

  1. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือตอบสนองต่อกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้อง รวมทั้งจากการบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ
  2. เพื่อคุ้มครองลูกค้าของเรา เช่นเพื่อป้องกันสแปม หรือเพื่อความพยายามต่อต้านการฉ้อฉลให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา หรือเพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บสาหัสของผู้ใด
  3. เพื่อดำเนินการและรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเรา รวมถึงป้องกันหรือหยุดยั้งการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายของเรา หรือ
  4. ป้องกันสิทธิ์หรือคุณสมบัติของ Microsoft รวมถึงบังคับใช้ข้อกำหนดที่ควบคุมการใช้บริการ อย่างไรก็ตามหากเราได้รับข้อมูลที่ระบุว่ามีบางคนกำลังใช้บริการของเราเพื่อส่งข้อมูลทรัพย์สินลิขสิทธิ์ทางปัญหาหรือกายภาพของ Microsoft เราจะไม่ตรวจสอบเนื้อหาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเอง แต่เราอาจอ้างอิงเรื่องนี้ไปยังฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เราเปิดเผยตามคำขอของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ โปรดดูรายงานความโปร่งใสของการบังคับใช้กฎหมายของเราได้ที่microsoft.com/about/corporatecitizenship/en-us/reporting/transparency

โปรดทราบว่าผลิตภัณฑ์บางส่วนของเราอาจมีลิงก์ไปยังผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นที่มีวิธีปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวแตกต่างจาก Microsoft ถ้าคุณให้ข้อมูลส่วนตัวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ข้อมูลของคุณจะได้รับการควบคุมภายใต้คำประกาศความเป็นส่วนตัวของพวกเขา

วิธีเข้าถึงและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณวิธีเข้าถึงและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณmainhowtoaccesscontrolyourdatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

คุณสามารถดู แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแบบออนไลน์ได้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Microsoft นอกจากนี้ คุณยังสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับคอลเลกชันของ Microsoft และการใช้งานข้อมูลของคุณได้อีกด้วย วิธีที่คุณสามารถเข้าถึงหรือควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนั้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ ตัวอย่างเช่น:

  • แดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft คุณสามารถดูและควบคุมข้อมูลกิจกรรมจากบริการของ Microsoft หลายๆ รายการบนแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft ที่: account.microsoft.com/privacy จากที่นี่ คุณสามารถดู และล้างข้อมูลการเรียกดู การค้นหา และตำแหน่งที่ตั้งที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Microsoft ของคุณ นอกจากนี้คุณสามารถจัดการข้อมูลในสมุดบันทึกของ Cortana และบริการ Microsoft Health ของคุณ
  • บัญชี Microsoft ถ้าคุณต้องการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลโปรไฟล์และข้อมูลการชำระเงินใน บัญชี Microsoft เปลี่ยนรหัสผ่าน เพิ่มข้อมูลความปลอดภัย หรือปิดบัญชีของคุณ คุณสามารถทำได้โดยไปที่ account.microsoft.com ในหน้านี้ คุณยังสามารถเข้าถึงการควบคุมสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft ได้อีกด้วย
  • Skype ถ้าคุณต้องการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลโปรไฟล์และข้อมูลการชำระเงินในบัญชี Skype หรือเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชีของคุณได้ที่ login.skype.com/login
  • Xbox ถ้าคุณใช้งาน Xbox Live หรือ Xbox.com คุณสามารถดูหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมทั้งการเรียกเก็บเงินและข้อมูลบัญชี การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว การตั้งค่าความปลอดภัยออนไลน์และการแชร์ข้อมูล ด้วยการเข้าไปที่ Xbox ของฉัน จากเครื่อง Xbox หรือไปที่เว็บไซต์ Xbox.com
  • Microsoft Store คุณสามารถเข้าถึงโปรไฟล์และบัญชี Microsoft Store ของคุณได้ โดยไปที่ www.microsoftstore.com/ และคลิก "ดูบัญชี" หรือ "ประวัติการสั่งซื้อ"
  • Microsoft.com คุณสามารถเข้าถึงและอัปเดตโปรไฟล์ของคุณได้ใน microsoft.com โดยไปที่ Microsoft.com Profile Center ถ้าคุณมีโปรไฟล์สาธารณะของ Microsoft Developer Network คุณสามารถเข้าถึงและแก้ไขได้ที่ connect.microsoft.com/profile.aspx

ถ้าคุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบางอย่างที่ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เก็บรวบรวมผ่านลิงก์ด้านบนหรือผ่านทางบริการต่างๆ โดยตรง คุณสามารถติดต่อ Microsoft ได้เสมอ โดยใช้ เว็บฟอร์ม ของเรา เราจะตอบกลับคำขอเข้าถึงหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายใน 30 วัน

การกำหนดลักษณะการติดต่อสื่อสารของคุณ

คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการรับการติดต่อสื่อสารสำหรับการส่งเสริมการขายจาก Microsoft ทางอีเมล SMS จดหมาย และโทรศัพท์หรือไม่ ถ้าคุณได้รับข้อความอีเมลส่งเสริมการขายหรือข้อความ SMS จากเรา และไม่อยากได้รับอีกในอนาคต คุณสามารถทำได้ด้วยการทำตามขั้นตอนในข้อความนั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการรับอีเมล โทรศัพท์ และไปรษณีย์ส่งเสริมการขายได้โดยการลงชื่อเข้าใช้งานด้วย บัญชี Microsoft ส่วนตัวของคุณ และดู สิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งคุณสามารถอัปเดตข้อมูลการติดต่อ จัดการการกำหนดค่าการติดต่อจาก Microsoft ในวงกว้าง เลือกยกเว้นการสมัครใช้งานทางอีเมล และเลือกว่าจะแชร์ข้อมูลการติดต่อของคุณให้กับคู่ค้าของ Microsoft หรือไม่ ถ้าคุณไม่มีบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล คุณสามารถกำหนดลักษณะการติดต่อทางอีเมล Microsoft ได้ โดยใช้ เว็บฟอร์ม นี้ ตัวเลือกเหล่านี้จะไม่นำไปใช้กับบริการการติดต่อสื่อสารบังคับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการของ Microsoft บางส่วน หรือเพื่อทำการสำรวจหรือการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลอื่นๆ ที่มีวิธีการยกเลิกการสมัครใช้งานอยู่แล้ว

ทางเลือกในการรับโฆษณาของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ได้ โดยไปที่ หน้าปฏิเสธการเข้าร่วม ของเรา เมื่อคุณเลือกที่จะปฏิเสธเข้าร่วม การเลือกของคุณจะเก็บไว้ใน คุกกี้ ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเว็บเบราว์เซอร์ที่คุณใช้อยู่ คุกกี้การปฏิเสธเข้าร่วมนี้จะหมดอายุในห้าปี ถ้าคุณลบคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณจะต้องดำเนินการปฏิเสธเข้าร่วมใหม่อีกครั้ง

คุณยังสามารถเชื่อมโยงตัวเลือกการปฏิเสธเข้าร่วมนี้เข้ากับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณได้ด้วย การเชื่อมโยงดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ที่คุณใช้บัญชีนั้น และจะมีผลใช้งานไปจนกว่าจะมีใครลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลบัญชีอื่นในอุปกรณ์เครื่องนั้น ถ้าหากคุณลบคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้การตั้งค่านี้มีผลใช้งานได้

สำหรับโฆษณาที่ปรากฏในแอปบน Windows คุณสามารถใช้ตัวเลือกการปฏิเสธเข้าร่วมที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ หรือปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจโดยการปิด รหัสโฆษณา ในการตั้งค่า Windows

เนื่องจากข้อมูลที่ใช้สำหรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจะถูกนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์ที่จำเป็นอื่นๆ ด้วย (รวมทั้งผลิตภัณฑ์ของเรา การวิเคราะห์ และการตรวจสอบการฉ้อฉล) การปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจไม่ได้เป็นการหยุดการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้รับโฆษณาหรือเห็นโฆษณาน้อยลง อย่างไรก็ตาม หากคุณปฏิเสธการรับโฆษณา โฆษณาที่คุณรับจะไม่ได้อิงตามความสนใจของคุณอีกต่อไป และอาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณสนใจน้อยลง

การควบคุมบนเบราว์เซอร์

  • การควบคุมคุกกี้ การควบคุมคุกกี้ที่ทำงานบนเบราว์เซอร์ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายไว้ในส่วน คุกกี้ ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
  • การป้องกันการติดตาม Internet Explorer (เวอร์ชัน 9 ขึ้นไป) มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า การป้องกันการติดตาม ที่บล็อกเนื้อหาของบุคคลที่สาม รวมทั้งคุกกี้จากไซต์ใดๆ ที่ระบุอยู่ในรายการการป้องกันการติดตามที่คุณเพิ่มเข้าไป เมื่อจำกัดการเรียกไปยังไซต์เหล่านี้ เบราว์เซอร์ก็จะจำกัดข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณที่เว็บไซต์ของบริษัทภายนอกเหล่านี้สามารถรวบรวมได้
  • การควบคุมเบราว์เซอร์สำหรับ “ไม่ต้องติดตาม” เบราว์เซอร์บางตัวได้รวมเอาฟีเจอร์ “ไม่ต้องติดตาม” (DNT) ที่สามารถส่งสัญญาณไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมเอาไว้ เพื่อระบุว่าคุณไม่ต้องการให้มีการติดตาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการตีความสัญญาณ DNT บริการของ Microsoft จึงไม่ได้ตอบสนองใดๆ ต่อสัญญาณ DNT เราจะดำเนินการร่วมกันภายในวงการออนไลน์ต่อไปเพื่อกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการกับสัญญาณ DNT ในระหว่างนี้ คุณสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ อีกหลากหลายที่เราให้ไว้ เพื่อควบคุมการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล รวมทั้งความสามารถในการปฏิเสธเข้าร่วมรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ตามที่ได้อธิบายไว้ด้านบน

คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันmaincookiessimilartechnologiesmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft ใช้คุกกี้ (ไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่อยู่ในเครื่องของคุณ) และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อมอบเว็บไซต์และการบริการออนไลน์ของเรา และเพื่อช่วยเหลือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อความในคุกกี้ส่วนมากจะประกอบด้วยชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ระบุเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณโดยเฉพาะ แต่ก็อาจมีข้อมูลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แอปพลิเคชันของ Microsoft ใช้ตัวระบุอื่นๆ เช่น รหัสโฆษณา ใน Windows สำหรับวัตถุประสงค์ที่คล้ายกัน และเว็บไซต์หลายๆ เว็บของเรายังประกอบด้วยเว็บบีคอนและเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกัน ดังที่อธิบายไว้ด้านล่าง

วิธีการใช้งานคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

Microsoft ใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันสำหรับวัตถุประสงค์หลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์รวมทั้ง:

  • การจัดเก็บการกำหนดลักษณะและการตั้งค่าของคุณ การตั้งค่าที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง หรือที่คงการกำหนดลักษณะของคุณไว้เมื่อเวลาผ่านไป อาจถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่เมืองหรือรหัสไปรษณีย์ของคุณเพื่อรับข่าวท้องถิ่นหรือข้อมูลสภาพอากาศบนเว็บไซต์ของ Microsoft เราอาจเก็บข้อมูลนั้นในคุกกี้เพื่อให้คุณเห็นข้อมูลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเมื่อคุณกลับไปยังไซต์นั้น ถ้าคุณเลือกปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจ เราจะเก็บการกำหนดลักษณะการปฏิเสธไม่รับโฆษณาของคุณไว้ในคุกกี้ในเครื่องของคุณ
  • การลงชื่อเข้าใช้งานและการรับรองความถูกต้อง เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้เว็บไซต์ โดยใช้ บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ เราจะจัดเก็บหมายเลข ID ที่ไม่ซ้ำกัน และเวลาที่คุณลงชื่อเข้าใช้ไว้ในคุกกี้ที่เข้ารหัสในอุปกรณ์ของคุณ คุกกี้นี้จะยินยอมให้คุณย้ายจากเพจหนึ่งไปยังอีกเพจหนึ่งได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการลงชื่อเข้าระบบอีกในแต่ละเพจ
  • โฆษณาที่อิงตามความสนใจ Microsoft ใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมกิจกรรมออนไลน์ของคุณ และระบุความสนใจของคุณเพื่อให้เราสามารถนำเสนอโฆษณาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด คุณสามารถเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วน การเข้าถึงและการควบคุม ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
  • การวิเคราะห์ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเรา เราใช้คุกกี้และตัวระบุอื่นๆ ในการรวบรวมข้อมูลการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงาน ตัวอย่างเช่น เราใช้คุกกี้เพื่อนับจำนวนของผู้เข้าชมเฉพาะที่เข้ามายังหน้าเว็บหรือบริการ และเพื่อพัฒนาสถิติด้านอื่นๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์ของเรา

คุกกี้ที่เราใช้บ่อยบางคุกกี้จะแสดงรายการอยู่ในแผนภูมิต่อไปนี้ รายการนี้ยังไม่ครบถ้วน หากแต่มีเจตนาเพื่อแสดงเหตุผลหลักที่เราตั้งค่าคุกกี้โดยทั่วไป ถ้าคุณเข้าเยี่ยมชมหนึ่งในเว็บไซต์ของเรา ไซต์อาจตั้งค่าคุกกี้บางส่วนหรือทั้งหมดดังต่อไปนี้:

ชื่อคุกกี้รายละเอียด

MUID

ระบุเบราว์เซอร์เฉพาะของเว็บที่เยี่ยมชมไซต์ Microsoft โดยจะถูกใช้เพื่อการโฆษณา การวิเคราะห์เว็บไซต์และวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติงานอื่นๆ

ANON

ประกอบด้วย ANID ซึ่งเป็นตัวระบุเฉพาะที่ได้รับจากบัญชี Microsoft ของคุณ โดยจะถูกใช้เพื่อการโฆษณา การตั้งค่าส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังใช้เพื่อเก็บรักษาข้อมูลที่คุณเลือกปฏิเสธการรับโฆษณาที่ยึดตามความสนใจจาก Microsoft เมื่อคุณเลือกปฏิเสธการรับโฆษณาด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ

CC

ประกอบด้วยรหัสประเทศตามที่กำหนดจากที่อยู่ IP ของคุณ

RPSTAuth, MSNRPSAuth, KievRPSAuth

ช่วยรับรองความถูกต้องให้คุณเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ

NAP

ประกอบด้วยข้อมูลเข้ารหัสที่ประกอบด้วยข้อมูลประเทศ รหัสไปรษณีย์ อายุ เพศ ภาษาและอาชีพของคุณ หากข้อมูลนั้นเป็นที่ทราบอยู่แล้ว โดยขึ้นอยู่กับโพรไฟล์ของบัญชี Microsoft ของคุณ

MH

จะปรากฏขึ้นในเว็บไซต์ของแบรนด์ร่วมบริการ ที่ Microsoft เป็นคู่ค้ากับผู้โฆษณา คุกกี้นี้จะกำหนดผู้โฆษณา เพื่อให้สามารถเลือกโฆษณาที่เหมาะสม

TOptOut

บันทึกการตัดสินใจของคุณที่จะไม่รับโฆษณาที่ยึดตามความสนใจที่ Microsoft นำเสนอ

นอกจากคุกกี้ที่ Microsoft ตั้งค่าไว้เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราแล้ว ผู้อื่นก็อาจตั้งค่าคุกกี้บางอย่างไว้เมื่อคุณเยี่ยมชมไซต์ Microsoft เช่นกัน ในบางกรณี เนื่องจากเราได้ว่าจ้างให้บุคคลที่สามเพื่อให้บริการบางอย่างในฐานะตัวแทนของเรา เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์ ในกรณีอื่นๆ เนื่องจากเว็บไซต์ของเราประกอบด้วยเนื้อหาหรือโฆษณาจากบุคคลที่สาม เช่น ภาพวีดีโอ ข่าวหรือโฆษณาที่ส่งมาจากเครือข่ายสื่อโฆษณาอื่นๆ เนื่องจากเบราว์เซอร์ของคุณเชื่อมต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์บุคคลที่สามเพื่อรับเนื้อหา บุคคลที่สามเหล่านั้นสามารถตั้งค่าหรืออ่านคุกกี้ของตนไว้ในเครื่องของคุณ และอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณภายในเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์

วิธีควบคุมคุกกี้

เว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ยอมรับคุกกี้โดยอัตโนมัติแต่จะให้การควบคุมที่อนุญาตให้คุณปิดกั้นหรือลบคุกกี้เหล่านั้นได้ เช่น ใน Microsoft Edge คุณสามารถบล็อกหรือลบคุกกี้ได้ โดยการคลิก การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > คุกกี้ คำแนะนำสำหรับการบล็อกหรือลบคุกกี้ในเบราว์เซอร์อื่นๆ อาจมีอยู่ในเอกสารความเป็นส่วนตัวหรือวิธีใช้ของเบราว์เซอร์นั้นๆ

ฟีเจอร์บางอย่างของผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ขึ้นอยู่กับคุกกี้ พึงตระหนักว่าถ้าหากคุณเลือกปิดกั้นคุกกี้ คุณอาจไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้หรือใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นได้ และการกำหนดลักษณะที่ขึ้นอยู่กับคุกกี้นั้นอาจหายไป หากคุณเลือกลบคุกกี้ การตั้งค่าและการกำหนดลักษณะที่ควบคุมโดยคุกกี้เหล่านี้ รวมทั้งการกำหนดลักษณะโฆษณาจะถูกลบและอาจจำเป็นต้องได้รับการสร้างขึ้นใหม่

การควบคุมความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมที่สามารถมีผลกระทบต่อคุกกี้ รวมทั้งฟีเจอร์การป้องกันการติดตามของ Microsoft ได้อธิบายไว้ในส่วน การเข้าถึงและการควบคุม ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

การใช้งานเว็บบีคอนและบริการการวิเคราะห์ของเรา

เว็บเพจของ Microsoft อาจประกอบด้วยภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกกันว่าเว็บบีคอน (หรือที่เรียกว่า GIF แบบพิกเซลเดียว) ซึ่งเราใช้เพื่อช่วยส่งคุกกี้ไปยังเว็บไซต์ของเรา นับจำนวนผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์เหล่านั้น และนำส่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ร่วมได้ เรายังรวมเว็บบีคอนไว้ในอีเมลข้อความส่งเสริมการขายหรือจดหมายข่าวของเราอีกด้วย เพื่อกำหนดว่าคุณเปิดและดำเนินการกับข้อความเหล่านั้นหรือไม่

นอกเหนือจากการวางเว็บบีคอนไว้บนเว็บไซต์ของเราเองแล้ว บางครั้งเรายังทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ เพื่อวางเว็บบีคอนของเราบนเว็บไซต์หรือในโฆษณาของพวกเขา ซึ่งช่วยให้เราพัฒนาสถิติว่าต้องคลิกบนโฆษณาในเว็บไซต์ของ Microsoft บ่อยแค่ไหน จึงมีผลกับการซื้อหรือการดำเนินการอื่นๆ บนเว็บไซต์ของผู้โฆษณา

ท้ายที่สุด ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft มักจะประกอบด้วยเว็บบีคอนหรือเทคโนโลยีที่คล้ายๆ กันจากผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์รายอื่น ซึ่งช่วยให้เรารวมสถิติที่แท้จริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพในแคมเปญส่งเสริมการขายของเราหรือการปฏิบัติการอื่นๆ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์สามารถตั้งค่าและอ่านคุกกี้หรือตัวระบุอื่นๆ ของตัวเองบนอุปกรณ์ของคุณได้ ซึ่งพวกเขาสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณทั่วทั้งแอปพลิเคชัน เว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม เราห้ามมิให้ผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์ใช้เว็บบีคอนในเว็บไซต์ของเราเพื่อเก็บรวบรวมหรือเข้าถึงข้อมูลที่สามารถระบุโดยตรงว่าคุณเป็นใคร (เช่น ชื่อหรืออีเมลแอดเดรสของคุณ) คุณสามารถเอาการรวบรวมหรือการใช้งานข้อมูลตามผู้ให้บริการวิเคราะห์บางรายเหล่านี้ออกไปได้ โดยคลิกลิงก์ต่อไปนี้:

เทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกัน

นอกเหนือจากคุกกี้และเว็บบีคอนมาตรฐานแล้ว ผลิตภัณฑ์ของเรายังสามารถใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกันในการจัดเก็บและอ่านไฟล์ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งโดยปกติแล้วทำไว้เพื่อรักษาการกำหนดคุณลักษณะของคุณหรือเพื่อปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจัดเก็บไฟล์บางไฟล์ลงในเครื่อง แต่ก็เหมือนกับคุกกี้มาตรฐานทั่วไป สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเก็บตัวระบุเฉพาะสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งสามารถใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมได้ เทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึง Local Shared Objects (หรือ "คุกกี้ของ Flash") และ Silverlight Application Storage

Local Shared Objects หรือ "Flash cookies" เว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยี Adobe Flash สามารถใช้ Local Shared Objects หรือ "Flash cookies" เพื่อเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อต้องการจัดการหรือบล็อกคุกกี้ Flash ให้ไปที่ www.macromedia.com/support/documentation/en/flashplayer/help/settings_manager.html

พื้นที่เก็บข้อมูลของแอปพลิเคชัน Silverlight เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้งานเทคโนโลยี Microsoft Silverlight ยังมีความสามารถที่จะจัดเก็บข้อมูลด้วยการใช้ Silverlight Application Storage เมื่อต้องการเรียนรู้วิธีจัดการหรือบล็อกที่เก็บข้อมูลดังกล่าว ให้ดูส่วน Silverlight ในคำชี้แจงนี้

บัญชี Microsoftบัญชี Microsoftmainmicrosoftaccountmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Microsoft รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากคู่ค้าของ Microsoft บางรายได้ด้วยบัญชี Microsoft เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft ของคุณเอง เราจะเรียกบัญชีดังกล่าวนั้นว่าเป็นบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Microsoft Azure Active Directory (AAD) ด้วยอีเมลแอดเดรสได้จากนายจ้างหรือโรงเรียน เราจะเรียกบัญชีดังกล่าวว่าเป็นบัญชีสำหรับที่ทำงานหรือโรงเรียน

การสร้างและการใช้งานบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล คุณจะถูกขอข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่าง และเราจะกำหนดหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อระบุบัญชีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องของคุณ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการชำระเงินจะต้องการชื่อจริง แต่คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้และใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างของ Microsoft ได้โดยไม่ต้องให้ชื่อจริงของคุณ เราอาจใช้ข้อมูลที่คุณให้บางรายการ เช่น ชื่อที่แสดง อีเมลแอดเดรสและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ เพื่อช่วยให้ผู้อื่นสามารถค้นหาและเชื่อมต่อกับคุณภายในบริการของ Microsoft ได้ เช่น ถ้าบุคคลที่รู้ชื่อที่แสดง อีเมลแอดเดรส หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ จะสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อค้นหาคุณใน Skype และส่งคำเชิญให้คุณเพื่อเชื่อมต่อกับพวกเขาได้ โปรดทราบว่าถ้าคุณใช้อีเมลแอดเดรสสำหรับที่ทำงานหรือโรงเรียนเพื่อสร้างบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล และผู้จ้างหรือโรงเรียนที่ให้อีเมลแอดเดรสนั้นกับคุณ มีการจัดการบัญชีนั้นด้วย Azure Active Directory (AAD) คุณจำเป็นต้องอัปเดตอีเมลแอดเดรสนั้นให้เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณเพื่อรับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Microsoft ที่ไม่ได้ใช้ AAD (เช่น Xbox Live) อย่างต่อเนื่อง

การลงชื่อเข้าใช้ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft เราจะสร้างบันทึกการลงชื่อใช้งานของคุณ ซึ่งประกอบด้วยวันและเวลา ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลงชื่อใช้งาน ชื่อที่ลงชื่อใช้งาน หมายเลขเฉพาะที่กำหนดให้กับบัญชี ตัวระบุเฉพาะที่กำหนดให้กับอุปกรณ์ ที่อยู่ IP ตลอดจนเวอร์ชันระบบปฏิบัติการและเบราว์เซอร์ของคุณ

การลงชื่อเข้าใช้ Microsoft การลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณสามารถเปิดใช้งานการตั้งค่าส่วนบุคคลที่ดีขึ้น ให้ประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอในผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ อนุญาตให้คุณเข้าถึง และใช้ที่จัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ ช่วยให้คุณชำระเงินโดยใช้เครื่องมือในการชำระเงินที่เก็บอยู่ในบัญชี Microsoft ของคุณ และเปิดใช้งานคุณลักษณะและการตั้งค่าที่ได้รับการปรับปรุงอื่นๆ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณ คุณจะคงการลงชื่อเข้าใช้อยู่ในระบบจนกว่าคุณจะลงชื่อออก หากคุณเพิ่มบัญชี Microsoft ของคุณไปยังอุปกรณ์ Windows ของคุณ (เวอร์ชัน 8 ขึ้นไป) Windows จะลงชื่อเข้าใช้บริการต่างๆ ที่ใช้บัญชี Microsoft ที่คุณเข้าถึงบนอุปกรณ์นั้นให้กับคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์บางอย่างจะแสดงชื่อหรือชื่อผู้ใช้และรูปโปรไฟล์ของคุณ (ถ้าคุณได้เพิ่มรูปไว้ในโปรไฟล์ของคุณ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Microsoft รวมทั้งในการติดต่อสื่อสาร การโต้ตอบทางเครือข่ายสังคม และโพสต์สาธารณะของคุณ

การลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น หากคุณลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ คุณจะถูกขอให้ยินยอมที่จะแชร์ข้อมูลบัญชีที่บริการนั้นต้องการ นอกจากนี้ บริษัทอื่นจะได้รับหมายเลขรุ่นที่กำหนดให้กับบัญชีของคุณ (มีการกำหนดหมายเลขรุ่นใหม่ทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ของคุณ) และไม่ว่าบัญชีของคุณถูกปิดใช้งานหรือไม่ ถ้าคุณยินยอมให้แชร์ข้อมูลโปรไฟล์ของคุณ บริษัทอื่นอาจแสดงชื่อหรือนามสกุลและชื่อโปรไฟล์ของคุณ (ถ้าคุณเพิ่มรูปลงไปในโปรไฟล์ของคุณ) เมื่อคุณได้ลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าว หากคุณเลือกที่จะทำการชำระเงินกับผู้ขายของบริษัทอื่นโดยใช้บัญชี Microsoft ของคุณ Microsoft จะส่งข้อมูลที่เก็บไว้ในบัญชี Microsoft ของคุณที่จำเป็นต่อการดำเนินการชำระเงินไปยังบุคคลที่สาม และเพื่อดำเนินการคำสั่งซื้อของคุณ (เช่นชื่อ หมายเลขบัตรเครดิต ที่อยู่ในการเรียกเก็บเงิน และที่การจัดส่ง และข้อมูลที่ติดต่อที่เกี่ยวข้อง) บริษัทภายนอกสามารถใช้ หรือแชร์ข้อมูลที่ได้รับเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ หรือทำการซื้อตามแนวทางปฏิบัติและนโยบายของตนเอง คุณควรตรวจสอบคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ และผู้ค้าแต่ละรายที่คุณซื้อสินค้าอย่างถี่ถ้วน เพื่อจะได้ทราบว่าบริการดังกล่าวจะนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไปใช้อย่างไรบ้าง

บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม ถ้าคุณได้รับบัญชี Microsoft ของคุณจากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัทนั้นอาจมีสิทธิ์เหนือบัญชีของคุณ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงหรือลบบัญชี Microsoft ของคุณด้วย คุณควรตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติมใดๆ ที่บุคคลที่สามให้คุณไว้อย่างรอบคอบ เพื่อทำความเข้าใจว่าบุคคลที่สามนั้นสามารถทำอะไรกับบัญชี Microsoft ของคุณได้บ้าง

การเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลเข้ากับบัญชีโซเซียลเน็ตเวิร์กของคุณ คุณอาจเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณกับบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณ เช่น Facebook, Twitter หรือ LinkedIn เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากเครือข่ายสังคมเหล่านั้นได้จากภายในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ถ้าคุณเลือกที่จะทำเช่นนั้น เราจะจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเรา เพื่อที่เราจะได้สามารถแสดงข้อมูลที่อัปเดตจากบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณได้ คุณสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีเครือข่ายสังคมจากบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณได้ตลอดเวลาที่ profile.live.com/services

การใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน ถ้านายจ้างหรือโรงเรียนของคุณใช้ Azure Active Directory (AAD) ในการออกและจัดการบัญชีที่มอบให้คุณ คุณสามารถใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณเพื่อลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ที่ใช้ AAD (เช่น Office 365 หรือ Skype for Busniess) ได้ ถ้าองค์กรของคุณกำหนดไว้ คุณอาจต้องให้หมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลแอดเดรสสำรองรองไว้สำหรับการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ด้วยบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน เจ้าของโดเมนของอีเมลแอดเดรสของคุณอาจควบคุมและดูแลระบบบัญชีของคุณ และเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลของคุณ รวมถึงเนื้อหาของการติดต่อสื่อสารและไฟล์ต่างๆ ของคุณได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ระบุในนโยบายขององค์กรของคุณ (ถ้ามี) Microsoft จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับนโยบายหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลหรือการป้องกันความปลอดภัยที่อาจแตกต่างจากนโยบายหรือวิธีปฏิบัติของ Microsoft ถ้าองค์กรของคุณดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ของคุณ กรุณาส่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคลไปที่ผู้ดูแลระบบของคุณโดยตรง

ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆmainotherimportantprivacyinformationmodule
บทสรุป

ด้านล่างนี้คุณจะพบข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมที่คุณอาจพบว่ามีความสำคัญ นอกจากนี้ คุณยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธกิจของ Microsoft ในการป้องกันความเป็นส่วนตัวของคุณได้ที่ privacy.microsoft.com

สิทธิส่วนบุคคลยุโรปสิทธิส่วนบุคคลยุโรปmaineuropeanprivacymodule
บทสรุป

Microsoft ยึดถือกฎหมายการปกป้องข้อมูลที่มีผลบังคับใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งหากมี จะมีสิทธิ์ต่อไปนี้:

  • ถ้าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นอยู่กับความยินยอมจากคุณ คุณมีสิทธิ์ถอนการยินยอมได้ตลอดเวลาสำหรับการประมวลผลในอนาคต
  • คุณมีสิทธิ์ร้องขอเราเพื่อเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูล" ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ในการเข้าถึง และการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้ถูกต้อง
  • คุณมีสิทธิ์ค้ดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ และ
  • คุณมีสิทธิ์ยื่นคำร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตามที่มีผลบังคับใช้ภายใต้กฎหมายฝรั่งเศส คุณยังสามารถส่งคำแนะนำเฉพาะเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณหลังจากคุณเสียชีวิตให้แก่เราได้ โดยใช้ เว็บฟอร์ม ของเรา

เมื่อเราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับคุณ เราดำเนินการดังกล่าวด้วยความยินยอมจากคุณ และ/หรือตามความจำเป็นเพื่อมอบผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ ดำเนินธุรกิจของเรา ตรงตามภาระผูกพันทางกฎหมาย และทางสัญญาของเรา รักษาความปลอดภัยของระบบของเราและลูกค้าของเรา หรือตอบสนองความสนใจอื่นที่ถูกต้องตามกฎหมายของ Microsoft ตามที่อธิบายไว้ในหัวข้อ "วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคล" และ "เหตุผลที่เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล" ข้างต้น เมื่อเราถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากเขตเศรษฐกิจยุโรป เราทำตามกลไลทางกฎหมายที่หลากหลาย ตามที่อธิบายไว้ใน "เราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใด" ด้านล่าง

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลmainsecurityofpersonaldatamodule
บทสรุป

Microsoft ยึดมั่นในการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราใช้เทคโนโลยีและกระบวนการการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากการเข้าถึง การใช้งานหรือการเปิดเผยที่ไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างเช่น เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเข้าถึงที่จำกัด และอยู่ในสถานที่ที่มีการควบคุม เมื่อเราส่งข้อมูลที่เป็นความลับสูง (เช่น หมายเลขบัตรเครดิตหรือรหัสผ่าน) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เราจะป้องกันข้อมูลผ่านทางการเข้ารหัส

เราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใดเราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใดmainwherewestoreandprocessdatamodule
บทสรุป

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ Microsoft เก็บรวบรวมอาจถูกจัดเก็บและดำเนินการในภูมิภาคของคุณ สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นใดที่ Microsoft หรือบริษัทในเครือ บริษัทสาขาหรือบริษัทผู้ให้บริการในการดูแลรักษาดำเนินการอยู่ Microsoft เก็บรักษาศูนย์ข้อมูลหลักในสหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรีย ฟินแลนด์ อินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยทั่วไป ตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บข้อมูลหลักอยู่ในภูมิภาคของลูกค้า หรือในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมักจะมีการสำรองข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคอื่น ระบบเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บข้อมูลเพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างเนื้อหาซ้ำซ้อนสำหรับปกป้องข้อมูลในกรณีสัญญาณขาดหายหรือปัญหาอื่นๆ เราใช้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมภายใต้คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จะได้รับการดำเนินการตามการจัดเตรียมของคำชี้แจงนี้และข้อกำหนดของกฎหมายที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่ข้อมูลตั้งอยู่

เมื่อเราถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ไปยังประเทศอื่นๆ ข้อมูลบางอย่างไม่มีการกำหนดโดยคณะกรรมาธิการยุโรปให้มีระดับการป้องกันข้อมูลที่เหมาะสม เมื่อเราดำเนินการ เราใช้กลไลทางกฎหมายที่หลากหลาย รวมถึงสัญญาต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณได้รับสิทธิ์และการป้องกัน

Microsoft Corporation และบริษัทย่อยที่อยู่ในความควบคุมในสหรัฐอเมริกา ยังเข้าร่วมกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และจะเข้าร่วมกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่าสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกาที่จะดำเนินการได้ในเดือนเมษายน 2017 Microsoft ดำเนินการสอดคล้องกับหลักการของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวแต่ละรายการ ที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถ่ายโอนจากเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ หากตัวแทนบริษัทภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนตัวในนามของเราโดยไม่สอดคล้องกับหลักการของกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว เราจะยังคงรับผิดจนกว่าเราจะพิสูจน์ได้ว่าเราไม่ต้องรับผิดชอบกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นๆ กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกาได้แสดงรายชื่อของบริษัทที่เข้าร่วมเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวแต่ละรายการไว้ที่ privacyshield.gov

หากคุณมีคำถามหรือคำร้องเรียนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Microsoft ในเรื่องเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เราสนับสนุนให้คุณติดต่อเราผ่านเว็บฟอร์ม เว็บฟอร์ม สำหรับคำร้องเรียนใดก็ตามเกี่ยวกับกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวที่ไม่สามารถแก้ไขกับ Microsoft ได้โดยตรง เราเลือกที่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือพาเนลที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขข้อโต้แย้ง โปรดติดต่อเราเพื่อติดต่อกับผู้ติดต่อ DPA ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ตามที่ได้อธิบายเพิ่มเติมในหลักการเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว ตัวเลือกการตัดสินชี้ขาดที่มีผลผูกพันจะมีให้คุณพร้อมใช้งานเพื่อส่งคำร้องเรียนเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ เลย Microsoft อยู่ภายใต้อำนาจการสืบสวนและบังคับใช้ของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) ของสหรัฐอเมริกา

การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเราการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเราmainOurretentionofpersonaldatamodule
บทสรุป

Microsoft เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้นานเท่าที่จำเป็นเพื่อใหผลิตภัณฑ์และดำเนินการตามธุรกรรมที่คุณร้องขอ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นๆ เช่น ทำตามภาระผูกพันทางกฎหมายของเรา แก้ปัญหาข้อโต้แย้ง และบังคับใช้ข้อตกลงของเรา เนื่องจากความต้องการเหล่านี้อาจแตกต่างกันตามประเภทข้อมูลต่างๆ ในบริบทของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่แท้จริงอาจแตกต่างกันอย่างมาก เงื่อนไขที่ใช้เพื่อกำหนดระยะเวลาการเก็บข้อมูลมีดังนี้:

  • ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลจำเป็นต้องใช้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ และดำเนินธุรกิจของเรานานเพียงใด ซึ่งรวมถึงสิ่งต่างๆ อย่างการบำรุงรักษา และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น การรักษาความปลอดภัยระบบของเรา และการรักษาธุรกิจและบันทึกข้อมูลการเงินที่เหมาะสม นี่คือกฎทั่วไปที่สร้างพื้นฐานสำหรับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนใหญ่
  • ลูกค้าได้ให้ สร้าง หรือรักษาข้อมูลด้วยความคาดหวังว่าเราจะเก็บรักษาข้อมูลไว้จนกว่าพวกเขายืนยันให้ลบออกหรือไม่ ตัวอย่างเช่นเอกสารที่คุณเก็บไว้ใน OneDrive หรือข้อความอีเมลที่คุณเก็บไว้ในกล่องขาเข้าของ Outlook.com ของคุณ ในกรณีดังกล่าว เรารักษาข้อมูลจนกว่าคุณจะต้องการลบ เช่น โดยการย้ายอีเมลจากกล่องขาเข้าของ Outlook.com ของคุณไปยังโฟลเดอร์ รายการที่ถูกลบแล้ว จากนั้นล้างโฟลเดอร์นั้น (เมื่อล้างโฟลเดอร์รายการที่ถูกลบแล้วของคุณ รายการที่ถูกลบไปแล้วเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในระบบของเราเป็นเวลาถึง 30 วัน ก่อนที่จะถูกลบในขั้นสุดท้าย)
  • มีตัวควบคุมอัตโนมัติ เช่นในแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง และลบข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดเวลาหรือไม่ หากไม่มี โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่สั้นลง
  • มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญหรือไม่ หากมี โดยทั่วไปเหมาะที่จะใช้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่สั้นลง
  • Microsoft ได้นำ และประกาศระยะเวลาเก็บข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับข้อมูลบางประเภทหรือไม่ ตัวอย่างเช่น สำหรับคิวรีการค้นหาบน Bing เราลบเอกลักษณ์คำสืบค้นต่างๆ ที่เก็บไว้โดยการเอาที่อยู่ IP ออกทั้งหมดหลังจาก 6 เดือน และรหัสคุกกี้และตัวระบุข้ามเซสชันออกหลังจาก 18 เดือน
  • ผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมสำหรับระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่นานขึ้นหรือไม่ หากใช่ เราจะเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับความยินยอมจากคุณ
  • Microsoft ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยเป็นไปตามข้อผูกมัดทางกฎหมาย ทางสัญญา หรือที่คล้ายกันหรือไม่ ตัวอย่างอาจมีกฎหมายการเก็บข้อมูลที่บังคับในเขตอำนาจศาลเกี่ยวข้อง คำสั่งรัฐบาลเพื่อเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ หรือข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินคดี
การรวบรวมข้อมูลจากเด็กการรวบรวมข้อมูลจากเด็กmaincollectionofdatafromchildrenmodule
บทสรุป

เมื่อผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอายุ ระบบจะทำการบล็อกผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี หรือร้องขอความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ เราจะไม่ร้องขอให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจัดเตรียมให้ข้อมูลเกินความจำเป็นให้กับผลิตภัณฑ์

เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง บัญชีของเด็กจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเช่นบัญชีอื่นๆ เด็กอาจจะเข้าถึงบริการด้านการสื่อสาร เช่น อีเมล ข้อความโต้ตอบแบบทันทีและบอร์ดข้อความออนไลน์ และอาจสื่อสารได้โดยอิสระกับผู้ใช้งานอื่นๆ ทุกวัย

ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนหรือเพิกถอนการยินยอมที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ และสามารถตรวจสอบ แก้ไข หรือส่งคำขอลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกได้ เช่น ผู้ปกครองสามารถเข้าถึง บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของบุตรหลานและคลิก "สิทธิ์" ได้ สำหรับผู้ใช้ Minecraft และเกมอื่นๆ ของ Mojang ผู้ปกครองสามารถติดต่อเราได้ที่ account.mojang.com/terms#contact

การวางจำหน่ายรุ่นตัวอย่างการวางจำหน่ายรุ่นตัวอย่างmainpreviewreleasesmodule
บทสรุป

Microsoft นำเสนอรุ่นตัวอย่าง รุ่น Insider รุ่น Beta หรือผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ก่อนวางจำหน่ายอื่นๆ ("รุ่นตัวอย่าง") ให้ใช้งาน เพื่อช่วยให้คุณสามารถประเมินผลรุ่นตัวอย่าง และส่งคำติชม รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการใช้งานของรุ่นตัวอย่างดังกล่าวให้กับ Microsoft ด้วยเหตุนี้ รุ่นตัวอย่างจึงสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยอัตโนมัติ โดยมีการควบคุมน้อยกว่า และใช้มาตรการการรักษาความเป็นส่วนตัวและการป้องกันความปลอดภัยที่แตกต่างออกไปจากมาตรการและการควบคุมที่มีอยู่ตามปกติในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเรา ถ้าท่านเข้าร่วมทดลองใช้รุ่นตัวอย่าง เราอาจติดต่อท่านเพื่อขอคำติชมเกี่ยวกับรุ่นตัวอย่าง หรือสอบถามความสนใจของท่านที่จะใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต่อไป หลังจากการวางจำหน่ายทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลนี้mainchangestothisprivacystatementmodule
บทสรุป

เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ตามความคิดเห็นของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ของเรา เมื่อเราโพสต์การเปลี่ยนแปลงของคำชี้แจงนี้ เราจะแก้ไขวันที่ "ปรับปรุงล่าสุด" ที่ด้านบนของคำชี้แจงนั้น และอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในหน้า การเปลี่ยนแปลงประวัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดในคำชี้แจงหรือในวิธีที่ Microsoft จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราจะแจ้งให้คุณทราบอย่างชัดเจน ทั้งโดยการโพสต์แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อนที่จะมีผลโดยตรงหรือโดยการส่งการแจ้งเตือนไปยังคุณโดยตรง เราส่งเสริมให้ท่านอ่านคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลเป็นระยะๆ เพื่อเรียนรู้วิธีการที่ Microsoft ใช้ปกป้องข้อมูลของท่าน

วิธีการติดต่อเราวิธีการติดต่อเราmainhowtocontactusmodule
บทสรุป

ถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับการสนับสนุนหรือทางด้านเทคนิค โปรดไปที่ support.microsoft.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอของฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับรหัสผ่านของบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล โปรดไปที่ ฝ่ายสนับสนุนบัญชี Microsoft

ถ้าคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว หรือคำถามสำหรับ Chief Privacy Officer/Data Protection Officer ของ Microsoft โปรดติดต่อเราโดยใช้ เว็บฟอร์ม ของเรา เราจะตอบกลับคำถามหรือข้อสงสัยภายใน 30 วัน

Microsoft Corporation คือผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้คำชี้แจงนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ที่อยู่ของเรา คือ Microsoft Privacy, Microsoft Corporation, One Microsoft Way, Redmond, Washington 98052 USA โทรศัพท์: (+1) 425-882-8080

Microsoft Ireland Operations Limited เป็นตัวแทนฝ่ายคุ้มครองข้อมูลของเราสำหรับเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของ Microsoft Ireland Operations Limited สามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ดังต่อไปนี้: Microsoft Ireland Operations, Ltd. Data Protection, Carmenhall Road, Sandyford, Dublin 18, Ireland

Skype Communications S.à.r.l. 23-29 Rives de Clausen L-2165 Luxembourg, Luxembourg เป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับ Skype เมื่อต้องการติดต่อเราเกี่ยวกับซอฟต์แวร์หรือผลิตภัณฑ์ของ Skype โปรดส่งคำขอรับการสนับสนุนไปยัง ทีมสนับสนุนลูกค้า ของ Skype

เมื่อต้องการค้นหาบริษัทในเครือ Microsoft ในประเทศหรือภูมิภาคของคุณ โปรดดูที่ www.microsoft.com/worldwide/

BingBingmainbingmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

บริการ Bing รวมทั้งการค้นหาและบริการแผนที่ ตลอดจนแถบเครื่องมือ Bing และแอปสำหรับเดสก์ท็อปของ Bing บริการ Bing ยังรวมอยู่ในบริการอื่นๆ ของ Microsoft ด้วย เช่น แอป MSN และ Cortana และคุณลักษณะบางอย่างใน Windows (ซึ่งเราเรียกว่าประสบการณ์การใช้งานที่ให้บริการโดย Bing)

เมื่อคุณทำการค้นหา หรือใช้คุณลักษณะประสบการณ์การใช้งานที่ให้บริการโดย Bing ซึ่งรวมการค้นหาหรือใส่คำสั่งในนามของคุณ Microsoft จะเก็บรวบรวมคำค้นหาและคำสั่งที่คุณให้ พร้อมทั้งที่อยู่ IP ของคุณ ตำแหน่งที่ตั้ง ตัวระบุเฉพาะที่อยู่ใน คุกกี้ ของเรา เวลาและวันที่ในการค้นหาของคุณ และการกำหนดค่าเบราว์เซอร์ของคุณ ถ้าคุณใช้บริการที่สามารถเปิดใช้งานคำสั่งเสียงได้ของ Bing ระบบจะส่งการป้อนข้อมูลด้วยเสียงของคุณ และข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันเสียงพูด ให้กับ Microsoft เพิ่มเติมด้วย เมื่อคุณใช้บริการที่ให้บริการโดย Bing เช่น สอบถาม Cortana หรือ Bing Lookup เพื่อค้นหาคำหรือวลีที่ต้องการในหน้าเว็บหรือเอกสาร คำหรือวลีนั้นจะถูกส่งไปยัง Bing พร้อมกับเนื้อหาแวดล้อมเพื่อมอบผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องตามบริบท

ข้อเสนอแนะการค้นหา สำหรับคุณลักษณะข้อเสนอแนะการค้นหา อักขระที่คุณพิมพ์ลงใน "การใช้งานที่ให้บริการโดย Bing" เพื่อทำการค้นหา จะถูกส่งไปยัง Microsoft ซึ่งทำให้เราสามารถให้คำแนะนำต่างๆ แก่คุณได้เมื่อคุณพิมพ์คำค้นหา ถ้าต้องการเปิดหรือปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ ขณะใช้การค้นหาของ Bing โปรดไปที่ การตั้งค่า Bing ไม่สามารถปิดข้อเสนอแนะการค้นหาใน Cortana บน Windows คุณสามารถซ่อน Cortana จากกล่องค้นหาได้ตลอเวลาเมื่อไม่ใช้คุณลักษณะนี้

โครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของ Bing สำหรับแอปพลิเคชัน Bing Desktop และ Bing Toolbar ถ้าคุณใช้ Bing บนเดสก์ท็อป หรือแอปพลิเคชัน Bing Toolbar และเลือกที่จะเข้าร่วมโครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของ Bing เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่คุณใช้แอปพลิเคชัน Bing ที่เฉพาะเหล่านี้ เช่น ที่อยู่ของเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม เพื่อช่วยปรับปรุงการจัดอันดับและความเกี่ยวข้องกันของการค้นหา เพื่อช่วยคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของคุณ เราจะไม่ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านโครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของ Bing เพื่อการระบุตัวตนหรือติดต่อคุณ หรือเพื่อเจาะจงเป้าหมายการโฆษณาแก่คุณ คุณสามารถปิดโครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของ Bing ได้ทุกเมื่อ ในการตั้งค่า Bing Desktop หรือ Bing Toolbar สุดท้าย เราจะลบข้อมูลที่รวบรวมผ่านโครงการปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของ Bing หลังจาก 18 เดือน

การเก็บข้อมูลและการลบเอกลักษณ์ที่จะทำให้ระบุตัวตนได้ เราลบเอกลักษณ์คำสืบค้นต่างๆ ที่เก็บไว้โดยการเอาที่อยู่ IP ออกทั้งหมดหลังจาก 6 เดือน และรหัสคุกกี้และตัวระบุข้ามเซสชันออกหลังจาก 18 เดือน

การตั้งค่าส่วนบุคคลผ่านทางบัญชี Microsoft บริการ Bing บางรายการมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่า เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วย บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ เช่น การซิงค์ประวัติการค้นหาของคุณระหว่างอุปกรณ์เครื่องต่างๆ คุณสามารถใช้คุณลักษณะการตั้งค่าส่วนบุคคลเหล่านี้เพื่อกำหนดความสนใจ รายการโปรด และการตั้งค่าของคุณได้ และเพื่อเชื่อมต่อบัญชีของคุณกับบริการของบริษัทภายนอกอื่นๆ ไปที่หน้า การตั้งค่า Bing เพื่อจัดการการตั้งค่าตามความต้องการของคุณ หรือแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft

การจัดการประวัติการค้นหา บริการประวัติการค้นหาของ Bing ให้วิธีที่ง่ายดายในการดูคำค้นหาที่คุณใส่อีกครั้งและผลลัพธ์ที่คุณคลิกดูเมื่อใช้การค้นหาผ่าน Bing ผ่านเบราว์เซอร์ของคุณ คุณสามารถล้างประวัติการค้นหาของคุณบนแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft ที่ account.microsoft.com/privacy การล้างประวัติของคุณจะเป็นการลบประวัติของคุณออกจากบริการ ประวัติการค้นหา และป้องกันไม่ให้แสดงประวัติบนไซต์ แต่จะไม่ลบข้อมูลออกจากบันทึกการค้นหาของเรา ที่ถูกเก็บไว้ และถูกลบการระบุตัวตนตามที่ได้อธิบายไว้ด้านบน

บริการที่ไม่ใช่ของ Microsoft ที่ใช้งาน Bing คุณอาจเข้าถึงประสบการณ์ที่ใช้บริการ Bing ได้เมื่อใช้บริการที่ไม่ใช่ของ Microsoft เช่น บริการจาก Yahoo! เพื่อให้บริการเหล่านี้ Bing จะรับข้อมูลจากหุ้นส่วนเหล่านี้และหุ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งอาจประกอบด้วยวันที่ เวลา ที่อยู่ IP ตัวระบุเฉพาะ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้นหา ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยัง Microsoft เพื่อให้บริการค้นหา Microsoft จะใช้ข้อมูลนี้ดังที่อธิบายไว้ในประกาศนี้ หรือดังที่ภาระผูกพันทางสัญญาของเรากับหุ้นส่วนของเราจำกัดไว้เพิ่มเติม ถ้ามีข้อสงสัยใดๆ เกี่ยวกับวิธีการรวบรวมและใช้ข้อมูล คุณควรกลับไปดูที่นโยบายความเป็นส่วนตัวของบริการที่ไม่ใช่ของ Microsoft

คำสืบค้นผ่าน URL อ้างอิง เมื่อคุณคลิกที่ผลการค้นหาหรือที่โฆษณาจากเพจผลการค้นหาของ Bing และไปที่เว็บไซต์ปลายทาง เว็บไซต์ปลายทางจะได้รับข้อมูลมาตรฐานที่เบราว์เซอร์ของคุณส่งไปให้ทุกเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม เช่นที่อยู่ IP ชนิดเบราว์เซอร์และภาษา และ URL ของไซต์ที่นำคุณมา (ในกรณีนี้คือเพจผลการค้นหาของ Bing) เนื่องจาก URL ของหน้าผลการค้นหาของ Bing ประกอบด้วยข้อความของคำสืบค้นที่คุณใส่ (ซึ่งอาจประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ) เว็บไซต์ปลายทางจะสามารถพิจารณาหาคำสืบค้นที่คุณใส่

ถ้าเบราว์เซอร์ของคุณอนุญาตให้หน้าเว็บต่างๆ สามารถโหลดข้อมูลล่วงหน้าเพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วขึ้น เมื่อเบราว์เซอร์ของคุณโหลดหน้าเว็บในเบื้องหลัง จะมีผลเช่นเดียวกับการที่คุณเยี่ยมชมหน้าเว็บนั้น รวมทั้งการส่ง URL ของหน้าผลการค้นหาของ Bing (ที่มีคำสืบค้นของคุณ) และการดาวน์โหลด คุกกี้ ใดๆ ก็ตามที่หน้านั้นกำหนด

การส่งข้อมูลค้นหาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยและพัฒนา เราแชร์ข้อมูลคำสืบค้นบางรายการ รวมถึงคำสืบค้นเสียง ซึ่งเราได้ลบการระบุตัวตนออกไปแล้ว ให้กับบุคคลที่สามบางราย เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัยและพัฒนา ก่อนที่เราจะดำเนินการดังกล่าว เราจะลบรหัสเฉพาะทั้งหมด เช่น ที่อยู่ IP และรหัสคุกกี้ออกจากข้อมูล และเรายังเรียกใช้ข้อมูลโดยผ่านกระบวนการซึ่งออกแบบมาเพื่อลบข้อมูลที่ละเอียดอ่อนบางอย่างที่ผู้ใช้อาจรวมไว้ในคำค้นหาออก (เช่น หมายเลขประกันสังคม หรือ หมายเลขบัตรเครดิต) นอกจากนี้ เรายังกำหนดให้บุคคลภายนอกเหล่านี้ต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ และไม่ใช้ข้อมูลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด

CortanaCortanamaincortanamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Cortana คือผู้ช่วยส่วนตัวของคุณ ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์ของคุณและเวอร์ชันของ Cortana ที่คุณใช้อยู่ (เช่น Windows, Xbox, iOS เป็นต้น) Cortana สามารถมีคุณลักษณะหลากหลายให้ใช้ โดยบางส่วนได้รับการปรับแต่ง Cortana จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้และอนุญาตให้ Cortana ใช้ข้อมูลจากอุปกรณ์ของคุณ บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ หรือบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณ บริการอื่นๆ ของ Microsoft และบริการของบุคคลที่สามอื่นๆ ที่คุณเลือกเพื่อเชื่อมต่อ บนอุปกรณ์ Windows ถ้าคุณเลือกที่จะไม่ลงชื่อเข้าใช้ Cortana คุณยังคงสามารถสนทนากับ Cortana และใช้ Cortana เพื่อช่วยคุณค้นหาเว็บ หรือสำหรับเอกสารของคุณที่เก็บในบริการ Microsoft เช่น OneDrive และบนอุปกรณ์ของคุณได้ ดูที่ส่วนย่อยบน Windows Search สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม แต่ถ้าคุณไม่ลงชื่อเข้าใช้ ประสบการณ์การใช้งานของคุณจะถูกจำกัดมากขึ้น และจะไม่สามารถปรับให้เป็นส่วนบุคคลได้ บนอุปกรณ์ iOS และ Android นั้น Cortana จะทำงานเมื่อคุณเข้าสู่ระบบเท่านั้น

ออกจากระบบแล้ว เมื่อคุณไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้บนอุปกรณ์ Windows นั้น Cortana จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่คุณสนทนากับ Cortana และใช้การค้นหา Cortana ไม่ว่าจะเป็นการใช้เสียง การเขียนด้วยปากกา หรือการพิมพ์ ข้อมูลนี้รวมถึงรายการต่อไปนี้:

  • บริการสั่งงานด้วยเสียง เพื่อช่วยให้ Cortana เข้าใจวิธีการพูดและคำสั่งเสียงของคุณได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลเสียงพูดของคุณจะถูกส่งไปยัง Microsoft เพื่อสร้างแบบจำลองเสียงพูด และปรับปรุงการจดจำเสียงพูดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งทำความเข้าใจกับเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ถ้าคุณเลือกที่จะลงชื่อเข้าใช้ แบบจำลองเสียงพูดจะถูกปรับให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • การสอบถามและประวัติการค้นหา ถึงแม้ว่า Cortana จะทำการค้นหาแทนคุณ แต่ระบบจะดำเนินการกับคิวรีการค้นหาบน Bing ของคุณและคุณลักษณะข้อเสนอแนะการค้นหา เช่นเดียวกันกับคิวรีการค้นหาอื่นๆ ของ Bing และจะใช้คิวรีการค้นหาตามที่อธิบายไว้ในส่วน Bing
  • ข้อมูลอุปกรณ์ Cortana สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์และวิธีการใช้งานอุปกรณ์ของคุณได้ ตัวอย่างเช่น Cortana สามารถตรวจสอบว่ามีการเปิด Bluetooth หรือไม่ได้ ไม่ว่าหน้าจอเมื่อล็อกของคุณจะเปิดอยู่หรือไม่ การตั้งค่าการเตือนของคุณ และแอปที่คุณติดตั้งและใช้งาน

ลงชื่อเข้าใช้แล้ว หากคุณเข้าสู่ระบบ คุณเปิดใช้งาน Cortana ในการทำงานเพิ่มเติม และ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง และคุณอนุญาตให้ Cortana เก็บรวบรวม หรือเข้าถึงประเภทของข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปนี้ ซึ่งบางประเภทขึ้นอยู่กับความสามารถของเวอร์ชันของ Cortana ที่คุณกำลังใช้ (เช่น Windows, Android, iOS ฯลฯ) และแอปที่คุณใช้ซึ่งผนวกรวม Cortana ไว้ (เช่น Skype):

  • บัญชี Microsoft Cortana สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านประชากร (เช่น อายุ รหัสไปรษณีย์ และเพศของคุณ) ที่คุณให้ไว้เมื่อคุณสร้าง บัญชี Microsoft ส่วนตัวของคุณ
  • การใช้งานผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft Cortana ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านบริการอื่นๆ ของ Microsoft เพื่อให้ข้อเสนอแนะที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัวสำหรับคุณ ตัวอย่างเช่น Cortana ใช้ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยแอป Sports เพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับทีมที่คุณติดตามได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ Cortana ยังเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่โปรดของคุณจากแอปแผนที่ของ Microsoft เพลงและศิลปินโปรดของคุณจากเพลงที่คุณเล่นใน Groove เพลง และสิ่งที่คุณดูและซื้อใน Windows Store ดังนั้น Cortana จึงสามารถเสนอคำแนะนำที่ดีกว่าได้ บริการอื่นๆ ของ Microsoft เช่น Bing หรือแอปพลิเคชัน MSN ยังสามารถใช้สิ่งที่คุณสนใจในสมุดบันทึกของ Cortana เพื่อกำหนดความสนใจ กำหนดลักษณะ และรายการโปรดจากประสบการณ์การใช้งานเหล่านั้นได้อีกด้วย

ตำแหน่งที่ตั้ง คุณสามารถเลือกให้ Cortana เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของข้อมูลของคุณ เพื่อให้ข้อความแจ้งเตือนและผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องแก่ท่าน และเพื่อให้คำแนะนำที่ช่วยให้ท่านประหยัดเวลา เช่น ข้อมูลการจราจรและการแจ้งเตือนตามแหน่งที่ตั้ง โดยปกติแล้ว Cortana จะเก็บรวบรวมและใช้งานตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของคุณ ประวัติตำแหน่งที่ตั้ง และสัญญาณของตำแหน่งที่ตั้ง (เช่น ตำแหน่งที่ตั้งที่ถูกแท็กบนภาพถ่ายที่คุณอัปโหลดขึ้นบน OneDrive) ถ้าคุณให้สิทธิ์แก่ Cortana ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บรวบรวมโดย Cortana ยังสามารถใช้ในแบบฟอร์มที่ลบการระบุตัวตนเพื่อปรับปรุงบริการตำแหน่งที่ตั้งของ Windows ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนย่อย บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง

ที่ติดต่อ อีเมล ปฏิทิน และการติดต่อสื่อสาร คุณสามารถเลือกให้ Cortana เข้าถึงอีเมลบนอุปกรณ์และระบบคลาวด์ และการติดต่อสื่อสารอื่นๆ ของคุณ ปฏิทินของคุณ และที่ติดต่อของคุณ เพื่อเปิดใช้งานคุณลักษณะเพิ่มเติมและปรับให้เป็นส่วนตัวได้ ถ้าคุณให้สิทธิ์ Cortana จะเข้าถึงข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึง:

  • ข้อความและอีเมล Cortana เข้าถึงข้อความของคุณเพื่อทำสิ่งต่างๆ เช่น ให้คุณสามารถเพิ่มเหตุการณ์ต่างๆ ไปยังปฏิทินของคุณ แจ้งข้อความที่สำคัญแก่คุณ และคอยแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่สำคัญล่าสุด เช่น แพคเกจ หรือการตรวจสอบและติดตามเที่ยวบิน นอกจากนี้ Cortana ยังใช้ข้อความของคุณเพื่อช่วยให้คุณวางแผนกิจกรรมของคุณ และเสนอข้อเสนอแนะและคำแนะนำอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์กับคุณ
  • ประวัติการติดต่อสื่อสาร Cortana เรียนรู้ว่าใครคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณจากประวัติการโทร การรับส่งข้อความ และอีเมลของคุณ Cortana ใช้ข้อมูลดังกล่าวนี้เพื่อคอยติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคุณมากที่สุด และวิธีที่คุณชอบใช้ในการติดต่อสื่อสาร ติดสถานะข้อความที่สำคัญ (เช่น สายที่ไม่ได้รับ) และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของฟีเจอร์ Cortana เช่น การรู้จำเสียง
  • การนัดหมายต่างๆ ในปฏิทิน Cortana เข้าถึงปฏิทินของคุณเพื่อช่วยเตือนความจำและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนัดหมายของคุณ

ประวัติการเรียกดู ถ้าคุณอนุญาตให้ Cortana ใช้ประวัติการเรียกดูของคุณ Microsoft จะรวบรวมคำค้นหาใน Microsoft Edge ของคุณ และประวัติการเรียกดูทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับรหัสผู้ใช้ Cortana จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับคุณและให้คำตอบที่ฉลาดและรวดเร็วและข้อเสนอแนะที่ปรับให้เป็นส่วนตัวแบบเชิงรุกแก่คุณ หรือทำงานของเว็บให้เสร็จสิ้นแทนคุณ Cortana จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไซต์ที่คุณเยี่ยมชมในแท็บ InPrivate

บริการที่เชื่อมต่ออื่นๆ และการจัดการทักษะ คุณยังสามารถให้ Cortana เข้าถึงข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยบริการ Microsoft และบริษัทภายนอกอื่นๆ หรือแชร์ข้อมูล Cortana ของคุณกับบริการเหล่านั้น โดยการให้สิทธิ์ของคุณเพื่อเปิดใช้งาน หรือเชื่อมต่อบริการเหล่านั้นกับ Cortana เมื่อคุณเปิดใช้บริการที่เชื่อมต่อหรือทักษะของบริษัทภายนอก Cortana จะแชร์คำขอของคุณกับบริการเหล่านั้น หรือกับบริษัทภายนอกเพื่อเปิดใช้งานคำสั่งของคุณ Cortana ยังแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมที่คุณอนุญาตให้แชร์ (เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง) ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของบริการที่เชื่อมต่อ และทักษะ โดยมีการเพิ่มบริการที่เชื่อมต่อ และทักษะใหม่เป็นประจำ

  • เชื่อมต่อกับบริการต่างๆ ของ Microsoft ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อมต่อ Cortana กับบัญชี Xbox Live ของคุณ Cortana จะสามารถเข้าถึงข้อมูล Xbox Live ของคุณได้ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับกิจกรรมการเล่นเกมของคุณ และมอบเนื้อหาและคำแนะนำที่เกี่ยวข้องแก่คุณ แจ้งเตือนเมื่อมีเพื่อนที่พร้อมเล่นเกมกับคุณ และช่วยคุณกำหนดเซสชันเกมต่างๆ ของคุณ ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อมต่อ Cortana กับบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณ Cortana สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เก็บใน Office 365 เพื่อช่วยให้คุณอัปเดตอยู่เสมอ และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการประชุม และความสัมพันธ์ต่างๆ การเลือกลงชื่อเข้าใช้ LinkedIn จากใน Cortana จะทำให้ Microsoft เข้าถึงข้อมูลบางรายการของ LinkedIn เพื่อให้ Cortana สามารถให้ข้อมูลและคำแนะนำที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัวมากขึ้นสำหรับคุณ โปรดทราบว่า Cortana เปิดให้ LinkedIn เข้าถึงชื่อ อีเมลแอดเดรส ตำแหน่งงาน และชื่อบริษัทของบุคคลที่คุณประชุมด้วยเพื่อให้ Cortana สามารถเรียกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับที่ติดต่อเหล่านั้นได้
  • บริการที่เชื่อมต่อและทักษะอื่นๆ Cortana ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับบริการของบริษัทภายนอกเพื่อทำให้ Cortana สามารถทำงานได้มากขึ้น และมอบประสบการณ์ในการใช้งานเพิ่มเติมที่ปรับให้เป็นส่วนตัว โดยยึดตามข้อมูลจากบริการของบริษัทภายนอก ทักษะบางอย่างจำเป็นต้องมีการรับรองความถูกต้องของคุณ ด้วยการอนุญาตจากคุณ Cortana ยังสามารถส่งข้อมูลเกี่ยวกับคุณ พร้อมกับคำขอของคุณไปยังบริษัทภายนอก ตัวอย่างเช่น Cortana จะส่งคำขอของคุณ พร้อมกับตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันและจุดหมายปลายทางของคุณไปยัง Uber เมื่อคุณขอให้ Cortana เรียกรถให้คุณ คุณสามารถจัดการบริการที่เชื่อมต่อและทักษะของ Cortana ได้ในสมุดบันทึกของ Cortana

เมื่อคุณให้สิทธิ์ Cortana ในการเข้าถึงข้อมูลของคุณจากอุปกรณ์หรือบริการ ข้อมูลนี้อาจถูกใช้เพื่อปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน Cortana บนอุปกรณ์หรือบริการที่คุณเปิดใช้งาน Cortana ได้อย่างราบรื่น อย่าลืมว่า คุณสามารถลงชื่อออกจาก Cortana ได้เสมอ เมื่อคุณลงชื่อออกบน Windows แล้ว Cortana จะยังพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่จะไม่สามารถปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานของคุณ คุณสามารถเลือกจัดการว่าที่จะให้ Cortana ใช้ข้อมูลอะไรได้บ้าง และสิ่งที่ Cortana รู้เกี่ยวกับตัวคุณได้ในการตั้งค่า การให้สิทธิ์ และสมุดบันทึกของ Cortana คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณลักษณะแต่ละรายการ และวิธีการจัดการคุณลักษณะเหล่านั้นได้ที่ go.microsoft.com/fwlink/?linkid=522360

Groove เพลง/ภาพยนตร์และทีวีGroove Music/Movies & TVmaingroovemusicmoviestvmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

แอป Groove Music ช่วยให้คุณสามารถเล่นคอลเลกชันเพลง สร้างรายการที่จะเล่น ซื้อเพลง และรับฟังสถานีวิทยุที่ถ่ายทอดทางอินเทอร์เน็ตตามที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย แอป Microsoft Movies & TV ช่วยให้คุณสามารถเล่นคอลเลกชันวิดีโอของคุณ รวมทั้งซื้อหรือเช่าภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ ก่อนหน้านี้ บริการเหล่านี้มีชื่อว่า Xbox Music และ Xbox Video

Microsoft จะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะเนื้อหาที่คุณเล่น ความยาวในการเล่น และคะแนนที่คุณให้สำหรับแอปนั้น เพื่อช่วยให้คุณค้นพบเนื้อหาที่คุณอาจสนใจ หากคุณลงชื่อเข้าใช้ Cortana บนอุปกรณ์ของคุณ Microsoft จะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลเกี่ยวกับเพลงที่คุณเล่นผ่าน Groove เพลง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวและข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องสำหรับคุณ

เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีที่สุด เมื่อคุณเล่นเนื้อหา แอป Groove Music และแอป Movies & TV จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่คุณเล่น และเนื้อหาในไลบรารีเพลงและวิดีโอของคุณ เช่น ชื่ออัลบั้ม ภาพหน้าปก ชื่อเพลงหรือวิดีโอ และข้อมูลอื่นๆ ถ้ามี ในการให้ข้อมูลนี้ แอป Groove Music และแอป Movies & TV จะส่งการร้องขอข้อมูลไปที่ Microsoft ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลการบริการพื้นฐาน เช่น ที่อยู่ IP ของอุปกรณ์ของคุณ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์ การตั้งค่าภูมิภาคและภาษาของคุณ และตัวระบุสำหรับเนื้อหาดังกล่าว

ถ้าคุณใช้ Groove เพลงหรือภาพยนตร์และทีวีเพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ได้รับการป้องกันด้วยระบบจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล (DRM) ของ Microsoft ระบบอาจขอสิทธิในการใช้สื่อจากเซิร์ฟเวอร์ลิขสิทธิ์ออนไลน์โดยอัตโนมัติ และดาวน์โหลดและติดตั้งการอัปเดตของ DRM เพื่อให้คุณสามารถเล่นเนื้อหาได้ คุณสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับ DRM ได้ที่ส่วน Silverlight ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

บริการ Microsoft Cognitiveบริการ Microsoft Cognitivemainmicrosoftcognitiveservicesmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

บริการ Microsoft Cognitive ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น อย่างเช่นการตรวจหาใบหน้าและวัตถุในรูปภาพ การทำความเข้าใจคำพูด หรือการแปลงคำสั่ง เรารวบรวมและใช้ข้อมูลของคุณเพื่อมอบการบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงและการปรับประสบการณ์การใช้งานของคุณให้เป็นส่วนตัว

การบริการด้านการรับรู้รวบรวมและใช้ข้อมูลหลายประเภท อย่างเช่นรูปภาพ ไฟล์เสียง ไฟล์วิดีโอ หรือข้อความ ซึ่ง Microsoft จะเก็บไว้ทุกอย่าง Microsoft ได้ดำเนินธุรกิจและการวัดทางเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลบเอกลักษณ์ข้อมูลบางอย่างที่บริการด้านการรับรู้เก็บไว้ การลบเอกลักษณ์จะไม่ทำให้ข้อมูลหายไปทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น บุคคลในรูปถ่ายยังคงมีคนที่รู้จักคนผู้นั้นจดจำได้อยู่

Microsoft และแอปที่ใช้บริการด้านการรับรู้อาจต้องรวบรวมและใช้ข้อมูลของคุณด้วย ยกตัวอย่างเช่น Bing ใช้คิวรีการค้นหารวบรวมผ่าน API การค้นหาของ Bing ผ่านการบริการด้านการรับรู้ตามที่อธิบายไว้ในส่วนของ Bing Microsoft Translator ใช้ข้อมูลที่ส่งผ่าน API ของระบบ Translator ผ่านการบริการด้านการรับรู้ตามที่อธิบายไว้ในส่วนของ Translator

บริการ Microsoft Healthบริการ Microsoft Healthmainmicrosofthealthservicesmodule
บทสรุป

บริการ Microsoft Health สามารถช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของคุณได้ ซึ่งรวมถึง HealthVault, HealthVault Insights, อุปกรณ์ Microsoft Band, แอปพลิเคชันของ Microsoft Health อื่นๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง Band ช่วยให้คุณติดตามข้อมูล อย่างเช่น อัตราการเต้นของหัวใจ และขั้นตอนในการดำเนินการ นอกจากนี้ Band ยังสามารถใช้ Cortana เพื่อจดโน้ตและรับการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของคุณได้ด้วย แอปพลิเคชัน Microsoft Health ส่งข้อมูลให้กับเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft และอนุญาตให้คุณดู จัดการและควบคุมข้อมูลได้ แอปพลิเคชันอาจเปิดใช้งานการแจ้งเตือนไปยัง Band และอุปกรณ์อื่นๆ บริการ HealthVault ให้คุณเก็บรวบรวม แก้ไข เพิ่ม และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางออนไลน์ พร้อมกับแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับครอบครัว ผู้ดูแล และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

บริการ Microsoft Health จะรวบรวมและใช้ข้อมูลของคุณเพื่อมอบการบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงและการปรับประสบการณ์การใช้งานของคุณให้เป็นส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพที่คุณให้กับ Microsoft ผ่านทางบริการ Microsoft Health จะไม่ถูกนำไปรวมกับข้อมูลจากบริการอื่นๆ ของ Microsoft หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากคุณอย่างชัดแจ้ง เช่น Microsoft จะไม่ใช้ข้อมูลจากบันทึกข้อมูลสุขภาพของคุณเพื่อทำการตลาดหรือโฆษณากับคุณ โดยที่คุณไม่ได้ให้ความยินยอมที่จะเข้าร่วม

บริการสุขภาพบริการสุขภาพmainmicrosoftservicelongmodule
บทสรุป

บริการ Microsoft Health สามารถช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของคุณได้ ข้อมูลที่รวบรวมมาจะขึ้นอยู่กับบริการและคุณลักษณะต่างๆ ที่คุณใช้งาน และรวมถึงรายการต่อไปนี้:

  • ข้อมูลโปรไฟล์ เมื่อคุณสร้างโปรไฟล์ คุณจำเป็นต้องให้ข้อมูล เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก และอายุ ซึ่งจะใช้ในการคำนวณผลลัพธ์ของกิจกรรมของคุณ ข้อมูลโปรไฟล์อื่นๆ จะมาจาก บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ
  • ข้อมูลกิจกรรมและฟิตเนส บริการ Microsoft Health ช่วยคุณติดตามกิจกรรมและฟิตเนสของคุณโดยการรวบรวมข้อมูล เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าวที่เดิน พลังงานที่เผาผลาญ และการนอนหลับของคุณ ตัวอย่างของชนิดกิจกรรมที่คุณสามารถเลือกที่จะติดตามข้อมูลได้คือ การวิ่ง การออกกำลังกาย และการนอนหลับ
  • ข้อมูลการใช้งาน เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดกับคุณ เราได้เก็บรวบรวมและอัปโหลดสถิติเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการใช้บริการ Microsoft Health ของคุณ
  • ตำแหน่งที่ตั้ง Microsoft Band มีขีดความสามารถของระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง จึงช่วยให้คุณกำหนดแผนที่ให้กับกิจกรรม เช่นการวิ่งหรือการขี่จักรยานของคุณได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ถ้าคุณเปิดใช้งาน GPS สำหรับกิจกรรม คุณสามารถดูแผนที่ของกิจกรรมนั้นได้ในแอปพลิเคชัน Microsoft Health บางโหมดใน Band เช่น กอล์ฟ และ Explorer จะเปิด GPS โดยอัตโนมัติ และปิดเมื่อคุณออกจากโหมดดังกล่าว 

เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเซนเซอร์ของ Band และข้อมูลที่รวบรวม ให้ไปที่ ที่นี่

การเข้าถึงและการควบคุม คุณสามารถดูและจัดการข้อมูลของคุณในบริการ Microsoft Health ได้ เช่น คุณสามารถดูและอัปเดตข้อมูลโปรไฟล์ของคุณ จัดการแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อ และดูกิจกรรมที่ผ่านมาได้ คุณสามารถลบรายละเอียดของกิจกรรมที่ระบุในบริการ Microsoft Health เมื่อคุณลบกิจกรรมที่ระบุ เหตุการณ์นั้นจะถูกลบออกจากบริการ Microsoft Health แต่ทั้งนี้ ข้อมูลอื่นและข้อมูลเซนเซอร์พื้นฐานที่อุปกรณ์จัดเก็บไว้จะยังคงอยู่ในบริการ Microsoft Health คุณสามารถยกเลิกบัญชีบริการ Microsoft Health ของคุณได้ตลอดเวลา โดยติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้า ที่นี่

Cortana บริการ Microsoft Health อนุญาตให้คุณใช้ Cortana เมื่อคุณใช้ Cortana ข้อมูลที่คุณประมวลผลในบริการ Microsoft Health รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และข้อมูลที่ประมวลผลจากบริการของบริษัทภายนอก จะแชร์กับ Cortana ความสามารถของ Cortana อนุญาตให้คุณทำคิวรี และตั้งการแจ้งเตือนด้วยเสียงของคุณได้ ถ้าคุณได้เปิดใช้งาน Cortana บนอุปกรณ์ของคุณ เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมว่า Cortana จัดการกับข้อมูลของคุณอย่างไร โปรดดูที่ส่วน Cortana ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

HealthVaultHealthVaultmainhealthvaultmodule
บทสรุป

HealthVault คือแพลตฟอร์มสุขภาพส่วนบุคคลที่ช่วยให้คุณเก็บรวบรวม แก้ไข จัดเก็บ และแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางออนไลน์ HealthVault ช่วยให้คุณสามารถควบคุมบันทึกข้อมูลสุขภาพของคุณเองได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับครอบครัว ผู้ที่ดูแล ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพ และเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ของคุณได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HealthVault ให้ไปที่ ที่นี่

การลงชื่อเข้าใช้ HealthVault เมื่อต้องการลงชื่อเข้าใช้ใน HealthVault คุณสามารถใช้ บัญชี Microsoft หรือบริการการรองรับความถูกต้องของบริษัทภายนอก ถ้าคุณปิดบัญชี Microsoft ของคุณ หรือทำข้อมูลประจำตัวของบัญชีผู้ใช้ของคุณหาย คุณอาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ คุณสามารถใช้ข้อมูลประจำตัวมากกว่าหนึ่งบัญชีกับ HealthVault เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถเข้าถึงระบบได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะใช้งานบริการการรับรองความถูกต้องของบุคคลที่สามกับ HealthVault เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบข้อผูกมัดในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการดังกล่าวเสียก่อน

บัญชี HealthVault และบันทึกข้อมูลสุขภาพ ถ้าต้องการสร้างบัญชี HealthVault ใหม่ คุณต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด อีเมลแอดเดรส รหัสไปรษณีย์ และประเทศ/ภูมิภาค ทั้งนี้ คุณอาจถูกขอข้อมูลเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะที่คุณใช้งาน บัญชี HealthVault อนุญาตให้คุณจัดการบันทึกข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งบัญชี เช่น บันทึกข้อมูลที่คุณสร้่างขึ้นสำหรับตัวคุณเองและบันทึกข้อมูลสำหรับสมาชิกในครอบครัวของคุณ คุณสามารถเพิ่มหรือลบข้อมูลในบันทึกข้อมูลสุขภาพที่คุณจัดการได้ตลอดเวลา

ในสหรัฐอเมริกา HealthVault จะกำหนดอีเมลแอดเดรส HealthVault ที่ไม่ซ้ำกันให้กับบันทึกข้อมูลสุขภาพแต่ละรายการ เมื่อคุณรับข้อความใดๆ ที่ส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น ระบบจะเพิ่มข้อความและไฟล์แนบดังกล่าวเข้าในบันทึกข้อมูล HealthVault โดยอัตโนมัติ และส่งอีเมลแจ้งเตือนให้กับผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลนั้น บริการอีเมลใน HealthVault ใช้โพรโทคอล "โดยตรง" ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับการติดต่อสื่อสารกับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ อีเมลของ HealthVault จึงสามารถรับและส่งกับผู้ให้บริการที่ใช้ Direct protocol ผู้เก็บรักษาสามารถเพิ่มและปิดใช้งานอีเมลแอดเดรสของบันทึกข้อมูลได้

การแชร์ข้อมูลสุขภาพ คุณค่าที่สำคัญของ HealthVault คือความสามารถในการแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับผู้คนและบริการที่จะช่วยทำให้คุณบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณได้ ตามค่าเริ่มต้น คุณคือผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลที่คุณสร้างขึ้น ผู้เก็บรักษาและมีสิทธิในการเข้าถึงบันทึกข้อมูลสุขภาพในระดับสูงสุด ในฐานะผู้เก็บรักษา คุณสามารถแชร์ข้อมูลในบันทึกข้อมูลสุขภาพกับคนอื่นๆ ได้ โดยส่งคำเชิญทางอีเมลผ่านทาง HealthVault คุณสามารถระบุชนิดของสิทธิ์ในการเข้าถึงที่พวกเขามีได้ (รวมทั้งสิทธิ์ในการเข้าถึงแบบผู้เก็บรักษา) ระยะเวลาที่พวกเขาเข้าถึง และให้พวกเขาสามารถแก้ไขข้อมูลในบันทึกได้หรือไม่ เมื่อคุณให้สิทธิ์ในการเข้าถึงกับใคร บุคคลนั้นจะสามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงในระดับเดียวกันกับผู้อื่นได้ (ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงแบบดูได้อย่างเดียว สามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงแบบดูได้อย่างเดียวกับผู้อื่นได้เท่านั้น) เนื่องจากการให้สิทธิ์ในการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ผู้อื่นสามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณ หรือแม้แต่เพิกถอนสิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกข้อมูลของคุณเองได้ คุณจึงควรระมัดระวังในการมอบสิทธิ์การเข้าถึงบันทึกของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะแชร์ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง (หรือข้อมูลทั้งหมด) ในบันทึกข้อมูลสุขภาพกับบริการอื่นๆ รวมถึงบริการของบริษัทภายนอกที่คุณอนุญาตให้เข้าร่วม บริการอื่นๆ จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณผ่านทาง HealthVault ได้ เว้นแต่ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตจะให้สิทธิในการเข้าถึงกับบริการนั้นผ่านทาง HealthVault HealthVault อนุญาตให้คุณควบคุมการเข้าถึง โดยการยอมรับหรือปฏิเสธคำขอ สำหรับบริการที่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงแต่ละบริการ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะแชร์ข้อมูลสุขภาพใดในบันทึกข้อมูลสุขภาพที่ระบุ และเลือกสิทธิที่อนุญาตให้แต่ละบริการสามารถกระทำการกับข้อมูลสุขภาพดังกล่าวได้

บริการที่ได้รับอนุญาตสำหรับันทึกจะได้รับชื่อเต็มที่เชื่อมโยงกับบัญชี HealthVault ของคุณ ชื่อเล่นของบันทึกที่ได้รับอนุญาต และความสัมพันธ์ของคุณกับบันทึกนั้น บริการนั้นจะยังคงมีสิทธิ์ในการเข้าถึง HealthVault อย่างต่อเนื่อง จนกว่าคุณจะเพิกถอนสิทธิ์ดังกล่าว Microsoft สามารถเพิกถอนสิทธิในการเข้าถึง HealthVault ของบริการได้ หากข้อผูกมัดเรื่องความเป็นส่วนตัวของบริการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับของ Microsoft อย่างไรก็ตาม นอกจากการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงของพวกเขาสำหรับข้อมูล HealthVault ของคุณแล้ว เราไม่ได้ควบคุมหรือตรวจสอบบริการของบริษัทภายนอก และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของแต่ละบริการอาจแตกต่างกันออกไป

รายงานถึง ผู้ให้บริการการดูแลสุขภาพ ในสหรัฐอเมริกา เราอนุญาตให้ผู้ให้บริการการดูแลสุขภาพที่เข้าร่วมสามารถรับรายงานได้ ว่ามีผู้ใช้ข้อมูลที่พวกเขาส่งไปที่บันทึกข้อมูลในบริการ Microsoft Health หรือไม่ คุณลักษณะนี้รองรับวัตถุประสงค์เรื่อง "การใช้งานที่มีประโยชน์" ของกฏหมายสาธารณสุข HITECH ซึ่งจูงใจให้ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพส่งสำเนาข้อมูลทางการแพทย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ป่วย ผู้ให้บริการที่เข้าร่วมสามารถรับรายงานซึ่งรวมถึง หมายเลขที่ผู้ให้บริการใช้เพื่อระบุตัวภายในระบบของผู้ให้บริการ และผู้ใช้ได้กระทำ "การดำเนินการที่เหมาะสม" ใน HealthVault หรือไม่ (แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการกระทำใด) ในปัจจุบัน "การดำเนินการที่เหมาะสม" หมายรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การดู การดาวน์โหลด หรือการส่งข้อมูลสุขภาพทางอีเมล คุณสามารถปิดการรายงานสำหรับบันทึกข้อมูลของคุณได้

การเข้าถึงและการควบคุม คุณสามารถตรวจทาน แก้ไข หรือลบข้อมูลบัญชี HealthVault ของคุณ หรือปิดบัญชี HealthVault ของคุณได้ตลอดเวลา เฉพาะผู้เก็บรักษาเท่านั้นที่สามารถลบรายการแบบถาวรได้ เมื่อคุณลบบันทึกข้อมูลสุขภาพ บันทึกข้อมูลนั้นจะถูกลบจากผู้ใช้ทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าถึงบันทึกข้อมูลดังกล่าว

เมื่อคุณปิดบัญชี HealthVault ของคุณ เราจะลบบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่คุณเป็นผู้เก็บรักษาแต่เพียงผู้เดียว ถ้าคุณแชร์สิทธิในการเข้าถึงแบบผู้เก็บรักษาสำหรับบันทึกข้อมูลใดก็ตาม คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะลบบันทึกข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ Microsoft จะรออยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด ก่อนที่จะลบข้อมูลของคุณอย่างถาวร เพื่อช่วยให้คุณเลี่ยงปัญหาการลบข้อมูลสุขภาพของคุณโดยประสงค์ร้ายหรือโดยไม่ได้ตั้งใจ

HealthVault จัดเก็บประวัติการเข้าถึงแต่ละครั้ง การเปลี่ยนแปลงหรือลบโดยผู้ใช้และบริการต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึง วันที่ การดำเนินการ และชื่อของบุคคลหรือบริการที่เข้าถึงด้วย ผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลสามารถตรวจสอบประวัติของบันทึกข้อมูลเหล่านั้นได้

การติดต่อสื่อสารทางอีเมล เราจะใช้อีเมลแอดเดรสที่คุณให้ไว้ ในตอนที่คุณสร้างบัญชี HealthVault ของคุณ เพื่อส่งอีเมลคำขอให้คุณตรวจสอบความถูกต้องอีเมลแอดเดรสของคุณ เพื่อใส่ในคำเชิญให้เข้าร่วมการแชร์ข้อมูลที่คุณส่งผ่าน HealthVault และเพื่อส่งการแจ้งเตือนบริการต่างๆ ให้กับคุณ เช่น การแจ้งเตือนทางอีเมลว่าข้อมูลพร้อมให้คุณเพิ่มในบันทึกข้อมูล HealthVault ของคุณแล้ว

HealthVault จะส่งจดหมายข่าวให้กับคุณเป็นระยะๆ เพื่อให้คุณได้รับทราบเกี่ยวกับการปรับปรุงล่าสุด นอกจากนี้ HealthVault จะส่งอีเมลสรุปกิจกรรมล่าสุดให้กับคุณเป็นระยะๆ ด้วย นอกจากนี้ เรายังใช้อีเมลแอดเดรสของคุณเพื่อส่งอีเมลส่งเสริมการขาย ขึ้นอยู่กับการกำหนดลักษณะที่ติดต่อของคุณ คุณสามารถยกเลิกการสมัครใช้งานอีเมลนี้ได้ตลอดเวลา

Microsoft TranslatorMicrosoft TranslatormainMicrosoftTranslatormodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft Translator เป็นระบบการแปลผ่านเครื่องคำนวนทางสถิติที่ออกแบบมาเพื่อแปลข้อความและคำพูดระหว่างภาษาที่สนับสนุนมากมายโดยอัตโนมัติ ระบบ Translator อาจรวมไว้ในผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Microsoft เช่น Office, SharePoint และ Bing บริษัทภายนอกอาจรวมระบบ Translator ไว้ในบริการและข้อเสนอด้วย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของบริการและข้อเสนอในบริษัทภายนอก กรุณาอ่านคำประกาศความเป็นส่วนตัวของบริษัทนั้นๆ

Microsoft Translator รวบรวมและใช้ข้อความ รูปภาพ และข้อมูลคำพูดที่คุณส่งมา รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเข้าถึงบริการ Translator อย่างเช่นรุ่นของระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ และภาษา เราใช้ข้อมูลของคุณเพื่อให้การบริการ Translator ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงและการปรับประสบการณ์การใช้งานของคุณให้เป็นส่วนตัว Microsoft ได้ดำเนินธุรกิจและการวัดทางเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลบเอกลักษณ์ข้อมูลบางอย่างที่ระบบ Translator เก็บไว้ ยกตัวอย่างเช่น เราสุ่มตัวอย่างข้อความเพื่อปรับปรุงระบบ Translator และมาสก์หรือลบสตริงตัวเลขและข้อมูลระบุตัวบุคคลอื่นๆ ที่เราตรวจหาในตัวอย่าง

หากคุณสมัครใช้งาน API ของ Microsoft Translator ที่มีปริมาณอักขระมากกว่า 250 ล้านตัวต่อเดือน คุณอาจร้องขอให้บันทึกการปิดใช้งานในส่วนข้อความที่คุณส่งไปยัง Microsoft Translator โดยการส่งคำร้องขอที่ใช้กระบวนการซึ่งระบุรายละเอียดไว้ที่ www.microsoft.com/en-us/translator/notrace.aspx

MSNMSNmainmainmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

บริการ MSN ประกอบด้วยเว็บไซต์และชุดโปรแกรมของแอปพลิเคชันต่างๆ อาทิ MSN ข่าว พยากรณ์อากาศ กีฬา และการเงิน รวมถึงแอปพลิเคชันเวอร์ชันก่อนหน้าที่ชื่อ Bing (ต่อไปในที่นี้จะเรียกรวมกันว่า "แอปพลิเคชัน MSN") แอปพลิเคชัน MSN สามารถใช้งานได้บนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย รวมทั้ง Windows, iOS และ Android เราได้รวมบริการ MSN ไว้ในบริการอื่นๆ ของ Microsoft ด้วย เช่น เบราว์เซอร์ Microsoft Edge 

เมื่อคุณติดตั้งแอปพลิเคชัน MSN เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลที่จะบอกเราว่าแอปพลิเคชันนั้นได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่ วันที่ติดตั้ง เวอร์ชันของแอปพลิเคชัน และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ เช่น ระบบปฏิบัติการและเบราว์เซอร์ เราเก็บรวบรวมข้อมูลนี้เป็นประจำ เพื่อระบุจำนวนผู้ใช้แอปพลิเคชัน MSN และระบุปัญหาด้านประสิทธิภาพที่เกี่ยวข้องกับเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ และเบราว์เซอร์ที่แตกต่างกันของแอปพลิเคชัน

เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่คุณโต้ตอบกับบริการ MSN เช่นความถี่ในการใช้งานและบทความที่ดู เพื่อให้เนื้อหาที่เกี่ยวข้องแก่คุณ บริการบางอย่างของ MSN จะมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีขึ้น เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft รวมทั้งช่วยให้คุณสามารถกำหนดสิ่งที่คุณสนใจและรายการโปรดของคุณเองได้ด้วย คุณสามารถจัดการการตั้งค่าส่วนบุคคลของคุณได้ในการตั้งค่าของ MSN และ Bing รวมทั้งในการตั้งค่าบริการอื่นๆ ของ Microsoft ที่รวมบริการ MSN ไว้ นอกจากนี้ เรายังใช้ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมไว้เพื่อแสดงโฆษณาที่คุณอาจสนใจอีกด้วย คุณสามารถปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจได้ โดยคลิกที่ลิงก์โฆษณาในบริการ MSN หรือไปที่ หน้าปฏิเสธการเข้าร่วม ของ Microsoft

MSN การเงินและการลงทุนเวอร์ชันก่อนหน้านี้ช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลการเงินส่วนบุคคลจากสถาบันการเงินที่เป็นบุคคลที่สามได้ อนึ่ง MSN Money (การเงิน) เพียงแค่แสดงข้อมูลนี้เท่านั้น และไม่ได้จัดเก็บข้อมูลนี้ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของเรา บริการจะเข้ารหัสลับข้อมูลประจำตัวในการเข้าสู่ระบบของคุณซึ่งบุคคลที่สามใช้เพื่อเข้าถึงข้อมูลการเงินของคุณบนอุปกรณ์ของคุณ และไม่ได้ส่งให้กับ Microsoft สถาบันการเงินเหล่านี้ รวมถึงบริการอื่นๆ จากบุคคลที่สามที่คุณเข้าถึงผ่านทางบริการ MSN อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัวของสถาบันและบุคคลที่สามเหล่านั้น

OfficeOfficemainofficeservicesmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Office คือ คอลเลกชันของแอปพลิเคชันที่ใช้ในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วย Word, Excel, PowerPoint, Outlook และอื่นๆ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Outlook ให้ดูส่วน Outlook ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ แอปพลิเคชัน Office ที่หลากหลายช่วยให้คุณสามารถใช้เนื้อหาและฟังก์ชันการทำงานจากบริการอื่นๆ ของ Microsoft เช่น Bing และบริการที่เชื่อมต่อของบริษัทภายนอก ถ้าต้องการข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีจัดการตัวเลือกด้านความเป็นส่วนตัว โปรดดู go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=624445 ถ้าคุณทำงานในองค์กร ผู้ดูแลระบบของคุณสามารถปิดบริการที่เชื่อมต่อผ่านทางนโยบายของกลุ่มได้

Office Roaming Service Office Roaming Service จะช่วยรักษาการตั้งค่า Office ในอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้งาน Office ของคุณให้อัปเดตอยู่เสมอ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Office ด้วย บัญชี Microsoft ของคุณ Office Roaming Service จะเปิดและซิงค์การตั้งค่าแบบกำหนดเองของ Office กับเซิร์ฟเวอร์ Microsoft (เช่น รายการเอกสารที่ใช้ล่าสุดและตำแหน่งสุดท้ายที่ดูในเอกสาร) เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Office ในอุปกรณ์เครื่องอื่นด้วยบัญชีเดียวกัน Office Roaming Service จะดาวน์โหลดการตั้งค่าของคุณจากเซิร์ฟเวอร์ Microsoft และนำไปใช้กับอุปกรณ์เพิ่มเติมนั้น Office Roaming Service ยังนำการตั้งค่าแบบกำหนดเองของ Office ไปใช้อีกด้วย เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Office.com เมื่อคุณลงชื่อออกจาก Office บริการ Office Roaming จะลบการตั้งค่า Office ของคุณออกจากอุปกรณ์ของคุณ การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำกับการตั้งค่าด้วยตนเองของ Office จะถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ Microsoft

Microsoft Update Office ใช้บริการ Microsoft Update เพื่อรักษาความปลอดภัยและอัปเดตที่สำคัญอื่นๆ ให้กับคุณ กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ส่วน บริการการอัปเดต ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

วิธีใช้แบบออนไลน์ เทมเพลต ฟอนต์ และเนื้อหาอื่นๆ Office ใช้บริการ Microsoft หรือบริการของบุคคลที่สามอื่นๆ เพื่อจัดหาเนื้อหาแบบออนไลน์ล่าสุดให้กับคุณ เมื่อคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เช่น บทความเกี่ยวกับวิธีใช้ เทมเพลต และแบบอักษร ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณใช้ฟีเจอร์ วิธีใช้ ในแอปพลิเคชัน Office แอปพลิเคชันจะส่งคำสืบค้นของคุณไปยัง Office.com เพื่อแสดงบทความเกี่ยวกับวิธีใช้แบบออนไลน์ให้กับคุณ ฟีเจอร์เหล่านี้ถูกเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น แต่คุณสามารถปิดได้ โดยใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเข้าถึงการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ใน Office 2013 ได้โดยการคลิก ไฟล์ > ตัวเลือก > ศูนย์ความเชื่อถือ > การตั้งค่าศูนย์ความเชื่อถือ > ตัวเลือกความเป็นส่วนตัว

บริการอัปเดตแบบ คลิก-ทู-รัน บริการการอัปเดตแบบคลิก-ทู-รันช่วยให้คุณสามารถติดตั้งผลิตภัณฑ์ Microsoft Office ที่เจาะจงทางอินเทอร์เน็ตได้ ดังนั้น คุณจึงสามารถเริ่มต้นใช้งานผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้ก่อนที่การดาวน์โหลดจะเสร็จสิ้น ตามค่าเริ่มต้น บริการการอัปเดตแบบคลิก-ทู-รันจะตรวจหาการอัปเดตออนไลน์สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดใช้งานการคลิกเพื่อเรียกใช้ในอุปกรณ์ของคุณไว้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งดาวน์โหลดและติดตั้งการอัปเดตโดยอัตโนมัติด้วย บริการนี้ถูกเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น แต่คุณสามารถปิดบริการนี้ได้โดยใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

บริการค้นหา บริการค้นหาที่รองรับ Office อย่างเช่น Insights ช่วยให้คุณสามารถขอข้อมูลจากบริการ Microsoft หรือบริการของบุคคลที่สามได้จากในแอปพลิเคชัน Office ตัวอย่างเช่น ในโปรแกรม Word คุณสามารถเน้นคำหรือวลีและดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการค้นหาของ Bing เมื่อคุณค้นหาคำหรือวลีเฉพาะ Office จะส่งคำหรือวลีในการค้นหาของคุณไปที่บริการนี้ Office จะส่งข้อความที่เข้ารหัส ที่คุณที่ร้องขอ (และเมื่อคุณใช้ Insights โปรแกรม Office จะส่งคำหรือวลีที่คุณร้องขอ รวมทั้งเนื้อหาแวดล้อมจากเอกสารของคุี๊ณ เพื่อให้ผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับบริบท) ใน Excel คุณสามารถส่งข้อมูลประเภทต่างๆ ไปยัง Microsoft เพื่อรับคำแนะนำสำหรับชุดข้อมูลที่คล้ายกันซึ่งคุณอาจสนใจ แต่ไม่ส่งเนื้อหาที่แท้จริงจากเวิร์กบุ๊กของคุณไปยัง Microsoft นอกจากนี้ Office จะส่งข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่คุณกำลังใช้งาน และระบุตำแหน่งที่มีการตั้งค่าระบบของคุณ หากผู้ให้บริการด้านเนื้อหาที่เป็นบุคคลที่สามกำหนด Office จะส่งข้อมูลการอนุญาต เพื่อบ่งชี้ว่าคุณมีสิทธิ์ในการดาวน์โหลดเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง โดยส่วนใหญ่ ข้อมูลที่คุณได้รับจะมีลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยังข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการด้านเนื้อหา ถ้าคุณคลิกลิงก์ ผู้ให้บริการด้านเนื้อหาอาจวาง คุกกี้ ไว้บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อระบุตัวตนของคุณสำหรับธุรกรรมในอนาคต

บริการแปลภาษา แอปพลิเคชันบางตัวของ Office ช่วยให้คุณสามารถแปลเอกสารบางรายการหรือเอกสารทั้งหมดของคุณได้ โดยใช้พจนานุกรมสองภาษาหรือการแปลภาษาด้วยเครื่อง หากคำหรือวลีที่คุณต้องการแปลไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมสองภาษาที่รวมอยู่ในซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันของคุณ คำหรือวลีจะถูกส่งแบบไม่เข้ารหัสไปยังบริการแปลภาษาของ Microsoft หรือของบุคคลที่สาม หากคุณเลือกที่จะแปลเอกสารทั้งฉบับของคุณ เอกสารทั้งฉบับจะถูกส่งแบบไม่เข้ารหัสไปยังบริการแปลภาษาของ Microsoft หรือของบุคคลที่สาม นอกจากคำหรือวลีที่คุณต้องการจะแปลแล้ว Office จะส่งข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ของ Office ที่คุณใช้อยู่ รวมทั้งเวอร์ชัน ระบบปฏิบัติการ ตำแหน่งกระทำการและภาษาของระบบที่คุณติดตั้ง สำหรับบริการแปลภาษาของบุคคลที่สาม Office อาจส่งข้อมูลการรับรองความถูกต้องที่จัดเก็บไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุว่าคุณได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ด้วย

OneDriveOneDrivemainonedrivemodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

OneDrive ให้คุณจัดเก็บและเข้าถึงไฟล์ของคุณบนอุปกรณ์เครื่องใดก็ได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถแชร์และทำงานในไฟล์ของคุณร่วมกับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย แอปพลิเคชัน OneDrive บางเวอร์ชันอนุญาตให้คุณเข้าถึงได้ทั้ง OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ โดยลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ และ OneDrive สำหรับธุรกิจของคุณ โดยลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณ อันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งาน Office 365 ขององค์กรของคุณ

เมื่อคุณใช้ OneDrive เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานบริการของคุณ รวมทั้งเนื้อหาที่คุณจัดเก็บ เพื่อให้บริการ ปรับปรุง และป้องกันบริการของเรา ตัวอย่างเช่น การทำดัชนีเนื้อหาของเอกสารบน OneDrive ของคุณ เพื่อที่คุณจะได้สามารถค้นหาเอกสารดังกล่าวในภายหลังได้ และการใช้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง เพื่อที่คุณจะได้สามารถค้นหาภาพถ่ายจากสถานที่ถ่ายรูปได้ นอกจากนี้ เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลของอุปกรณ์ เพื่อที่เราจะได้สามารถปรับประสบการณ์ในการใช้งานที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัว เช่น การทำให้คุณสามารถซิงค์เนื้อหาระหว่างอุปกรณ์เครื่องต่างๆ และการตั้งค่าโรมมิ่งแบบกำหนดเอง

เมื่อคุณจัดเก็บเนื้อหาลงใน OneDrive เนื้อหานั้นจะมีสิทธิในการแชร์เช่นเดียวกับของโฟลเดอร์ที่คุณจัดเก็บเนื้อหา เช่น หากท่านจัดเก็บเนื้อหาในโฟลเดอร์สาธารณะ เนื้อหานั้นจะเป็นสาธารณะและจะมีให้ทุกคนบนอินเทอร์เน็ตที่สามารถหาโฟลเดอร์นั้นเจอ หากท่านจัดเก็บเนื้อหาในโฟลเดอร์ส่วนตัว เนื้อหานั้นจะเป็นส่วนตัว

เมื่อคุณแชร์เนื้อหาไปยังเครือข่ายสังคม เช่น Facebook จากโทรศัพท์ที่คุณได้ซิงค์กับบัญชี OneDrive ของคุณแล้ว ระบบจะอัปโหลดเนื้อหาของคุณไปที่เครือข่ายนั้น หรือโพสต์ลิงก์ของเนื้อหานั้นไปยังเครือข่ายดังกล่าว ทุกคนที่อยู่ในเครือข่ายสังคมนั้นจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาที่โพสต์ไปยังเครือข่ายสังคม และเนื้อหาที่จัดเก็บไว้บน OneDrive ในการลบเนื้อหา คุณต้องลบเนื้อหาออกจากเครือข่ายสังคมและจาก OneDrive

เมื่อคุณแชร์เนื้อหาบน OneDrive ของคุณกับเพื่อนๆ ของคุณผ่านลิงก์ อีเมลที่มีลิงก์จะถูกส่งไปให้เพื่อนๆ เหล่านั้น ลิงก์จะประกอบด้วยรหัสการอนุญาต ซึ่งจะทำให้ใครก็ตามที่มีลิงก์นั้นสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้ หากเพื่อนคนหนึ่งของคุณส่งลิงก์นั้นให้กับคนอื่น พวกเขาก็จะสามารถเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้เช่นกัน แม้ว่าคุณไม่ได้เลือกที่จะแชร์เนื้อหากับพวกเขาก็ตาม หากต้องการเพิกถอนสิทธิสำหรับเนื้อหาของคุณบน OneDrive ให้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ของคุณ จากนั้นเลือกเนื้อหาที่ระบุ เพื่อจัดการระดับสิทธิ การเพิกถอนสิทธิสำหรับลิงก์เป็นการปิดใช้งานลิงก์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะไม่มีใครสามารถใช้ลิงก์นั้นเพื่อเข้าถึงเนื้อหาได้ เว้นเสียแต่ว่าคุณตัดสินใจที่จะแชร์ลิงก์นั้นอีกครั้ง

ไฟล์ที่จัดการด้วย OneDrive สำหรับธุรกิจจะถูกจัดเก็บไว้แยกต่างหากจากไฟล์ที่จัดเก็บด้วย OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ OneDrive for Business จะเก็บรวบรวมและส่งข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการรับรองความถูกต้อง เช่น อีเมลแอดเดรสและรหัสผ่านของคุณ ซึ่งจะถูกส่งให้กับ Microsoft และ/หรือผู้ให้บริการของ Office 365 ของคุณ

OutlookOutlookmainoutlookmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

ผลิตภัณฑ์ของ Outlook ถูกออกแบบมาเพื่อปรับปรุงการทำงานของคุณผ่านการติดต่อสื่อสารที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว และรวมถึง Outlook.com แอปพลิเคชันของ Outlook และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

Outlook.com Outlook.com คือบริการอีเมลหลักสำหรับผู้บริโภคของ Microsoft ซึ่งรวมถึงบัญชีอีเมลต่างๆ ที่มีที่อยู่ลงท้ายด้วย outlook.com, live.com, hotmail.com และ msn.com Outlook.com ให้บริการฟีเจอร์ต่างๆ ที่ให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ของคุณได้บนเครือข่ายสังคม คุณจำเป็นต้องสร้าง บัญชี Microsoft เพื่อใช้งาน Outlook.com

เมื่อคุณลบอีเมลหรือรายการจากกล่องจดหมายใน Outlook.com โดยปกติแล้ว รายการเหล่านั้นจะถูกย้ายไปอยู่ในโฟลเดอร์ รายการที่ถูกลบ ซึ่งจะอยู่ในโฟลเดอร์นั้นเป็นเวลาประมาณ 7 วัน เว้นแต่ว่าคุณจะย้ายรายการกลับไปที่กล่องขาเข้าของคุณ หรือล้างโฟลเดอร์นั้น หรือบริการได้ล้างโฟลเดอร์โดยอัตโนมัติตามลำดับที่มาก่อน เมื่อล้างโฟลเดอร์ รายการที่ถูกลบแล้ว รายการที่ถูกลบไปแล้วเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในระบบของเราเป็นเวลาถึง 30 วัน ก่อนที่จะถูกลบในขั้นสุดท้าย

แอปพลิเคชัน Outlook แอปพลิเคชันไคลเอนต์ของ Outlook เป็นซอฟต์แวร์ที่คุณติดตั้งลงในอุปกรณ์ของคุณ ซึ่งอนุญาตให้คุณสามารถจัดการอีเมล รายการปฏิทิน ไฟล์ ที่ติดต่อ และข้อมูลอื่นๆ ได้จากอีเมล ที่เก็บข้อมูลไฟล์ และบริการอื่นๆ เช่น Exchange Online หรือ Outlook.com หรือ เซิร์ฟเวอร์ต่างๆ เช่น Microsoft Exchange คุณสามารถใช้บัญชีหลายบัญชีจากผู้ให้บริการที่ต่างกัน ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการของบุคคลที่สามกับแอปพลิเคชัน Outlook ได้

เมื่อต้องการเพิ่มบัญชี คุณต้องมอบสิทธิ์ให้ Outlook เข้าถึงข้อมูลจากบริการอีเมลหรือที่เก็บข้อมูลไฟล์ของคุณ

เมื่อคุณเพิ่มบัญชีลงใน Outlook จะทำให้จดหมาย รายการปฏิทิน ไฟล์ ที่ติดต่อ การตั้งค่า และข้อมูลอื่นๆ ของคุณจากบัญชีนั้น จะซิงค์ไปยังอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณใช้งานแอปพลิเคชัน Outlook สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ข้อมูลนั้นจะถูกซิงค์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เช่นกัน เพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การค้นหาที่เร็วขึ้น การกรองที่ปรับให้เป็นส่วนตัวสำหรับจดหมายที่มีความสำคัญน้อยกว่า และความสามารถในการเพิ่มไฟล์ที่แนบในอีเมลจากผู้ให้บริการที่เก็บข้อมูลที่ลิงก์กัน โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชัน Outlook ถ้าคุณใช้แอปพลิเคชัน Outlook บนเดสก์ท็อป คุณสามารถเลือกว่าจะอนุญาตให้ซิงค์ข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์หรือไม่ก็ได้ คุณสามารถนำบัญชีออกหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ซิงค์จากบัญชีของคุณเมื่อใดก็ได้

ถ้าคุณเพิ่มบัญชีที่ได้รับจากองค์กร (เช่นนายจ้างหรือโรงเรียน) เจ้าของโดเมนองค์กรสามารถกำหนดนโยบายและควบคุม (เช่น ร้องของการรองรับความถูกต้องโดยใช้หลายปัจจัย หรือลบข้อมูลจากระยะไกลออกจากอุปกรณ์ของคุณ) ซึ่งอาจมีผลกระทบถึงการใช้งาน Outlook ของคุณ

เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่แอปพลิเคชัน Outlook รวบรวมและการดำเนินการ โปรดดูส่วน Office ของคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

SilverlightSilverlightmainsilverlightmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft Silverlight ช่วยให้ท่านเข้าถึงและเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาที่มีลูกเล่นบนเว็บ Silverlight ให้เว็บไซต์และบริการต่างๆ สามารถจัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์ของท่านได้ คุณสมบัติ Silverlight อื่นๆ ประกอบด้วยการเชื่อมต่อไปยังไมโครซอฟท์เพื่อรับอัปเดต หรือเชื่อมต่อไปยังบริการของ Microsoft หรือของบุคคลที่สามเพื่อเล่นเนื้อหาดิจิทัลที่ได้รับการป้องกัน

เครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight คุณสามารถตัดสินใจเลือกเกี่ยวกับคุณสมบัติเหล่านี้ได้ในเครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight คลิกขวาที่เนื้อหาที่ Silverlight กำลังแสดงอยู่ในปัจจุบัน และเลือก Silverlight เพื่อเข้าถึงเครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight ท่านยังสามารถเรียกใช้เครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight ได้โดยตรงอีกด้วย ใน Windows คุณสามารถเข้าถึงเครื่องมือดังกล่าวได้โดยค้นหา “Microsoft Silverlight”

พื้นที่เก็บข้อมูลของแอปพลิเคชัน Silverlight แอปพลิเคชันที่ทำงานบน Silverlight สามารถจัดเก็บไฟล์ข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านสำหรับวัตถุประสงค์ที่หลากหลายด้วยกัน รวมทั้งการบันทึกการตั้งค่าแบบกำหนดเองของท่าน การเก็บไฟล์ขนาดใหญ่สำหรับคุณสมบัติที่ใช้กราฟิกอย่างมาก (เช่น เกม แผนที่ และรูปภาพ) และการจัดเก็บเนื้อหาที่ท่านสร้างขึ้นในแอปพลิเคชันบางอย่าง คุณสามารถปิดหรือกำหนดค่าที่เก็บแอปพลิเคชันได้ในเครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight

อัปเดตของ Silverlight Silverlight จะตรวจสอบเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft เป็นระยะๆ สำหรับอัปเดตต่างๆ เพื่อให้คุณสมบัติและการปรับปรุงล่าสุดแก่ท่าน และจะทำการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดเล็กที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเวอร์ชันล่าสุดของ Silverlight ไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณและเปรียบเทียบกับเวอร์ชันปัจจุบันที่ติดตั้งอยู่ของคุณ หากมีเวอร์ชันที่ใหม่กว่าพร้อมใช้งาน เวอร์ชันนั้นจะถูกดาวน์โหลดและติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของคุณ คุณสามารถปิดหรือกำหนดค่าการอัปเดตได้ในเครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight

ระบบจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล Silverlight ใช้เทคโนโลยีระบบจัดการลิขสิทธิ์ดิจิทัล (DRM) ของไมโครซอฟท์ เพื่อช่วยปกป้องลิขสิทธิ์ของเจ้าของเนื้อหา ถ้าคุณเข้าถึงเนื้อหาที่มีการป้องกันจาก DRM (เช่น เพลงหรือวิดีโอ) ด้วย Silverlight ปลั๊กอินนี้จะขอสิทธิ์ในการใช้งานสื่อจากเซิร์ฟเวอร์ที่มีลิขสิทธิ์บนอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ประสบการณ์การเล่นที่ต่อเนื่อง คุณจะได้รับการแจ้งก่อนที่ Silverlight จะส่งคำร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่มีลิขสิทธิ์ เมื่อร้องขอสิทธิ์ในการใช้งานสื่อ Silverlight จะให้เซิร์ฟเวอร์ที่มีลิขสิทธิ์ที่มีรหัสสำหรับไฟล์เนื้อหาที่มีการป้องกันจาก DRM และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับคอมโพเนนต์ของ DRM ในอุปกรณ์ของคุณ เช่น ระดับการตรวจทานแก้ไขและการรักษาความปลอดภัย และรหัสเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ของคุณ

การอัปเดตของ DRM ในบางกรณี การเข้าถึงเนื้อหาที่มีการป้องกันจาก DRM ต้องการการอัปเดตไปยัง Silverlight หรือไปยังคอมโพเนนต์ของ DRM ในอุปกรณ์ของคุณ เมื่อคุณพยายามที่จะเล่นเนื้อหาที่ต้องการการอัปเดตของ DRM Silverlight จะส่งคำร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ Microsoft ที่มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับคอมโพเนนต์ของ DRM ในอุปกรณ์ของคุณ เช่น ระดับการตรวจทานแก้ไขและการรักษาความปลอดภัย ข้อมูลการแก้ไขปัญหา และรหัสเฉพาะสำหรับอุปกรณ์ของคุณ เซิร์ฟเวอร์ Microsoft จะใช้รหัสนี้ในการส่งการอัปเดตเฉพาะของ DRM กลับไปยังอุปกรณ์ของคุณ ซึ่ง Silverlight จะทำการติดตั้งต่อไป คุณสามารถปิดหรือกำหนดค่าการอัปพเดตคอมโพเนนต์ของ DRM ได้ที่แท็บ การเล่น ในเครื่องมือการกำหนดค่า Silverlight

SkypeSkypemainskypemodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Skype ช่วยให้คุณสามารถส่งและรับการติดต่อสื่อสารทางเสียง วิดีโอ และข้อความโต้ตอบได้ ส่วนนี้จะใช้สำหรับ Skype เวอร์ชันสำหรับผู้บริโภค ถ้าคุณใช้ Skype for Business ให้ดูส่วน ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ทั้ง Microsoft Corporation และ Skype Communications S.à.r.l. (บริษัทในเครือที่ Microsoft เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวซึ่งตั้งอยู่ในลักเซมเบิร์ก) เป็นผู้ควบคุมข้อมูล Skype และการอ้างถึง Microsoft หมายถึงทั้งสององค์กรตามกฎหมาย

เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของการให้บริการฟีเจอร์เหล่านี้ Microsoft เก็บรวบรวมข้อมูลการใช้งานเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของคุณที่ประกอบด้วยเวลาและวันที่ของการติดต่อสื่อสาร และหมายเลขหรือชื่อผู้ใช้ที่เป็นส่วนหนึ่งของการติดต่อสื่อสาร

โปรไฟล์ของ Skype เพื่อให้บุคคลอื่นค้นพบคุณบน Skype (หรือผลิตภัณฑ์ที่โต้ตอบกับ Skype เช่น Skype for Business) ซึ่งขึ้นอยู่กับการตั้งค่าโปรไฟล์ของคุณ โปรไฟล์ Skype ของคุณจะถูกรวมในไดเรกทอรีการค้นหา โปรไฟล์ Skype ของคุณประกอบด้วยชื่อผู้ใช้ รูปตัวแทน และข้อมูลอื่นๆ ที่คุณเลือกมาใส่ในโปรไฟล์ของคุณหรือที่จะแสดงให้คนอื่นเห็น

รายชื่อผู้ติดต่อใน Skype ถ้าคุณใช้บริการของไมโครซอฟท์ เช่น Outlook.com เพื่อจัดการกับที่ติดต่อ Skype จะเพิ่มบุคคลที่คุณรู้จักไปยังรายการที่ติดต่อใน Skype ของคุณโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณอนุญาต เมื่อผ่านไปชั่วเวลานึ่ง Skype จะตรวจสอบอุปกรณ์หรือสมุดรายชื่ออื่นๆ ของคุณโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มเพื่อนของคุณเป็นที่ติดต่อใน Skype โดยอัตโนมัติ คุณสามารถบล็อกผู้ใช้ได้ ถ้าคุณไม่ต้องการรับการติดต่อสื่อสารจากพวกเขา

บริษัทคู่ค้า เพื่อให้ Skype พร้อมใช้งานเป็นวงกว้าง เราได้ร่วมเป็นคู่ค้ากับบริษัทอื่นๆ เพื่อทำให้ Skype ให้บริการผ่านบริการของบริษัทเหล่านั้นได้ ถ้าคุณใช้ Skype ผ่านบริษัทอื่นที่ไม่ใช่ Microsoft ข้อมูลของคุณจะได้รับการจัดการตามนโนบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทนั้นๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่บังคับใช้หรือเพื่อตอบสนองต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือเพื่อให้บริษัทคู่ค้าหรือผู้ให้บริการท้องถิ่นปฏิบัติตามหรือตอบสนอง เราอาจเข้าถึง เปิดเผย และสงวนข้อมูลของคุณไว้ ข้อมูลดังกล่าวนี้รวมถึง เนื้อหาข้อมูลส่วนตัว เช่น เนื้อหาของข้อความโต้ตอบ ข้อความวิดีโอที่จัดเก็บ ข้อความเสียงหรือการถ่ายโอนไฟล์ เป็นต้น

Skype Manager Skype Manager ช่วยให้คุณจัดการการใช้ Skype ของกลุ่ม (เช่น ของครอบครัว) ได้จากตำแหน่งที่เป็นศูนย์กลาง เมื่อคุณตั้งกลุ่ม คุณจะเป็นผู้ดูแลระบบ Skype Manager และสามารถเห็นรูปแบบการใช้งาน รวมทั้งข้อมูลโดยละเอียด เช่น ข้อมูลการเข้าชม และรายละเอียดการซื้อของสมาชิกในกลุ่มที่อนุญาตให้เข้าถึงได้ ถ้าคุณเพิ่มข้อมูล เช่น ชื่อ บุคคลอื่นไปในกลุ่มจะสามารถมองเห็นได้ สมาชิกของกลุ่มสามารถถอนการยินยอมสำหรับ Skype Manager ได้บนหน้าบัญชีของพวกเขาที่ www.skype.com

โปรแกรมของบริษัทในเครือด้านการตลาดของ Skype เพื่อให้บุคคลอื่นๆ สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ Skype ได้ เราขอแนะนำให้บริษัทและองค์กรอื่นสมัครใช้งานแบบบริษัทในเครือด้านการตลาดเพื่อแนะนำให้ผู้อื่นใช้ Skype เมื่อบุคคลที่แนะนำได้ดำเนินการบางอย่าง เช่น ซื้อ Skype Credit เราจะจ่ายค่าตอบแทนแก่บริษัทเหล่านั้น เราเป็นคู่ค้ากับอีกบริษัทหนึ่งคือ Conversant Media เพื่อดำเนินเครือข่ายพันธมิตรของเรา Microsoft, คู่ค้าเครือข่ายของเรา และบริษัทในเครือด้านการตลาดใช้คุกกี้และเว็บบีคอนเพื่อให้ทราบว่าพันธมิตรด้านการตลาดรายใดที่แนะนำผู้ใช้สำเร็จและได้รับค่าตอบแทน Microsoft ไม่มีส่วนควบคุมคุกกี้ที่บริษัทในเครือด้านการตลาดกำหนดขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของคู่ค้าเครือข่ายของเรา โปรดเยี่ยมชม www.conversantmedia.com/legal/privacy

การแจ้งเตือนแบบพุช เพื่อแจ้งคุณว่ามีสายเรียกเข้า แชท และข้อความอื่น แอป Skype จะใช้บริการการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของคุณ สำหรับอุปกรณ์จำนวนมาก บริการเหล่านี้ให้บริการโดยบริษัทอื่น เพื่อแจ้งให้คุณทราบ เช่น ใครโทรมา แสดงคำสั้นๆ ของแชทใหม่ Skype ต้องแจ้งบริการการแจ้งเตือนเพื่อแจ้งให้คุณทราบ บริษัทที่ให้บริการการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของคุณจะใช้ข้อมูลนี้ตามข้อกำหนดและนโยบายความเป็นส่วนตัวของบริษัทนั้นๆ Microsoft ไม่รับผิดชอบต่อข้อมูลที่บริษัทผู้ให้บริการการแจ้งเตือนอื่นๆ เก็บรวบรวม ถ้าคุณไม่ต้องการใช้บริการการแจ้งเตือนสำหรับสายเรียกเข้าและข้อความของ Skype คุณสามารถปิดได้ในการตั้งค่าของแอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์

โฆษณาของ Skype ในบางครั้ง ซอฟต์แวร์ Skype ได้รวมโฆษณาที่อิงตามความสนใจเข้าไปด้วย เพื่อให้คุณมองเห็นโฆษณาที่คุณอาจสนใจได้มากขึ้น ในซอฟต์แวร์บางรุ่น คุณสามารถปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจได้ในตัวเลือกความเป็นส่วนตัวหรือเมนูการตั้งค่าบัญชี ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ Skype ด้วยบัญชี Microsoft คุณสามารถปฏิเสธโฆษณาตามความสนใจได้ใน choice.microsoft.com ถ้าคุณงดรับโฆษณา คุณจะยังคงเห็นโฆษณาต่างๆ แสดงในซอฟต์แวร์ Skype โดยยึดตามประเทศที่คุณอยู่ การกำหนดลักษณะทางภาษา และตำแหน่งที่ตั้งที่อยู่ IP ของคุณ แต่จะไม่ใช้ข้อมูลอื่นๆ สำหรับกำหนดเป้าหมายทางการโฆษณา

ฟีเจอร์การแปล เพื่อช่วยให้คุณสื่อสารกับบุคคลในภาษาต่างๆ ได้ แอป Skype บางแอปมีฟีเจอร์การแปลข้อความและ/หรือการแปลเสียง เมื่อคุณใช้ฟีเจอร์การแปลภาษา เราจะใช้ข้อมูลเสียงและข้อความของคุณ เพื่อให้บริการและปรับปรุงการรู้จำเสียงและบริการการแปลของ Microsoft

ฟีเจอร์การบันทึก Skype บางเวอร์ชันมีฟีเจอร์การบันทึก ซึ่งอนุญาตให้คุณสามารถถ่ายภาพและแชร์เสียง และ/หรือคลิปวิดีโอของบทสนทนาของคุณได้ ถ้าคุณเลือกบันทึกเซสชัน การบันทึกอาจจะรวมเวลา 2-3 วินาทีขณะที่กำลังรอสายไว้ในหน่วยความจำก่อนเริ่มต้นการบันทึก การบันทึกจะถูกจัดเก็บเป็นส่วนหนึ่งของประวัติการสนทนาและอาจถูกเก็บไว้ภายในอุปกรณ์ของคุณ คุณควรทำความเข้าใจความรับผิดชอบตามกฎหมายของคุณก่อนที่จะบันทึกการสื่อสารใดๆ ข้อตกลงนี้รวมถึงกรณีใดๆ ที่คุณจำเป็นต้องได้รับคำยินยอมล่วงหน้าจากหุ้นส่วนทั้งหมดสำหรับการสื่อสาร ไมโครซอฟท์จะไม่รับผิดชอบใดๆ สำหรับวิธีการที่คุณนำการบันทึกหรือคุณลักษณะการบันทึกของคุณไปใช้

StoreStoremainwindowsstoremodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Store เป็นบริการแบบออนไลน์ที่อนุญาตให้คุณสามารถค้นหา ดาวน์โหลด ซื้อ ให้คะแนน และรีวิวแอปพลิเคชัน และเนื้อหาดิจิตอลอื่นๆ ได้ รวมถึง:

  • Windows Store สำหรับแอป และเนื้อหาสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ Windows เช่น โทรศัพท์ พีซี และแท็บเล็ต
  • Xbox Store สำหรับเกมและแอปอื่นๆ สำหรับ Xbox ONE และ Xbox 360 คอนโซล และ
  • Office Store สำหรับผลิตภัณฑ์และแอปสำหรับ Office, SharePoint, Exchange, Access และ Project (เวอร์ชัน 2013 หรือใหม่กว่า)

เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่คุณเข้าถึงและใช้งาน Store ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่คุณดู ซื้อ หรือติดตั้ง การกำหนดลักษณะที่คุณตั้งค่าสำหรับดูแอปพลิเคชันใน Store และการให้คะแนน วิจารณ์ หรือรายงานข้อผิดพลาดที่คุณส่งมาให้ บัญชี Microsoft ของคุณเชื่อมโยงกับการให้คะแนนและรีวิวของคุณ และถ้าคุณเขียนรีวิว ชื่อและรูปจากบัญชี Microsoft ของคุณจะได้รับการเผยแพร่พร้อมกับรีวิวของคุณ

สิทธิ์สำหรับแอปต่างๆ ใน Store แอปต่างๆ ที่คุณติดตั้งจาก Windows Store ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์เฉพาะของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์ของคุณ การใช้คุณสมบัติบางอย่างของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของแอปพลิเคชันอาจให้การเข้าถึงข้อมูลของคุณกับแอปพลิเคชันหรือบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น แอปพลิเคชันสำหรับแก้ไขภาพถ่ายอาจเข้าถึงกล้องในอุปกรณ์ของคุณเพื่อให้คุณถ่ายรูปใหม่หรือเข้าถึงภาพถ่ายหรือวิดีโอที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ของคุณสำหรับทำการแก้ไข และคู่มือแนะนำร้านอาหารอาจใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณเพื่อแนะนำร้านอาหารที่อยู่ใกล้เคียง ข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่แอปใช้งานจะมีอยู่ในหน้าคำอธิบายผลิตภัณฑ์ของแอปใน Store ฟีเจอร์ต่างๆ ที่แอปใน Windows Store ใช้สามารถเปิดหรือปิดผ่านการตั้งค่าส่วนบุคคลในอุปกรณ์ของคุณได้ ใน Windows มีหลายกรณีที่คุณสามารถเลือกได้ว่าแอปใดที่สามารถใช้คุณลักษณะเฉพาะนั้นๆ ได้ ไปที่ เริ่ม > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว เลือกฟีเจอร์ (เช่น ปฏิทิน) และเลือกเปิดหรือปิดสิทธิ์ใดบ้างของแอป รายการแอปที่สามารถใช้ฟีเจอร์ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในการตั้งค่าส่วนบุคคลของ Windows จะไม่รวมแอปพลิเคชัน “Classic Windows” และแอปพลิเคชันเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบจากการตั้งค่า

การอัปเดตแอป นอกจากว่าคุณจะปิดการอัปเดตแอปโดยอัตโนมัติในการตั้งค่า Store ที่เกี่ยวข้อง Store จะตรวจสอบเพื่อดาวน์โหลดและติดตั้งการอัปเดตแอปโดยอัตโนมัติเพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีแอปเวอร์ชันล่าสุด แอปที่อัปเดตแล้วอาจจะใชฟีเจอร์ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Windows ที่แตกต่างจากเวอร์ชันก่อนหน้า ซึ่งอาจทำให้แอปสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต่างกันบนอุปกรณ์ของคุณ คุณจะได้รับพร้อมท์เพื่อขอความยินยอม ถ้าแอปที่อัปเดตแล้วเข้าถึงฟีเจอร์บางอย่าง เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบฟีเจอร์ของฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ที่แอปใช้ได้ โดยการดูหน้าคำอธิบายผลิตภัณฑ์ของแอป

การใช้ข้อมูลของคุณของแอปแต่ละแอปที่เก็บรวบรวมผ่านฟีเจอร์ใดๆ เหล่านี้ของแอปจะขึ้นอยู่กับนโยบายความเป็นส่วนตัวของนักพัฒนาแอปพลิเคชัน ถ้าแอปพลิเคชันที่มีอยู่ใน Windows Store เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของคุณ นักพัฒนาแอปพลิเคชันจำเป็นต้องให้นโยบายความเป็นส่วนตัว และมีลิงก์สำหรับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่หน้าคำอธิบายผลิตภัณฑ์ของแอปพลิเคชันใน Store

แอปพลิเคชันที่โหลดมาโดยตรง (Sideloaded apps) และโหมดนักพัฒนา ฟีเจอร์สำหรับนักพัฒนา เช่น การตั้งค่า “โหมดนักพัฒนา” มีจุดประสงค์ในการใช้สำหรับการพัฒนาเท่านั้น หากคุณเปิดใช้งานคุณสมบัติสำหรับนักพัฒนา อุปกรณ์ของคุณอาจไม่มีความน่าเชื่อถือหรือไม่สามารถใช้ได้ และทำให้คุณมีความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย การดาวน์โหลดหรือรับแอปพลิเคชันจากแหล่งที่มาแทนที่จะรับมาจาก Store ซึ่งรู้จักกันในนามของแอปพลิเคชัน "ที่โหลดมาโดยตรง" อาจทำให้อุปกรณ์และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณมีความเสี่ยงต่อการโจมตีหรือการใช้งานที่ไม่คาดคิดจากแอปพลิเคชัน นโยบาย การแจ้งเตือน การอนุญาต และคุณสมบัติอื่นๆ ของ Windows มีจุดประสงค์เพื่อช่วยป้องกันความเป็นส่วนตัวของคุณเมื่อแอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลของคุณอาจจะไม่ทำงานตามที่อธิบายไว้ในคำชี้แจงสำหรับแอปพลิเคชันที่โหลดมาโดยตรงนี้ หรือเมื่อเปิดใช้งานคุณสมบัติสำหรับนักพัฒนา

SwiftKeySwiftKeymainswiftkeymodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

SwiftKey Keyboard และแอปและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะใช้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่คุณพิมพ์ ซึ่งรวมถึงอีโมจิและคำที่คุณใช้ เพื่อเรียนรู้สไตล์การเขียนของคุณและใช้การแก้ไขโดยอัตโนมัติที่ถูกปรับให้เป็นส่วนตัวและคาดเดาข้อความที่คุณจะนำไปใช้

เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เช่นอุปกรณ์ เครือข่าย ประสิทธิภาพการทำงาน และสถิติการใช้งาน เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อดำเนินการและปรับปรุงผลิตภัณฑ์

ถ้าคุณเลือกใช้งาน SwiftKey Cloud เราจะรวบรวมอีเมลแอดเดรส ข้อมูลประชากรพื้นฐาน และข้อมูลเกี่ยวกับคำและวลีที่คุณใช้ เพื่อเปิดใช้งานบริการเช่น การปรับให้เป็นส่วนตัว การซิงโครไนซ์การคาดเดา และการสำรองข้อมูฃ เทคโนโลยีการคาดเดาของเราจะเรียนรู้จากวิธีที่คูรใช้ภาษาในการสร้างรูปแบบภาษาที่ถูกปรับให้เป็นส่วนตัว รุ่นนี้ได้ปรับแต่งมุมมองของคำและวลีที่คุณใช้บ่อยที่สุด และตอบสนองสไตล์การเขียนที่ไม่ซ้ำใครของคุณ เมื่อต้องการทำเช่นนี้ SwiftKey Keyboard สำหรับ Android จะเข้าถึงข้อควาท SMS ของคุณเมื่อทำการติดตั้งเป็นครั้งแรก บริการการปรับให้เป็นส่วนตัวของ SwiftKey ซึ่งเป็นฟีเจอร์ของ SwiftKey Cloud และยังเข้าถึงเนื้อหาล่าสุดจากบริการออนไลน์ต่างๆ ที่คุณระบุไว้ เช่น Gmail, Facebook และ Twitter ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ใน SwiftKey Cloud ข้อมูลจะถูกโอนไปยังช่องทางที่มีการเข้ารหัสไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเรา ในตำแหน่งที่เขตข้อมูลถูกตั้งค่าสถานะโดยเว็บไซต์หรือแอปเป็นเขตข้อมูลแสดงรหัสผ่านหรือข้อมูลการชำระเงิน SwiftKey จะไม่ล็อก จัดเก็บ หรือเรียนรู้จากข้อมูลนี้

ถ้าคุณไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้ใน SwiftKey Cloud ข้อมูลภาษาเชิงลึกจะไม่ถูกรวบรวมจากอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถยกเลิกการยินยอมของคุณสำหรับการใช้และการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมโดย SwiftKey ได้ตลอดเวลา โดยไปที่ส่วน SwiftKey Cloud ในการตั้งค่า SwiftKey หากไม่ได้รับการยินยอม ข้อมูลส่วนตัวของคุณที่ถูกรวบรวมโดยการใช้งาน SwiftKey Keyboard ของคุณจะถูกลบ

คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนบนอุปกรณ์ของคุณในบางครั้ง เพื่อเตือนให้คุณอัปเดตผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์ที่คุณอาจสนใจ คุณสามารถปิดการแจ้งเตือนนี้ในผลิตภัณฑ์ของเราได้ตลอดเวลา โดยไปที่การตั้งค่า SwiftKey

WindowsWindowsmainwindowsmodule
บทสรุป

Windows คือสภาพแวดล้อมของระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัว ซึ่งทำให้คุณสามารถรับบริการโรมมิ่งและการเข้าถึง การกำหนดลักษณะ และเนื้อหาในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากโทรศัพท์ไปที่แท็บเล็ตและไปที่ Surface Hub ได้อย่างราบรื่น คอมโพเนนต์ที่สำคัญของ Windows ทำงานบนคลาวด์ แทนที่จะอยู่เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์แบบคงที่ในอุปกรณ์ของคุณ และองค์ประกอบของ Windows ทั้งบนระบบคลาวด์และในเครื่องจะได้รับการอัปเดตเป็นประจำ เพื่อให้ระบบปฏิบัติการของคุณมีการปรับปรุงและคุณลักษณะล่าสุด เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณ อุปกรณ์ของคุณ และวิธีที่คุณใช้ Windows เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ และเนื่องจากเราได้ปรับ Windows ให้เป็นแบบส่วนตัวสำหรับคุณ เราจึงเสนอตัวเลือกให้กับคุณ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและวิธีที่เราใช้ข้อมูลของคุณ พึงทราบว่า ถ้าองค์กรของคุณ (เช่น นายจ้างหรือโรงเรียนของคุณ) เป็นผู้ดูแลและจัดการอุปกรณ์ Windows ของคุณ องค์กรของคุณอาจใช้เครื่องมือการจัดการจากส่วนกลางที่ Microsoft หรือผู้ให้บริการอื่นๆ จัดหาให้ เพื่อควบคุมการตั้งค่าของอุปกรณ์ นโยบายของอุปกรณ์ การอัปเดตซอฟต์แวร์ การเก็บรวบรวมข้อมูลของเราหรือขององค์กร หรือคุณสมบัติอื่นๆ ของอุปกรณ์ของคุณ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลและความเป็นส่วนตัวใน Windows ให้ไปที่ go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=529552 เวอร์ชันดังเดิมของ Windows (รวมถึง Vista, 7, 8 และ 8.1) จะขึ้นอยู่กับคำประกาศความเป็นส่วนตัวของตัวเอง

การเปิดใช้งานการเปิดใช้งานmainactivationmodule
บทสรุป

เมื่อคุณเปิดใช้งาน Windows ระบบจะกำหนดหมายเลขผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่คุณติดตั้งซอฟต์แวร์ของคุณ หมายเลขผลิตภัณฑ์และข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ของคุณจะถูกส่งให้ กับไมโครซอฟท์ เพื่อช่วยให้คุณยืนยันสิทธิ์การใช้งานที่ถูกต้องของคุณสำหรับซอฟต์แวร์นั้น ข้อมูลนี้อาจถูกส่งไปอีกครั้ง หากจำเป็นต้องเปิดใช้งานใบอนุญาตให้ใช้งานของคุณใหม่ หรือตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตให้ใช้งานของคุณ ในโทรศัพท์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ระบบจะส่งข้อมูลตัวระบุอุปกรณ์และเครือข่าย รวมทั้ง ตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ ณ เวลาที่เปิดเครื่องอุปกรณ์เป็นครั้งแรกให้กับ Microsoft เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนการรับประกัน การเติมสินค้าคงคลัง และการป้องกันการฉ้อฉล

รหัสโฆษณารหัสโฆษณาmainadvertisingidmodule
บทสรุป

Windows จะสร้างรหัสโฆษณาเฉพาะสำหรับผู้ใช้แต่ละรายบนอุปกรณ์ เมื่อเปิดใช้งานรหัสโฆษณา แอป (ทั้งแอป Microsoft และแอปของบริษัทภายนอก) จะสามารถเข้าถึงและใช้รหัสโฆษณาที่ค่อนข้างคล้ายกันมากกับที่เว็บไซต์ต่างๆ เข้าถึงและใช้รหัสเฉพาะที่จัดเก็บไว้ในคุกกี้ ดังนั้น รหัสโฆษณาของคุณสามารถใช้งานได้โดยนักพัฒนาแอป และเครือข่ายการโฆษณา เพื่อมอบการโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เป็นส่วนตัวในแอปของผู้พัฒนาเหล่านั้นทุกแอปและบนเว็บ Microsoft เก็บรวบรวมรหัสโฆษณาสำหรับการใช้งานที่อธิบายไว้ที่นี่เฉพาะเมื่อคุณเลือกที่จะเปิดใช้งานรหัสโฆษณาที่เป็นส่วนหนึ่งของการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ คุณสามารถปิดการเข้าถึงตัวระบุนี้ได้ตลอดเวลาโดยการปิดรหัสโฆษณาในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ (ในหน้าจอเริ่มต้น > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว) ถ้าคุณเลือกที่จะเปิดการเข้าถึงอีกครั้ง รหัสโฆษณาจะสร้างตัวระบุใหม่ขึ้นมา เมื่อแอปของบุคคลที่สามเข้าถึงรหัสโฆษณา การใช้งานรหัสโฆษณาของแอปจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลของ Microsoft สำหรับการโฆษณา ให้ดูส่วน วิธีที่เราใช้ข้อมูล ในคำชี้แจงนี้

การวินิจฉัยการวินิจฉัยmaindiagnosticsmodule
บทสรุป

ขณะที่คุณใช้ Windows เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลการวินิจฉัยที่ช่วยเราแก้ไขปัญหา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Microsoft หากคุณเลือกที่จะเปิด ประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม ข้อมูลนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานของคุณกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ข้อมูลนี้จะส่งให้กับ Microsoft และจัดเก็บด้วยตัวระบุเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งตัวที่สามารถช่วยเราให้ทราบผู้ใช้แต่ละคนบนอุปกรณ์แต่ละอย่าง และเข้าใจปัญหาด้านการบริการและรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ได้ การวินิจฉัยและข้อมูลการใช้งานมีสองระดับ: พื้นฐาน และ แบบเต็ม ที่ระดับต่ำสุด พื้นฐาน เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำให้ให้อุปกรณ์ Windows ทันสมัยอยู่เสมอ และปลอดภัยเท่านั้น ข้อมูลพื้นฐานรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เอง ฟังก์ชันที่เหมาะสมของการอัปเดต Windows และ Store อีกทั้งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับข้อผิดพลาด เราเก็บรวบรวมข้อมูลในระดับพื้นฐานต่อไปนี้:

  • ข้อมูลอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่า:
    • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เช่นประเภทตัวประมวลผลชนิด, ผู้ผลิต OEM, ประเภทของแบตเตอรี่ และความจุ หมายเลข และประเภทของกล้อง, เฟิร์มแวร์ และแอตทริบิวต์ของหน่วยความจำ
    • ความสามารถด้านเครือข่ายและข้อมูลการเชื่อมต่อเช่นที่อยู่ IP ของอุปกรณ์, เครือข่ายมือถือ (รวมถึง IMEI และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ) และระบุว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบชำระเงิน หรือฟรี
    • ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและการกำหนดค่าเช่นหมายเลขเวอร์ชันและรุ่นระบบปฏิบัติการ, การตั้งค่าภูมิภาคและภาษา, ระดับการวินิจฉัย และระบุว่าอุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Windows Insider หรือไม่
    • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เชื่อมต่อเช่นรุ่น ผู้ผลิต โปรแกรมควบคุม และข้อมูลความเข้ากัน
    • ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนอุปกรณ์เช่นชื่อแอปพลิเคชัน เวอร์ชัน และผู้เผยแพร่
  • ข้อมูลที่ระบุว่าอุปกรณ์พร้อมสำหรับการปอัปเดตหรือไม่ และข้อมูลที่ระบุว่ามีปัจจัยที่อาจกีดขวางไม่ให้อุปกรณ์ได้รับการอัปเดต เช่น แบตเตอรี่ต่ำ เนื้อที่ดิสก์จำกัด หรือการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายแบบชำระเงิน
  • ข้อมูลที่ระบุว่าการอัปเดตเสร็จสมบูรณ์หรือไม่
  • ข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของระบบการรวบรวมข้อมูลการวินิจฉัย
  • การรายงานข้อผิดพลาดพื้นฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลสถานภาพเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันที่ทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น การรายงานข้อผิดพลาดพื้นฐานจะบอกเราว่าแอปพลิเคชัน เช่น Microsoft ระบายสี หรือเกมของบริษัทอื่นค้างหรือหยุดการทำงาน

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกเก็บในข้อมูลพื้นฐาน คลิก ที่นี่ (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

ข้อมูล แบบเต็มรวมทุกสิ่งที่ถูกเก็บในข้อมูลแบบพื้นฐาน อีกทั้งยังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่อนุญาตให้ Microsoft สามารถแก้ไขและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ใช้ทั้งหมดได้ เราเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปนี้ที่ระดับการตั้งค่าแบบเต็ม:

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่าที่ไม่ได้รับการเก็บรวบรวมไว้ที่ระดับการตั้งค่าแบบพื้นฐาน
  • ข้อมูลสถานะและการบันทึกเกี่ยวกับสถานภาพของระบบปฏิบัติการกับคอมโพเนนต์อื่นๆ ของระบบ (นอกเหนือจากข้อมูลเกี่ยวกับระบบการอัปเดตและการวินิจฉัยที่ได้รับการเก็บรวบรวมไว้ที่การตั้งค่าแบบพื้นฐาน)
  • ข้อมูลการใช้งานแอป เช่น ข้อมูลที่ระบุว่ามีโปรแกรมใดเปิดใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ โปรแกรมดังกล่าวทำงานเป็นระยะเวลาเท่าใด อีกทั้งตอบสนองต่อข้อมูลที่ป้อนเข้ามาได้รวดเร็วเพียงใด
  • การใช้งานเบราว์เซอร์ รวมถึงประวัติการเรียกดูและคำค้นหา บนเบราว์เซอร์ของ Microsoft เช่น Microsoft Edge หรือ Internet Explorer
  • ตัวอย่างขนาดเล็กของข้อมูลที่ป้อนเข้ามาเกี่ยวกับการใช้หมึกและการพิมพ์ ซึ่งได้รับการประมวลเพื่อลบตัวระบุ ข้อมูลการจัดลำดับ และข้อมูลอื่นๆ (เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส และค่าตัวเลข) ซึ่งไม่สามารถใช้เพื่อสร้างเนื้อหาเดิม หรือโยงข้อมูลที่ป้อนเข้ามากับผู้ใช้ได้ ข้อมูลนี้จะไม่ใช้สำหรับประสบการณ์การใช้งานแบบปรับให้เหมาะสม ตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง
  • การรายงานข้อผิดพลาดที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว รวมทั้งสถานะหน่วยความจำของอุปกรณ์เมื่อระบบหรือแอปหยุดทำงาน (ซึ่งอาจประกอบด้วยเนื้อหาของผู้ใช้ เช่นส่วนต่างๆ ของไฟล์ที่คุณกำลังใช้งานเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ) ข้อมูลการหยุดทำงานจะไม่ใช้สำหรับประสบการณ์การใช้งานแบบปรับให้เหมาะสม ตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง

เราให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการรายงานข้อผิดพลาดกับคู่ค้า (เช่น OEM) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำงานร่วมกับ Windows และผลิตภัณฑ์กับบริการอื่นๆ ของ Microsoft บริษัทเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลนี้เพื่อซ่อมแซมหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวเท่านั้น

หากคุณเลือกที่จะเปิด ประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม เราจะใช้ข้อมูลบางส่วนตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นในการวินิจฉัยเพื่อปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน Windows รวมถึงผลิตภัณฑ์และการบริการอื่นๆ ของคุณ ในส่วนนี้จะรวมถึงการแนะนำวิธีกำหนดและปรับแต่ง Windows และคำแนะนำและข้อเสนอของคุณสมบัติต่างๆ ของ Windows ตลอดจนแอป บริการ ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่รองรับ ขอบเขตของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกการตั้งค่าการวินิจฉัยเป็นแบบเต็มหรือแบบพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกแบบเต็ม ข้อมูลของคุณจะมีข้อมูลการใช้งานเบราว์เซอร์และแอปไว้อยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะเปิดใช้งานประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม เราจะไม่นำข้อมูลที่ป้อนเข้ามาเกี่ยวกับการหยุดทำงาน การพิมพ์ หรือการใช้หมึกมาใช้ในการตั้งค่าส่วนบุคคล

บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง การจัดการเคลื่อนไหว และการบันทึกบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง การจัดการเคลื่อนไหว และการบันทึกmainlocationservicesmotionsensingmodule
บทสรุป

บริการระบุตำแหน่งที่ตั้งของ Windows ไมโครซอฟท์ดำเนินการบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งที่ช่วยกำหนดตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำของอุปกรณ์ Windows ที่ระบุ กำหนดตำแหน่งที่ตั้งโดยการใช้บริการกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ผ่านดาวเทียม ตรวจจับเสาสัญญาณมือถือที่อยู่ใกล้เคียงและ/หรือจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi และเปรียบเทียบข้อมูลนั้นกับฐานข้อมูลที่ Microsoft รักษาไว้ที่เสาสัญญาณมือถือและจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi ซึ่งรู้ตำแหน่งที่ตั้ง หรือรับตำแหน่งที่ตั้งมาจากที่อยู่ IP ของคุณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์ เมื่อบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ Windows หรือคุณได้ให้สิทธิ์สำหรับแอปของ Microsoft เพื่อเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งบนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ Windows ข้อมูลเกี่ยวกับเสาสัญญาณมือถือ และจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi และตำแหน่งที่ตั้งของตำแหน่งเหล่านั้น จะเก็บรวบรวมโดย Microsoft และเพิ่มลงในฐานข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งหลังจากเอาข้อมูลใดๆ ที่ระบุตัวบุคคลหรืออุปกรณ์ออกจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมแล้ว Microsoft อาจจะแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ลบเอกลักษณ์แล้วนี้กับบุคคลที่สามอีกด้วย เพื่อให้และปรับปรุงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งและแผนที่

บริการและฟีเจอร์ของ Windows (เช่น เบราว์เซอร์และ Cortana) แอปพลิเคชันที่ทำงานบน Windows และเว็บไซต์ที่เปิดในเบราว์เซอร์ Windows สามารถเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งของ Windows ได้ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่ตั้งหากคุณอนุญาตให้ทำเช่นนั้น ฟีเจอร์และแอปพลิเคชันบางอย่างจะขอสิทธิ์ในการใช้ตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำ เมื่อคุณติดตั้ง Windows เป็นครั้งแรก แอปพลิเคชันบางอย่างจะถามคุณเมื่อใช้แอปพลิเคชันเป็นครั้งแรก และแอปพลิเคชันอื่นๆ จะถามคุณทุกครั้งที่เข้าใช้บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับแอปสำหรับ Windows ที่ใช้บริการตำแหน่งที่ตั้ง โปรดดูที่ส่วน แอปพลิเคชัน Windows ด้านล่าง

เมื่อมีการเข้าถึงบริการการระบุตำแหน่ง อุปกรณ์ที่ใช้ Windows ของคุณจะอัปโหลดตำแหน่งที่ตั้งไปยัง Microsoft และเราจะเก็บเฉพาะข้อมูลสถานที่ล่าสุดที่รู้เท่านั้น (ตำแหน่งที่ตั้งใหม่จะแทนที่ตำแหน่งที่ตั้งก่อนหน้า) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการดำเนินการของบริการของเรา ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติตำแหน่งที่ตั้งล่าสุดของอุปกรณ์ Windows ถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์ แอปและฟีเจอร์บางอย่างของ Windows สามารถเข้าถึงประวัติตำแหน่งที่ตั้งนี้ได้ คุณสามารถลบประวัติตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ของคุณได้ทุกเมื่อในเมนู การตั้งค่า ของอุปกรณ์นั้น

ใน การตั้งค่า คุณยังสามารถดูว่าแอปพลิเคชันใดเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งหรือประวัติตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ของคุณได้ สามารถปิดหรือเปิดการเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งสำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะ หรือสามารถปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้งเริ่มต้น ซึ่งจะถูกใช้เมื่อบริการระบุตำแหน่งไม่สามารถตรวจจับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนบนอุปกรณ์ของคุณได้

จำไว้ว่าในอุปกรณ์มือถือ ผู้ให้บริการมือถือของคุณจะเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้แม้ว่าคุณจะปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง

ตำแหน่งที่ตั้งทั่วไป ถ้าคุณเปิดคุณลักษณะ ตำแหน่งที่ตั้งทั่วไป แอปที่ไม่สามารถใช้งานตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำของคุณได้จะเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งทั่วไปของคุณ เช่นเมือง รหัสไปรษณีย์ ภูมิภาคของคุณ

ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว คุณลักษณะ ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว อนุญาตให้คุณสามารถหาตำแหน่งที่ตั้งของโทรศัพท์ Windows ของคุณได้จาก account.microsoft.com ถึงแม้ว่าคุณจะปิดการเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมดในโทรศัพท์ ถ้าคุณเปิดฟีเจอร์ “บันทึกตำแหน่งที่ตั้งของฉันทุกๆ สองสามชั่วโมง” ที่การตั้งค่าค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว ในโทรศัพท์ของคุณ ฟีเจอร์ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว จะส่งและเก็บตำแหน่งที่ตั้งของโทรศัพท์ของคุณที่รู้จักล่าสุดเป็นระยะๆ แม้ว่าคุณจะปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งในโทรศัพท์ของคุณ ทุกครั้งที่มีการส่งตำแหน่งที่ตั้งใหม่ ตำแหน่งที่ตั้งใหม่จะแทนที่ตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บไว้ก่อนหน้า

ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน ฟีเจอร์ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน ให้ผู้ดูแลระบบของพีซี หรือแท็บเล็ต Windows สามารถหาตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์นั้นๆ ได้ถ้าผู้ดูแลระบบเปิดใช้งานบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งสำหรับอุปกรณ์นั้น แม้ว่าผู้ใช้คนอื่นๆ จะปิดใช้งานตำแหน่งที่ตั้งของตัวเอง เมื่อผู้ดูแลระบบพยายามที่จะระบุตำแหน่งอุปกรณ์ ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนในศูนย์การแจ้งเตือน

การจับการเคลื่อนไหวของ Windows อุปกรณ์ Windows ที่มีการตรวจจับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวสามารถเก็บรวบรวมกิจกรรมที่เคลื่อนไหวได้ ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณลักษณะต่างๆ เช่น เครื่องนับก้าว สามารถนับจำนวนก้าวที่คุณก้าวได้ ดังนั้นแอปพลิเคชันความแข็งแรงของร่างกายจึงสามารถประมาณปริมาณแคลอรีที่คุณเผาผลาญได้ ข้อมูลและประวัตินี้ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณและสามารถเข้าถึงได้โดยแอปพลิเคชันที่คุณอนุญาตให้เข้าถึงและใช้ข้อมูลนั้น

แท็บการบันทึก อุปกรณ์ Windows บางรุ่นมีฟีเจอร์การบันทึก ที่ช่วยให้คุณสามารถบันทึกคลิปเสียงและวิดีโอของกิจกรรมที่คุณทำบนอุปกรณ์เครื่องนั้นได้้ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น ถ้าคุณเลือกที่จะบันทึกเซสชัน ไฟล์บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องของคุณ ในบางกรณี คุณอาจมีตัวเลือกในการส่งต่อการบันทึกไปยังผลิตภัณฑ์ หรือบริการของ Microsoft ที่กระจายการบันทึกสู่สาธารณะ สิ่งสำคัญ: คุณควรทำความเข้าใจความรับผิดชอบตามกฎหมายของคุณก่อนที่จะบันทึก และ/หรือการส่งต่อการสื่อสารใดๆ ข้อตกลงนี้รวมถึงกรณีใดๆ ที่คุณจำเป็นต้องได้รับคำยินยอมล่วงหน้าจากหุ้นส่วนทั้งหมดสำหรับการสื่อสาร Microsoft จะไม่รับผิดชอบใดๆ สำหรับวิธีการที่คุณนำการบันทึกหรือคุณลักษณะการบันทึกของคุณไปใช้ 

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยmainsecurityandsafetyfeaturesmodule
บทสรุป

การเข้ารหัสลับอุปกรณ์ การเข้ารหัสลับอุปกรณ์ช่วยในการป้องกันข้อมูลที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณโดยการเข้ารหัสลับอุปกรณ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับไดรฟ์ BitLocker เมื่อเปิดการเข้ารหัสลับอุปกรณ์ Windows จะเข้ารหัสลับไดรฟ์ที่ติดตั้งบน Windows โดยอัตโนมัติและสร้างคีย์การกู้คืน คีย์การกู้คืน BitLocker สำหรับอุปกรณ์ส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการสำรองออนไลน์ในบัญชี Microsoft OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ ไมโครซอฟท์ไม่ใช้คีย์การกู้คืนส่วนตัวขอบคุณ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากนี้ 

เครื่องมือลบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย เครื่องมือลบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย (MSRT) ทำงานบนอุปกรณ์ของคุณอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือนโดยเป็นส่วนหนึ่งของ Windows Update MSRT ตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับการติดไวรัสซอฟต์แวร์เฉพาะที่เป็นอันตรายที่พบได้บ่อย ("มัลแวร์") และช่วยลบการติดไวรัสใดๆ ที่พบ เมื่อ MSRT ทำงาน MSRT จะลบมัลแวร์ที่มีรายชื่ออยู่บนเว็บไซต์ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ถ้ามัลแวร์นั้นอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ ในระหว่างการตรวจสอบมัลแวร์ จะมีการส่งรายงานไปให้ Microsoft พร้อมกับข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับมัลแวร์ที่ตรวจพบ ข้อผิดพลาด และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ ถ้าคุณไม่ต้องการให้ MSRT ส่งข้อมูลไปให้ไมโครซอฟท์ คุณสามารถปิดใช้งานคอมโพเนนต์การรายงานของ MSRT ได้

ครอบครัว Microsoft ผู้ปกครองสามารถใช้ Microsoft Family เพื่อทำความเข้าใจและกำหนดขอบเขตว่าลูกของคุณใช้อุปกรณ์ของพวกเขาอย่างไร มีฟีเจอร์มากมายให้กับสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น โปรดตรวจสอบข้อมูลที่ให้ไว้อย่างรอบคอบเมื่อคุณสร้างหรือเข้าร่วมใน Family เมื่อเปิดการรายงานกิจกรรมของ Family สำหรับลูกแล้ว Microsoft จะเก็บรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่ลูกใช้อุปกรณ์ของพวกเขาและให้รายงานกิจกรรมของลูกกับผู้ปกครอง รายงานกิจกรรมจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ Microsoft เป็นประจำเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน

SmartScreen SmartScreen ช่วยปกป้องคุณเมื่อคุณใช้บริการของเราโดยการตรวจสอบไฟล์ที่ดาวน์โหลดและเนื้อหาเว็บสำหรับซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย เนื้อหาเว็บที่อาจจะไม่ปลอดภัย และภัยคุกคามอื่นๆ ต่อคุณหรือต่ออุปกรณ์ของคุณ เมื่อตรวจสอบไฟล์ ข้อมูลเกี่ยวกับไฟล์นั้นจะถูกส่งไปให้ Microsoft รวมทั้งชื่อไฟล์ แฮชของเนื้อหาไฟล์นั้น ตำแหน่งที่ตั้งของการดาวน์โหลด และใบรับรองดิจิทัลของไฟล์นั้น หาก SmartScreen ระบุว่าไม่รู้จักไฟล์นั้นหรือไฟล์นั้นอาจจะไม่ปลอดภัย คุณจะเห็นคำเตือนก่อนที่จะเปิดไฟล์ เมื่อตรวจสอบไฟล์เนื้อหาเว็บ ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาและอุปกรณ์ของคุณนั้นจะถูกส่งไปให้ Microsoft รวมทั้งที่อยู่เว็บแบบเต็มของเนื้อหานั้น หาก SmartScreen ตรวจพบว่าเนื้อหานั้นอาจจะไม่ปลอดภัย คุณจะเห็นคำเตือนแทนที่เนื้อหานั้น สามารถเปิดหรือปิด SmartScreen ได้ที่ การตั้งค่า

Windows Defender Windows Defender จะหามัลแวร์และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการในอุปกรณ์ของคุณ Windows Defender จะเปิดอัตโนมัติเพื่อช่วยปกป้องอุปกรณ์ของคุณหากไม่มีซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์อื่นๆ ปกป้องอุปกรณ์ของคุณอยู่ หาก Windows Defender เปิดอยู่ โปรแกรมนี้จะควบคุมดูแลสถานะความปลอดภัยในอุปกรณ์ของคุณ เมื่อ Windows Defender เปิดอยู่ หรือมีการเรียกใช้เนื่องจากมีการเปิดใช้งานการสแกนรอบระยะเวลาที่จำกัดโปรแกรมจะส่งรายงานที่ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับมัลแวร์ที่น่าสงสัยและซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ไม่ต้องการไปให้ Microsoft โดยอัตโนมัติ และอาจจะส่งไฟล์ที่อาจมีมัลแวร์ไปอีกด้วย หากรายงานมีแนวโน้มว่าจะมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ รายงานนั้นจะไม่ถูกส่งไปโดยอัตโนมัติ และคุณจะได้รับแจ้งก่อนที่จะส่งรายงาน คุณสามารถกำหนดค่า Windows Defender ไม่ให้ส่งรายงานและมัลแวร์ที่น่าสงสัยไปยัง Microsoft ได้

สั่งงานด้วยเสียง การเขียนด้วยปากกา และการพิมพ์สั่งงานด้วยเสียง การเขียนด้วยปากกา และการพิมพ์mainspeechinkingtypingmodule
บทสรุป

Windows มีคุณสมบัติการรู้จำเสียงทั้งแบบติดตั้งในอุปกรณ์ (ใช้งานได้ผ่านแอปเดสก์ท็อปการรู้จำเสียงของ Windows) และบริการรู้จำเสียงผ่านระบบคลาวด์ที่เปิดตัวมาพร้อม Cortana ในตลาดและภูมิภาคเดียวกันกับที่ Cortana ให้บริการ ไปที่นี่ support.microsoft.com/instantanswers/557b5e0e-0eb0-44db-87d6-5e5db6f9c5b0/cortana-s-regions-and-languages เพื่อเรียนรู้ว่าภาษาและภูมิภาคใดที่ขณะนี้การสั่งงานด้วยเสียงรองรับ เมื่อคุณใช้การรู้จำเสียงบนระบบคลาวด์ Microsoft เก็บรวบรวม และใช้เสียงของคุณเป็นอินพุตเพื่อให้คุณได้รับบริการการรู้จำเสียงใน Cortana และแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่สนับสนุน

นอกจากนี้ คำที่คุณพิมพ์และเขียนด้วยลายมือจะถูกเก็บรวบรวมเพื่อให้พจนานุกรมสำหรับผู้ใช้ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวสำหรับคุณ ซึ่งช่วยให้คุณพิมพ์และเขียนบนอุปกรณ์ของคุณด้วยการรู้จำอักขระที่ดีขึ้น และให้การแนะนำข้อความแก่คุณในขณะที่คุณพิมพ์หรือเขียน การพิมพ์ข้อมูลประกอบด้วยตัวอย่างของอักขระและคำที่คุณพิมพ์ ซึ่งเราลบรหัส ที่อยู่ IP และตัวระบุที่เป็นไปได้อื่นๆ ออก และยังประกอบด้วยข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อความที่คุณทำด้วยตนเอง รวมทั้งคำต่างๆ ที่คุณเพิ่มลงในพจนานุกรม

นอกจากนั้น เรายังรวบรวมข้อมูลจากพจนานุกรมผู้ใช้ที่สร้างขึ้นในอุปกรณ์ของคุณในฐานะส่วนหนึ่งของบริการการรู้จำเสียงบนระบบคลาวด์ ทั้งข้อมูลเสียงและพจนานุกรมผู้ใช้จะถูกรวบรวมและนำมาใช้ร่วมกันเพื่อช่วยปรับปรุงความสามารถของเราในการรู้จำคำพูดของผู้ใช้ทุกคนได้อย่างถูกต้อง

ถ้าคุณมอบสิทธิ์ใน Cortana เราจะรวบรวมชื่อและชื่อเล่นของคุณ ปฏิทินเหตุการณ์ล่าสุดของคุณ และชื่อของบุคคลในการนัดหมายของคุณ ข้อมูลเกี่ยวกับที่ติดต่อของคุณรวมถึงชื่อและชื่อเล่น ชื่อสถานที่โปรดของคุณ แอปที่คุณใช้ และข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดลักษณะเพลงของคุณ ข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ทำให้เราสามารถรู้จำผู้คน เหตุการณ์ สถานที่ และเพลงได้ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณสั่งการคำสั่ง ข้อความ หรือเอกสาร

คุณสามารถปิดการรู้จำเสียงของระบบคลาวด์ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะหยุดการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับคุณลักษณะนี้ และจะลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ เช่น พจนานุกรมของผู้ใช้ในเครื่องและประวัติการป้อนข้อมูลของคุณ

การตั้งค่าการซิงค์การตั้งค่าการซิงค์mainsyncsettingsmodule
บทสรุป

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชี Microsoft Windows จะซิงค์การตั้งค่าและข้อมูลของคุณบางอย่างกับเซิร์ฟเวอร์ Microsoft เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัวในอุปกรณ์หลายๆ อย่างได้ง่ายขึ้น หลังจากที่คุณลงชื่อเข้าใช้ในอุปกรณ์หนึ่งชิ้นหรือมากกว่าหนึ่งชิ้นขึ้นไปด้วยบัญชี Microsoft เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยบัญชี Microsoft เดียวกันเป็นครั้งแรก Microsoft จะดาวน์โหลดและใช้การตั้งค่าและข้อมูลที่คุณเลือกเพื่อซิงค์จากอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณ การตั้งค่าที่คุณเลือกมาซิงค์จะอัปเดตในเซิร์ฟเวอร์ Microsoft และอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อคุณใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้น

การตั้งค่าบางอย่างที่ได้รับการซิงค์ประกอบด้วย:

  • แอปพลิเคชันที่คุณติดตั้งจาก Windows Store
  • การกำหนดลักษณะทางภาษา
  • การกำหนดลักษณะความง่ายในการเข้าถึง
  • การตั้งค่าส่วนบุคคล เช่น รูปภาพบัญชีของท่าน พื้นหลัง และการตั้งค่าเมาส์
  • การตั้งค่าสำหรับแอปพลิเคชันใน Windows Store
  • พจนานุกรมตรวจสอบการสะกด พจนานุกรมตัวแก้ไขวิธีการป้อนข้อมูล (IME) และพจนานุกรมส่วนตัว
  • ประวัติเบราว์เซอร์ Internet Explorer รายการโปรด และเว็บไซต์ที่คุณเปิด
  • แอปที่บันทึกไว้ เว็บไซต์ ฮอตสปอตจากมือถือ และชื่อและรหัสผ่านของเครือข่าย Wi-Fi

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะซิงค์การตั้งค่าของคุณหรือไม่ และควบคุมสิ่งที่ซิงค์ โดยไปที่ การตั้งค่าการซิงค์ ในส่วนบัญชีของการตั้งค่า Windows บางแอปมีการควบคุมการซิงค์แยกต่างหาก หากคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชีที่ทำงานและคุณเลือกที่จะเชื่อมต่อบัญชีนั้นไปยังบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ Microsoft จะถามว่าการตั้งค่าใดที่คุณต้องการจะซิงค์ก่อนเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ของคุณ

บริการการอัปเดตบริการการอัปเดตmainupdateservicesmodule
บทสรุป

บริการการอัปเดตสำหรับ Windows ประกอบด้วย Windows Update และ Microsoft Update Windows Update เป็นบริการที่จัดหาการอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับซอฟต์แวร์ของ Windows และซอฟต์แวร์การสนับสนุนอื่นๆ ให้กับคุณ เช่น โปรแกรมควบคุมและเฟิร์มแวร์ที่ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดมาให้ Microsoft Update เป็นบริการที่จัดหาการอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับซอฟต์แวร์อื่นๆ ของ Microsoft ให้กับคุณ เช่น Office

Windows Update จะดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ของ Windows ลงในอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ คุณสามารถกำหนดค่า Windows Update ให้ติดตั้งการอัปเดตเหล่านี้โดยอัตโนมัติได้ เมื่อมีการอัปเดตที่พร้อมใช้งานแล้ว (แนะนำให้ใช้) หรือกำหนดค่าให้ Windows แจ้งเตือนคุณ เมื่อคุณต้องรีสตาร์ตเครื่อง เพื่อติดตั้งการอัปเดตให้เสร็จสมบูรณ์ แอปที่มีใน Windows Store จะได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติผ่านทาง Store ตามที่อธิบายไว้ในส่วน Store ด้านบน

เว็บเบราว์เซอร์: Microsoft Edge และ Internet Explorerเว็บเบราว์เซอร์: Microsoft Edge และ Internet Explorermainwebbrowsersmodule
บทสรุป

Microsoft Edge เป็นเว็บเบราว์เซอร์เริ่มต้นของ Microsoft สำหรับ Windows Internet Explorer ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ดั้งเดิมของ Microsoft ยังคงมีอยู่ใน Windows เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้เว็บเบราว์เซอร์เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ ("ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐาน") จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการออนไลน์ที่คุณใช้ ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยที่อยู่ IP ของอุปกรณ์ของคุณ ชนิดของเบราว์เซอร์และภาษา เวลาในการเข้าถึง และที่อยู่ของเว็บไซต์ที่อ้างอิง อาจเข้าสู่ระบบข้อมูลนี้ได้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์เหล่านั้น ข้อมูลใดที่ถูกบันทึกและวิธีการใช้ข้อมูลนั้นขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการเว็บที่คุณใช้

ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้เบราว์เซอร์ของคุณ เช่น ประวัติการเรียกดูของคุณ ข้อมูลแบบฟอร์มบนเว็บ ไฟล์อินเทอร์เน็ตชั่วคราว และ คุกกี้ จะถูกจัดเก็บในอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถลบข้อมูลนี้จากอุปกรณ์ของคุณ โดยเลือก "ลบประวัติการเรียกดู"

ฟีเจอร์ใหม่ใน Microsoft Edge ช่วยให้คุณสามารถจับและบันทึกเนื้อหาในอุปกรณ์ของคุณได้ เช่น:

  • Web Note: ซึ่งให้คุณสามารถสร้างคำอธิบายประกอบที่เป็นหมึกและคำอธิบายประกอบข้อความในหน้าเว็บที่คุณเยี่ยมชม และตัดปะ บันทึกหรือแบ่งปันคำอธิบายประกอบเหล่านั้น
  • การอ่านที่ใช้งานอยู่: ซึ่งให้คุณสามารถสร้างและจัดการรายการการอ่าน รวมทั้งเว็บไซต์หรือเอกสาร และ
  • ฮับ: ซึ่งให้คุณสามารถจัดการรายการการอ่าน รายการโปรด ดาวน์โหลด และประวัติของคุณทั้งหมดในพื้นที่เดียวได้อย่างง่ายดาย

ข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์บางอย่างของ Microsoft ที่บันทึกในอุปกรณ์ของคุณจะถูกซิงค์กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ เช่น ใน Internet Explorer ข้อมูลนี้จะมีประวัติการเรียกดูและรายการโปรดของคุณ และใน Microsoft Edge จะมีรายการโปรดและรายการการอ่าน เช่น ใน Microsoft Edge ถ้าคุณซิงก์รายการการอ่านของคุณกับอุปกรณ์ต่างๆ สำเนาของเนื้อหาที่คุณเลือกที่จะบันทึกไปยังรายการการอ่านจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์ที่ซิงก์แต่ละอย่างเพื่อดูในภายหลัง คุณสามารถปิดการซิงค์ใน Internet Explorer ได้โดยไปที่ การตั้งค่าการซิงค์ ในส่วนบัญชีของการตั้งค่า Windows (ดู การตั้งค่าการซิงค์) คุณยังสามารถปิดใช้งานการซิงค์ของข้อมูลเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ได้โดยการปิดตัวเลือกการซิงก์ใน การตั้งค่า Microsoft Edge

Microsoft Edge และ Internet Explorer ใช้คำสืบค้นและประวัติการเรียกดูของคุณเพื่อให้การเรียกดูที่เร็วขึ้นและผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์เหล่านี้ประกอบด้วย:

  • การค้นหาอัตโนมัติและข้อเสนอแนะการค้นหา ใน Internet Explorer ส่งข้อมูลที่คุณพิมพ์ในแถบที่อยู่เบราว์เซอร์ไปให้ผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้น (เช่น Bing) และเสนอข้อเสนอแนะการค้นหาในขณะที่คุณพิมพ์แต่ละอักขระ ใน Microsoft Edge คุณลักษณะนี้จะส่งข้อมูลนี้ไปให้ Bing โดยอัตโนมัติแม้ว่าคุณได้เลือกผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นอื่นๆ ก็ตาม
  • ไซต์แนะนำ แนะนำเนื้อหาเว็บที่คุณอาจจะสนใจโดยยึดตามประวัติการค้นหาและการเรียกดูของคุณ 

ข้อมูลการเรียกดูเว็บที่เก็บรวมรวมโดยเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์เหล่านี้ ใช้เพื่อการสรุปรวมข้อมูล และคุณสามารถปิดฟีเจอร์เหล่านี้เมื่อใดก็ได้ คุณลักษณะเหล่านี้จะไม่เก็บรวบรวมประวัติการเรียกดูในขณะที่คุณเปิดใช้งานการเรียกดูแบบ InPrivate

Microsoft Edge และ Internet Explorer ส่งคำสืบค้นของคุณ ข้อมูลอุปกรณ์พื้นฐาน และตำแหน่งที่ตั้ง (ถ้าคุณเปิดใช้งานตำแหน่งที่ตั้งอยู่) ไปให้ผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นของคุณ เพื่อให้ผลการค้นหาต่างๆ ถ้า Bing เป็นผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นของคุณ เราจะใช้ข้อมูลนี้ตามที่อธิบายไว้ในส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้

Cortana สามารถช่วยคุณเรียกดูเว็บของคุณใน Microsoft Edge ที่มีฟีเจอร์เช่น สอบถาม Cortana คุณสามารถปิดใช้งานความช่วยเหลือ Cortana ใน Microsoft Edge ได้ทุกเมื่อในการตั้งค่าของ Microsoft Edge เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Cortana ใช้ข้อมูลและวิธีที่คุณสามารถใช้ควบคุม โปรดไปที่ Cortana ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

การเชื่อมต่อ Wi-Fi กับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำmainwi-fisensemodule
บทสรุป

หากคุณเปิดใช้เชื่อมต่อกับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำในการตั้งค่า Wi-Fi คุณจะเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi แบบเปิดที่แนะนำโดยอัตโนมัติ โปรดทราบว่าเครือข่ายไม่ได้ปลอดภัยทั้งหมด ระมัดระวังการใช้เครือข่ายแบบเปิดเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างออนไลน์ที่ต้องการข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ทำธุรกรรมธนาคารหรือทำการซื้อสินค้า

แอปพลิเคชัน Windowsแอปพลิเคชัน Windowsmainwindowsappsmodule
บทสรุป

แอปพลิเคชันของ Microsoft จำนวนมากถูกรวมเข้ากับ Windows และแอปพลิเคชันอื่นๆ มีอยู่ใน Windows Store แอปพลิเคชันบางอย่างเหล่านั้นประกอบด้วย:

แอปพลิเคชัน Maps แอปพลิเคชันแผนที่จะมอบบริการที่ขึ้นกับตำแหน่งที่ตั้งและใช้บริการ Bing เพื่อดำเนินการค้นหาของคุณในแอปพลิเคชันแผนที่ โปรดดูส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานที่ให้บริการโดย Bing เหล่านี้ เมื่อแอปพลิเคชันแผนที่มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันนี้ก็ตาม Microsoft อาจเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ลบเอกลักษณ์แล้วจากอุปกรณ์ของคุณเพื่อปรับปรุงบริการของ Microsoft คุณสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปพลิเคชัน Maps ได้โดยการปิดบริการตำแหน่งที่ตั้ง หรือปิดการเข้าถึงบริการตำแหน่งที่ตั้งของแอปพลิเคชัน Maps

คุณสามารถติดตามสถานที่โปรดและการค้นหาแผนที่ล่าสุดของคุณได้ในแอปพลิเคชัน Maps สถานที่โปรดและประวัติการค้นหาของคุณจะถูกรวมเป็นข้อเสนอแนะการค้นหา ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ สถานที่โปรด ประวัติการค้นหา และการตั้งค่าแอปพลิเคชันบางอย่างของคุณจะถูกซิงค์กับอุปกรณ์และบริการอื่นๆ (เช่น Cortana) ดู การตั้งค่าการซิงค์ ด้านบนสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

แอปพลิเคชันกล้องและภาพถ่าย ถ้าคุณอนุญาตให้แอปพลิเคชันกล้องใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกฝังอยู่ในภาพถ่ายที่คุณถ่ายด้วยอุปกรณ์ของคุณ ข้อมูลคำอธิบายอื่นๆ เช่น รุ่นของกล้องและวันที่ถ่ายภาพ ยังจะถูกฝังอยู่ในภาพถ่ายและวิดีโออีกด้วย หากคุณเลือกที่จะแบ่งปันภาพถ่ายหรือวิดีโอ บุคคลหรือบริการต่างๆ ที่คุณแบ่งปันสิ่งเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงข้อมูลใดๆ ที่ฝังอยู่ คุณสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปพลิเคชันกล้องได้โดยปิดการเข้าถึงบริการตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมดใน เมนูการตั้งค่า ของอุปกรณ์ของคุณ หรือปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของแอปพลิเคชันกล้อง

ภาพถ่าย วิดีโอ และภาพหน้าจอของคุณที่บันทึกในม้วนฟิล์มของคุณจะอัปโหลดไปที่ OneDrive โดยอัตโนมัติ คุณสามารถจัดการภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอได้ใน OneDrive และคุณสามารถปิดใช้งานการอัปโหลดอัตโนมัติได้ใน การตั้งค่า

เมื่อคุณถ่ายรูปที่มีตำแหน่งที่ตั้งของคุณฝังอยู่ แอปพลิเคชันภาพถ่ายสามารถจัดกลุ่มภาพถ่ายของคุณตามเวลาและตำแหน่งที่ตั้งได้ แอปพลิเคชันภาพถ่ายจะส่งข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งในภาพถ่ายของคุณไปให้ Microsoft เพื่อกำหนดชื่อของตำแหน่งที่ตั้ง เช่น “ซีแอตเติล วอร์ชิงตัน” เพื่อจัดกลุ่มภาพถ่ายของคุณ เมื่อคุณกำลังใช้งานแอปพลิเคชันภาพถ่ายอยู่ในขณะที่ลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณ ภาพถ่ายและวิดีโอของคุณจาก OneDrive จะถูกเรียงลำดับลงในอัลบั้มในแอปพลิเคชันภาพถ่ายและปรากฏขึ้นบนไทล์รายงานสดของแอปพลิเคชันภาพถ่าย และจะแบ่งปันภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอของคุณกับคนอื่นๆ ถ้าคุณเลือกที่จะทำเช่นนั้นเท่านั้น

แอปพลิเคชัน People แอปบุคคลทำให้คุณเห็นและโต้ตอบกับรายชื่อผู้ติดต่อของคุณทั้งหมดในที่เดียว เมื่อคุณเพิ่มบัญชี Microsoft ของคุณไปที่อุปกรณ์ Windows รายชื่อผู้ติดต่อของคุณจากบัญชีของคุณจะถูกเพิ่มไปที่แอปพลิเคชันบุคคลโดยอัตโนมัติ คุณสามารถเพิ่มบัญชีอื่นๆ ไปที่แอปพลิเคชันบุคคลได้ รวมทั้งบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณ (เช่น Facebook และ Twitter) และบัญชีอีเมล เมื่อเพิ่มบัญชี เราจะว่าคุณว่าข้อมูลใดที่แอป People สามารถนำเข้าหรือซิงค์ได้ด้วยบริการบางอย่าง และช่วยให้คุณเลือกสิ่งที่ต้องการเพิ่ม แอปอื่นๆ ที่คุณติดตั้งอาจซิงค์ข้อมูลกับแอป People รวมทั้งให้รายละเอียดเพิ่มเติมในที่ติดต่อที่มีอยู่ด้วย คุณสามารถเอาบัญชีผู้ใช้ออกจากแอปพลิเคชันบุคคลได้ทุกเมื่อ

แอปจดหมายและปฏิทิน แอปจดหมาย และ ปฏิทิน อนุญาตให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับอีเมล ปฏิทิน และไฟล์ทั้งหมดของคุณได้ในที่เดียว ซึ่งรวมถึงจากที่เก็บข้อมูลอีเมลและไฟล์ของบุคคลที่สามเหล่านั้นด้วย แอปจะให้บริการโดยยึดตามตำแหน่งที่ตั้ง เช่นข้อมูลสภาพอากาศในปฏิทินของคุณ แต่คุณสามารถปิดการใช้งานตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปได้ เมื่อคุณเพิ่มบัญชีลงในแอปจดหมาย หรือปฏิทิน อีเมลของคุณ รายการปฏิทิน ไฟล์ ที่ติดต่อ และการตั้งค่าอื่นๆ จากบัญชีของคุณจะซิงค์ไปยังอุปกรณ์ของคุณแลเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft โดยอัตโนมัติ คุณสามารถนำบัญชีออกหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ซิงค์จากบัญชีของคุณเมื่อใดก็ได้ เมื่อต้องการกำหนดค่าบัญชี คุณต้องให้ข้อมูลประจำตัวของบัญชี (เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน) ซึ่งจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลที่สาม แอปจะพยายามใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (SSL) ก่อน เพื่อกำหนดค่าบัญชีของคุณแต่จะส่งข้อมูลนี้แบบไม่เข้ารหัส ถ้าผู้ให้บริการอีเมลของคุณไม่รองรับ SSL ถ้าคุณเพิ่มบัญชีที่ได้รับจากองค์กร (เช่น อีเมลแอดเดรสของบริษัท) เจ้าของโดเมนองค์กรสามารถกำหนดนโยบายบางอย่างและควบคุม (เช่น การรองรับความถูกต้องโดยใช้หลายปัจจัย หรือลบข้อมูลจากระยะไกลออกจากอุปกรณ์ของคุณ) ซึ่งอาจมีผลกระทบถึงการใช้งานแอปของคุณ

แอปพลิเคชันการส่งข้อความ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft บนอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะสำรองข้อมูลของคุณ ซึ่งจะซิงค์ข้อความ SMS และ MMS ของคุณ และจัดเก็บข้อความเหล่านั้นในบัญชี Microsoft ซึ่งทำให้คุณสามารถเรียกข้อความเหล่านั้นคืนได้หากคุณเปลี่ยนหรือทำโทรศัพท์หาย หลังจากการติดตั้งอุปกรณ์เป็นครั้งแรก คุณสามารถจัดการการตั้งค่าการส่งข้อความของคุณได้ทุกเมื่อ การปิดการสำรอง SMS/MMS ของคุณจะไม่เป็นการลบข้อความที่สำรองไว้ในบัญชี Microsoft ก่อนหน้านี้ คุณต้องลบข้อความเหล่านั้นจากอุปกรณ์ของคุณก่อนปิดการสำรอง เพื่อลบข้อความดังกล่าวจากที่เก็บข้อมูล หากคุณอนุญาตให้แอปพลิเคชันการส่งข้อความใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ คุณสามารถแนบลิงก์ไปที่ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของคุณที่ข้อความส่งออกได้ Microsoft จะเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งตามที่อธิบายไว้ในส่วน Windows บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง

แอป Microsoft Wallet สำหรับ Windows Phone คุณสามารถใช้ Microsoft Wallet เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น คูปอง บัตรสะสมแต้ม ตั๋ว และเนื้อหาดิจิตอลอื่นๆ ในตำแหน่งที่มีพร้อมใช้งาน คุณสามารถเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินไปยัง Microsoft Wallet เพื่อทำการชำระเงินกับร้านค้าที่เข้าร่วมโดยใช้ NFC (การติดต่อสื่อสารระยะใกล้) ได้

คุณสามารถตั้งค่า Wallet ของคุณสำหรับการชำระเงินได้ โดยการลงชื่อเข้าใช้ใน Microsoft Wallet ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ และเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ เพื่อคุณเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินลงใน Microsoft Wallet เราจะให้ข้อมูลไปยังธนาคารและเครือข่ายบัตรสำหรับการชำระเงินของคุณ รวมทั้งชื่อ หมายเลขบัตร ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน อีเมลแอดเดรส ข้อมูลอุปกรณ์ (รวมทั้งชื่อ ชนิด และตัวระบุของอุปกรณ์) และตำแน่งที่ตั้งที่คุณเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินใน Wallet ของคุณ ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยังธนาคารและเครือข่ายบัตรสำหรับการชำระเงินของคุณเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตรสำหรับการชำระเงิน อนุมัติธุรกรรม และตรวจจับการฉ้อโกง

เมื่อคุณชำระเงินสำหรับ NFC กระเป๋าสตางค์จะให้บัตรสำหรับการชำระเงินที่มีการเข้ารหัสแก่ผู้ขาย (ที่เรียกว่า “โทเค็น”) ผู้ขายจะแสดงโทเค็นนี้ควบคู่ไปกับรายละเอียดธุรกรรมให้กับธนาคารของคุณ เพื่อทำให้การทำธุรกรรมและคำขอการชำระเงินสำหรับธุรกรรมของคุณเสร็จสมบูรณ์

Windows HelloWindows Hellomainwindowshellomodule
บทสรุป

Windows Hello ให้การเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณแบบทันทีผ่านการรับรองความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ หากคุณเปิดใช้งาน Windows Hello จะใช้ใบหน้า ลายนิ้วมือหรือไอริสของคุณเพื่อระบุตัวคุณโดยยึดตามจุดหรือคุณสมบัติเฉพาะชุดหนึ่งที่ถูกแยกออกมาจากรูปภาพและจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณเป็นแม่แบบ แต่ Windows Hello จะไม่จัดเก็บภาพหรือรูปจริงของหน้าหรือไอริสของคุณ ข้อมูลการตรวจสอบความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ที่ถูกใช้เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้จะยังอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถลบข้อมูลการตรวจสอบความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ได้ในการตั้งค่า

Windows Media PlayerWindows Media Playermainwindowsmediaplayermodule
บทสรุป

Windows Media Player ให้คุณสามารถเล่นซีดี ดีวีดี และเนื้อหาดิจิทัลอื่นๆ (เช่นไฟล์ WMA และ MP3), ซีดีริพ และจัดการไลบรารีสื่อของคุณ เมื่อต้องการเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของคุณเมื่อคุณเล่นเนื้อหาในไลบรารี Windows Media Player แสดงข้อมูลสื่อที่เกี่ยวข้อง เช่นชื่ออัลบั้ม ชื่อเพลง หน้าปกอัลบั้ม ศิลปิน และผู้ประพันธ์ เมื่อต้องการเพิ่มข้อมูลสื่อของคุณ Windows Media Player จะส่งคำขอไปยัง Microsoft ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ตัวระบุสำหรับเนื้อหาสื่อ และข้อมูลสื่อที่อยู่ในไลบรารีของ Windows Media Player อยู่แล้ว (รวมถึงข้อมูลที่คุณอาจแก้ไข หรือป้อนข้อมูลด้วยตนเอง) เพื่อให้ Microsoft สามารถจดจำแทร็ก และคืนค่าข้อมูลเพิ่มเติมที่มีอยู่ได้

Windows Media Player ยังช่วยให้คุณสามารถเล่นเนื้อหาที่มีการสตรีมไปที่คุณผ่านทางเครือข่าย เมื่อต้องการจัดให้มีบริการนี้ Windows Media Player จำเป็นต้องสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูล เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้โดยปกติดำเนินงานโดยผู้ให้บริการเนื้อหาที่ไม่ใช่ของ Microsoft ในระหว่างการเล่นสื่อการสตรีม Windows Media Player จะส่งบันทึกไปยังเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูลหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ถ้าเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูลร้องขอ บันทึกมีรายละเอียดเช่น: เวลาการเชื่อมต่อ, ที่อยู่ IP, เวอร์ชันระบบปฏิบัติการ, เวอร์ชันของ Windows Media Player, หมายเลขรหัส Player (รหัส Player), วันที่ และโพรโทคอล เมื่อต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ ค่าเริ่มต้นของ Windows Media Player จะส่งรหัส Player ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละเซสชัน

Windows SearchWindows Searchmainwindowssearchmodule
บทสรุป

Windows Search ให้คุณค้นหาสิ่งต่างๆ ของคุณและเว็บจากที่หนึ่ง หากคุณเลือกที่จะใช้ Windows Search เพื่อค้นหา "สิ่งต่างๆ ของคุณ" ซึ่งจะให้ผลลัพธ์สำหรับรายการบน OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ OneDrive for Business ของคุณถ้าเปิดใช้งาน ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์อื่นๆ ตามที่ได้รับการสนับสนุนโดยผู้ให้บริการของบริษัทภายนอกเหล่านั้น และอุปกรณ์ของคุณ ถ้าคุณเลือก Windows Search เพื่อค้นหาเว็บ หรือรับคำแนะนำการค้นหากับ Windows Search หรือ Cortana ผลการค้นหาของคุณจะได้รับการสนับสนจุนโดย Bing และเราจะใช้คำค้นหาของคุณตามที่อธิบายไว้ในส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้

XboxXboxmainxboxmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

คอนโซล Xbox คืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่คุณสามารถใช้เพื่อเข้าถึงและเล่นเกม ภาพยนตร์ เพลง และความบันเทิงดิจิทัลรูปแบบอื่นๆ Xbox Live (รวมทั้งเกมสำหรับ Windows Live) เป็นบริการด้านความบันเทิงและเกมออนไลน์ และเครือข่ายสังคมของ Microsoft ซึ่งให้คุณมีวิธีต่างๆ ในการเชื่อมต่อกับเพื่อนๆ ของคุณใน Xbox Live เครือข่ายเกมและเครือข่ายสังคมอื่นๆ สามารถเข้าถึงบริการของ Xbox ได้จากอุปกรณ์หลายชนิด ซึ่งรวมถึงคอนโซล Xbox, พีซี (รวมทั้งผ่าน xbox.com และแอปพลิเคชัน Xbox) และอุปกรณ์มือถือต่างๆ

เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้บริการ Xbox ของคุณ เช่น:

  • เวลาที่คุณลงชื่อเข้าใช้และลงชื่อออก เกมที่คุณเล่น สถิติของเกมและคะแนนของคุณ การซื้อของคุณ และเนื้อหาที่คุณได้มา
  • ข้อมูลประสิทธิภาพการทำงานเกี่ยวกับบริการของ Xbox services อุปกรณ์และการเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณ รวมทั้งข้อผิดพลาดด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้น
  • ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ Kinect ของคุณ หากคุณใช้คอนโซล Xbox กับ Kinect ดูที่ด้านล่างสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูล Kinect

ข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดจะถูกจัดเก็บด้วยรหัสเฉพาะของคอนโซล Xbox และเชื่อมโยงกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เมื่อคุณเชื่อมต่อ Xbox ของคุณกับอินเทอร์เน็ต เราจะระบุว่าคอนโซลใดและระบบปฏิบัติการเวอร์ชันไหนของ Xbox ที่คุณกำลังใช้อยู่ในปัจจุบัน

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับวิดีโอที่คุณซื้อหรือดูผ่านทางแอปพลิเคชันของบุคคลที่สามบนคอนโซล Xbox ของคุณเมื่อคุณให้ความยินยอม เมื่อคุณใช้แอปพลิเคชัน Xbox TV เราจะเก็บรวบรวมประวัติการรับชมรายการโทรทัศน์ จากคอนโซลของคุณในแบบที่ไม่ระบุถึงตัวคุณหรือคนอื่น

ถ้าคุณใช้คอนโซล Xbox ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (ฮาร์ดไดรฟ์หรือหน่วยความจำ) และถ้าคุณเล่นแบบออฟไลน์หรือไม่เคยลงชื่อเข้าใช้บริการบนคอนโซลเลย ข้อมูลการใช้งานจะถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและส่งให้ไมโครซอฟท์ในครั้งถัดไปที่คุณลงชื่อเข้าใช้บริการ

ข้อมูล Xbox Live ที่ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถดูได้ ผู้ใช้คนอื่นๆ สามารถดูเกมเมอร์แท็กของคุณ (ชื่อเล่นของ Xbox live) สถิติของเกมและคะแนนของคุณ ความสำเร็จ สถานะ (ว่าคุณลงชื่อเข้าใช้ใน Xbox Live หรือไม่) และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับกิจกรรมของคุณใน Xbox Live ได้ใน Xbox Live หรือคุณสมบัติอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับ Xbox Live (รวมถึงคุณสมบัติอื่นๆ ของบริษัทคู่ค้า) เช่น เกมเมอร์แท็กและคะแนนของคุณที่แสดงบนตารางผู้นำของเกมถือว่าเป็นสาธารณะและไม่สามารถซ่อนได้ สำหรับข้อมูลชนิดอื่นๆ คุณสามารถปรับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณบนคอนโซลหรือที่ xbox.com เพื่อจำกัดหรือบล็อกการแชร์กับผู้ใช้คนอื่นๆ ได้

ข้อมูล Xbox Live ที่แชร์กับผู้เผยแพร่เกมหรือแอปพลิเคชัน เมื่อคุณใช้เกมหรือแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งาน Xbox Live ผู้เผยแพร่หรือผู้ให้บริการสำหรับเกมหรือแอปพลิเคชันนั้นสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งาน Xbox Live และเกมหรือแอปพลิเคชันนั้นของคุณ และอาจเปิดเผยหรือแสดงข้อมูลดังกล่าว (เช่น บนตารางผู้นำ) ข้อมูลนี้รวมถึง ตัวอย่างเช่น คะแนนของเกม ข้อมูลเกี่ยวกับเซสชันการเล่นเกมของคุณ (เช่น ชนิดของพาหนะที่คุณใช้ในเกม) สถานะของคุณใน Xbox Live เวลาที่คุณใช้เล่นเกมหรือแอปพลิเคชัน การจัดอันดับ สถิติ โปรไฟล์ของผู้เล่นเกม รูปตัวแทน และเนื้อหาอื่นๆ ที่คุณอาจจะสร้างหรือส่งในเกมหรือแอปพลิเคชัน

การเชื่อมโยงบัญชี Xbox Live ของคุณกับบัญชีที่ไม่ใช่ Microsoft บริษัทคู่ค้าส่งมอบเกมหรือแอปพลิเคชันบางอย่างที่พบใน Xbox Live อาจขอให้คุณสร้างบัญชีที่ไม่ใช่ Microsoft และข้อมูลประจำตัวสำหรับลงชื่อเข้าใช้เพื่อใช้เกมหรือแอปพลิเคชันนั้น หากคุณเลือกที่จะเชื่อมโยงบัญชี Microsoft ของคุณกับบัญชีกับบริษัทคู่ค้าของคุณ Microsoft จะแชร์ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ที่จำกัดกับบริษัทนั้น ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวสามารถรวมถึงชื่อ ที่อยู่ อีเมล และวันเกิด แต่ไม่รวมถึงบัตรเครดิตหรือข้อมูลการชำระเงินอื่นๆ สำหรับเกมที่เปิดใช้งานการติดต่อสื่อสารในเกม ผู้เผยแพร่เกมจะยังมีการเข้าถึงเนื้อหาการติดต่อสื่อสารในเกมเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในบัญชีของคุณกับผู้เผยแพร่

Kinect เซนเซอร์ Kinect เป็นการผสมกันของกล้อง ไมโครโฟน และเซนเซอร์อินฟราเรด ที่สามารถเปิดใช้งานการเคลื่อนไหวและเสียงที่จะใช้เพื่อควบคุมเกมเพลย์และเพื่อนำทางผ่านไปที่บริการ ตัวอย่างเช่น

  • หากคุณเลือก คุณสามารถใช้กล้องเพื่อลงชื่อคุณเข้าใช้บริการนั้นได้อย่างอัตโนมัติโดยใช้การจดจำใบหน้า ในการทำแบบนี้ กล้องจะถ่ายภาพใบหน้าของคุณและวัดระยะห่างระหว่างจุดสำคัญต่างๆ เพื่อสร้างและเก็บค่าตัวเลขที่เป็นตัวแทนของคุณเท่านั้น ข้อมูลนี้จะอยู่บนคอนโซลและจะไม่ถูกแชร์ให้ใคร และคุณสามารถเลือกที่จะลบข้อมูลนี้ออกจากคอนโซลของคุณได้ทุกเมื่อ
  • สำหรับการเล่นเกม Kinect จะแมประยะห่างระหว่างข้อต่อต่างๆ ของร่างกายคุณเพื่อสร้างการแสดงรูปวาดโครงร่างของคุณที่ช่วย Kinect ให้เปิดใช้งานเกมเพลย์ หากคุณกำลังเล่นอยู่ออนไลน์ เราจะเก็บรวบรวมค่าตัวเลขเหล่านั้นเพื่อเปิดใช้งานและปรับปรุงเกมเพลย์และประสบการณ์การเล่นเกม Kinect ยังตรวจจับท่าทางเฉพาะของมือที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำการโต้ตอบแบบง่ายกับระบบ (เช่น การนำทางเมนู การเลื่อน/การย่อ/ขยาย และการเลื่อน)
  • สำหรับเกมที่ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายบางอย่าง Xbox สามารถใช้เซนเซอร์ Kinect เพื่อประมาณข้อมูลการออกกำลังของคุณ รวมทั้งการประมาณต่างๆ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจของคุณระหว่างกิจกรรมบางอย่าง หรือจำนวนแคลอรีที่เผาผลาญระหว่างการออกกำลัง
  • ไมโครโฟนของ Kinect เปิดใช้งานการสนทนาด้วยเสียงระหว่างผู้เล่นต่างๆ ในระหว่างเกมเพลย์ นอกจากนี้ ไมโครโฟนยังเปิดใช้งานคำสั่งเสียงสำหรับการควบคุมคอนโซล เกมหรือแอปพลิเคชัน หรือเพื่อใส่คำค้นหา ดูที่ด้านล่างสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลเสียง
  • นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เซนเซอร์ Kinect สำหรับการติดต่อสื่อสารทางเสียงและวิดีโอผ่านบริการต่างๆ ได้ เช่น Skype

หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Kinect สำหรับ Xbox 360 โปรดดู ความเป็นส่วนตัวสำหรับ Kinect และ Xbox 360 สำหรับ Xbox One โปรดดู ความเป็นส่วนตัวสำหรับ Kinect และ Xbox One

คำบรรยาย ระหว่างที่แชทแบบเรียลไทม์บน Xbox ผู้เล่นอาจเปิดใช้งานคุณลักษณะเปลี่ยนเสียงเป็นตัวอักษร ซึ่งอนุญาตให้ผู้ใช้ดูเสียงที่แชทในเกมเปลี่ยนเป็นข้อความได้ หากผู้ใช้เปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ ผู้เล่นคนอื่นๆ จะไม่ได้รับข้อความแจ้งเตือนเพิ่มเติม Microsoft ใช้ข้อมูลนี้แสดงคำบรรยายจากการแชทสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการ นอกจากนี้เรายังใช้ข้อมูลนี้ปรับปรุงความสามารถในการให้บริการและอื่นๆ ซึ่งคล้ายกับบริการที่อิงเสียงเป็นหลัก

การติดตามดูการติดต่อสื่อสาร Xbox Live รวมถึง ฟีเจอร์ต่างๆ ในการติดต่อสื่อสาร อาทิ การส่งข้อความตัวอักษร และการสนทนาด้วยเสียงแบบออนไลน์ระหว่างผู้เล่นต่างๆ ในระหว่างเกมเพลย์ เพื่อจัดสภาพแวดล้อมในการเล่นเกมที่ปลอดภัย และเพื่อบังคับใช้ แนวทางปฏิบัติของไมโครซอฟท์ เราจะเก็บรวบรวม ตรวจสอบ และสุ่มติดตามดูการติดต่อสื่อสารเหล่านี้ รวมถึง การสนทนาในเกมและการสนทนากลุ่มของ Xbox Live ในเซสชันการเล่นเกมแบบผู้เล่นหลายคนที่ตั้งโฮสต์แบบสดซึ่งมีให้ผ่านบริการต่างๆ

ข้อมูลเสียงสำหรับการปรับปรุงการบริการ เราเก็บรวบรวมและใช้คำร้องขอการค้นหาด้วยเสียงหรือตัวอย่างของคำสั่งเสียงที่เกิดขึ้นในขณะใช้ Kinect เพื่อปรับปรุงการบริการ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บแยกต่างหากจากโปรไฟล์ Xbox ของคุณ

GameDVR ผู้เล่นคนใดก็ได้ในเซสชันเกมที่มีผู้เล่นหลายคนสามารถใช้ GameDVR เพื่อบันทึกการดูเกมเพลย์ของพวกเขาที่เกิดขึ้นในเซสชันนั้นได้ การบันทึกสามารถจับภาพบุคลิกลักษณะในเกมของคุณและเกมเมอร์แท็กในคลิปเกมที่ผู้เล่นคนอื่นในเซสชันเกมเพลย์สร้างขึ้น จำไว้ว่าถ้าผู้เล่นใช้ GameDVR ในพีซี การสนทนาทางเสียงอาจถูกเก็บไว้ในคลิปเกมอีกด้วย Microsoft สามารถตรวจสอบคลิปเกมเกี่ยวกับการละเมิด แนวทางปฏิบัติของไมโครซอฟท์ ได้ แม้ว่าการตั้งค่าการแชร์คลิปเกมจะถูกตั้งเป็น บล็อก ก็ตาม

Xbox Live Rewards Xbox Live Rewards ซึ่งมีพร้อมใช้งานที่ rewards.xbox.com เป็นโปรแกรมที่คุณสามารถเข้าร่วมเพื่อรับเครดิต Xbox สำหรับการใช้งานในบริการต่างๆ คุณต้องยินยอมที่จะรับการติดต่อสื่อสารสำหรับการส่งเสริมการขายจากโปรแกรม Rewards เนื่องจากเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วม คุณลงชื่อเข้าใช้ใน Rewards โดยใช้บัญชี Microsoft ของคุณ และโปรแกรมจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงชื่อ นามสกุล เกมเมอร์แท็ก และข้อมูลด้านประชากร HelloWorld ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายของ Microsoft เป็นผู้โฮสต์และดำเนินการโปรแกรมนี้ ผู้จำหน่ายจัดเก็บข้อมูลที่รวบรวมในนามของ Microsoft คุณสามารถตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณให้ไว้ในโปรแกรมรางวัลได้โดยการติดต่อ privacy@helloworld.com

ความปลอดภัยของเด็กและความปลอดภัยแบบออนไลน์ ถ้าคุณมีเด็กๆ ที่ใช้บริการ Xbox คุณสามารถตั้งบัญชีเด็กสำหรับพวกเขาได้ เด็กอายุ 17 ปีและน้อยกว่าไม่สามารถสร้างบัญชีใน Xbox Live ได้ ถ้าไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ในครอบครัวสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเลือกสำหรับความยินยอมและการตั้งค่าความปลอดภัยออนไลน์สำหรับบัญชีของเด็กได้ที่ xbox.com

ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรmainenterpriseservicesmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรคือผลิตภัณฑ์ของ Microsoft และข้อเสนอที่เกี่ยวข้องที่ถูกเสนอหรือออกแบบมาเพื่อใช้โดยองค์กรต่างๆ และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งรวมการสมัครใช้งานบริการ Cloud เช่น Office 365, Microsoft Azure, Microsoft Dynamics CRM Online, Microsoft Intune และ Yammer ในสัญญาขององค์กร (“ลูกค้า” ของเรา) กับไมโครซอฟต์สำหรับบริการต่างๆ (“บริการออนไลน์”) ซึ่งรวมถึงลูกค้าของเซิร์ฟเวอร์และผลิตภัณฑ์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ทำงานด้วยตนเอง เช่น Windows Server, SQL Server, Visual Studio และ System Center (“ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กร”) บริการ Microsoft Cognitive ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรภายใต้คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

ผลิตภัณฑ์องค์กรบางตัวมีคำประกาศความเป็นส่วนตัวแยกต่างหาก การประกาศต่อไปนี้อธิบายถึงแนวทางปฏิบัติส่วนบุคคลที่เฉพาะเจาะจงตามผลิตภัณฑ์ Microsoft บางชนิดที่คุณอาจใช้งาน:

ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งใดๆ ก็ตามระหว่างคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Microsoft และเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างลูกค้าและ Microsoft ให้ยึดเอาข้อกำหนดของข้อตกลงเหล่านั้นเป็นหลักในการควบคุม

เมื่อลูกค้าซื้อหรือสมัครใช้งานผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร หรือรับการสนับสนุนสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไมโครซอฟท์จะรวบรวมข้อมูลเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ดำเนินการทางธุรกิจ และติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ตัวอย่างเช่น

  • เมื่อลูกค้าติดต่อกับตัวแทนฝ่ายขายของ Microsoft เราจะรวบรวมชื่อของลูกค้าและข้อมูลที่ติดต่อ ควบคู่กับข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมนั้น
  • เมื่อลูกค้าตอบโต้กับผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสนับสนุนของไมโครซอฟท์ เราจะรวบรวมข้อมูลสนับสนุนหรือรายงานข้อผิดพลาดเพื่อวินิจฉัยและแก้ปัญหา
  • เมื่อลูกค้าชำระเงินสำหรับผลิตภัณฑ์ เราจะรวบรวมข้อมูลที่ติดต่อและข้อมูลการชำระเงินเพื่อดำเนินการการชำระเงิน
  • เมื่อลูกค้าได้รับการติดต่อสื่อสารสำหรับไมโครซอฟท์ เราจะใช้ข้อมูลเพื่อปรับเนื้อหาให้เป็นส่วนตัวในการติดต่อสื่อสาร

ลูกค้าของเราสามารถดูแลระบบของผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรให้กับผู้ใช้ปลายทางได้ตามลำดับ ถ้าคุณใช้บัญชีสำหรับที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณ (เช่น อีเมลแอดเดรสที่องค์กรของคุณจัดให้ เช่น นายจ้างหรือโรงเรียนของคุณ) เพื่อลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กร เจ้าของโดเมนที่เชื่อมโยงกับอีเมลแอดเดรสของคุณอาจ (i) ควบคุมและจัดการบัญชี และ (ii) เข้าถึงและประมวลข้อมูล รวมถึงเนื้อหาการสื่อสารและไฟล์ Microsoft ไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับนโยบายหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล หรือการป้องกันความปลอดภัยที่อาจแตกต่างจากนโยบายหรือวิธีปฏิบัติของ Microsoft ถ้าองค์กรของคุณเป็นผู้ดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์องค์กรของคุณ กรุณาส่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคลของคุณไปที่ผู้ดูแลระบบของคุณโดยตรง

บริการออนไลน์ การบริการออนไลน์จะรวบรวม ข้อมูลลูกค้า และ ข้อมูลผู้ดูแลระบบ “ข้อมูลลูกค้า” หมายถึงข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งข้อความ เสียง วิดีโอ หรือไฟล์รูปภาพ และซอฟต์แวร์ทั้งหมด ที่ให้แก่ Microsoft โดยท่าน หรือในนามของท่าน หรือผู้ใช้ขั้นปลายของท่าน ผ่านการใช้งานบริการออนไลน์ ข้อมูลลูกค้าจะถูกใช้เพื่อให้บริการออนไลน์สำหรับลูกค้าเท่านั้น รวมทั้งวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับการให้บริการเหล่านั้นด้วย ตัวอย่างเช่น เราอาจใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เป็นแบบของท่าน ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของบริการ ต่อสู้กับสแปมหรือมัลแวร์อื่นๆ หรือปรับปรุงฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานของบริการออนไลน์ Microsoft จะไม่ใช้ข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลที่ได้จากข้อมูลลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาใดๆ หรือวัตถุประสงค์ทางการค้าที่คล้ายกัน หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์และฟังก์ชันการทำงานที่จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมข้อมูลลูกค้าได้ โปรดดูที่เอกสารที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบริการออนไลน์นั้น เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าของ Microsoft รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับวิธีที่เราจัดการกับคำขอการเข้าถึงข้อมูลและความปลอดภัย โปรดดู ข้อกำหนดบริการออนไลน์ของ Microsoft

“ข้อมูลผู้ดูแลระบบ” คือข้อมูลที่คุณให้กับ Microsoft ในระหว่างการลงทะเบียน การซื้อ หรือการดูแลระบบของบริการออนไลน์ ข้อมูลผู้ดูแลระบบ ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่อีเมลที่คุณให้ไว้ รวมถึงข้อมูลการใช้งานโดยรวมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้ของคุณ เช่น การควบคุมที่คุณเลือก เราใช้ข้อมูลผู้ดูแลระบบเพื่อให้บริการออนไลน์ ทำธุรกรรมให้เสร็จสมบูรณ์ จัดการบัญชีผู้ใช้ และตรวจจับและป้องกันการฉ้อโกง นอกจากนี้ ข้อมูลผู้ดูแลระบบอาจรวมถึงข้อมูลการติดต่อของเพื่อนร่วมงานและเพื่อนๆ ของท่าน ถ้าท่านตกลงที่จะให้ข้อมูลดังกล่าวกับ Microsoft เพื่อวัตถุประสงค์ที่จำกัดในการส่งคำเชิญให้ใช้บริการออนไลน์ให้กับพวกเขา เราอาจติดต่อพวกเขาผ่านการสื่อสารที่อาจมีข้อมูลเกี่ยวกับท่านอยู่ด้วย เช่น ชื่อและรูปโปรไฟล์ของท่าน

เราอาจใช้ข้อมูลผู้ดูแลระบบเพื่อติดต่อท่าน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้ของท่าน การสมัครรับบริการ การเรียกเก็บเงิน และการปรับปรุงบริการออนไลน์ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ๆ การรักษาความปลอดภัย หรือปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ นอกจากนี้เรายังอาจติดต่อท่าน เพื่อสอบถามท่านเกี่ยวกับคำถามของบุคคลที่สามที่ทางเราได้รับมา ในเรื่องการใช้บริการออนไลน์ ดังที่อธิบายไว้ในข้อตกลงของท่าน คุณจะไม่สามารถยกเลิกการสมัครรับข้อมูลจากการสื่อสารที่ไม่ใช่การส่งเสริมการขายเหล่านี้ได้ ทั้งนี้ เราอาจติดต่อท่านเพื่อให้ข้อมูลและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ หรือแบ่งปันข้อมูลการติดต่อของท่านกับคู่ค้าของ Microsoft ขึ้นอยู่กับการกำหนดลักษณะการติดต่อของท่าน ท่านสามารถจัดการการกำหนดลักษณะที่ติดต่อหรืออัปเดตข้อมูลลงในโปรไฟล์บัญชีของคุณได้

เมื่อคุณใช้งานฟีเจอร์ทางสังคมของบริการออนไลน์ ผู้ใช้ท่านอื่นๆ ในเครือข่ายของท่านอาจสามารถเห็นกิจกรรมบางอย่างของท่าน หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟีเจอร์ทางสังคมและฟังก์ชันการทำงานอื่นๆ โปรดดูที่เอกสารที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบริการออนไลน์นั้น

การบริการออนไลน์จะช่วยให้คุณสามารถซื้อ สมัครสมาชิก หรือใช้ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของไมโครซอฟท์ได้ โปรดแน่ใจว่าได้อ่านรายละเอียดเฉพาะของผลิตภัณฑ์ในแต่ละผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ เพื่อทำความเข้าใจวิธีปฏิบัติต่อความเป็นส่วนตัวในแต่ละผลิตภัณฑ์ที่อาจแตกต่างกัน

ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กร ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กรจะเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคุณ ข้อมูลที่เรารวบรวมขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่คุณใช้ แต่โดยทั่วไปแล้วจะจำกัดอยู่ที่ข้อมูลการใช้งาน ลูกค้ามีตัวเลือกต่างๆ ในการให้ข้อมูลของพวกเขา ตัวอย่างเช่น

  • ระหว่างการติดตั้ง หรือในขณะที่คุณอัปเกรดผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กร เราอาจรวบรวมข้อมูลการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงานเพื่อเรียนรู้ว่าคุณได้รับอุปสรรคใดๆ ในการใช้งานหรือไม่
  • เมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กร เราจะรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์ของคุณ เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมการใช้งานของคุณเพื่อพัฒนาฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย
  • เมื่อผลิตภัณฑ์หยุดทำงาน คุณอาจเลือกที่จะส่งรายงานข้อผิดพลาดไปยังไมโครซอฟท์เพื่อช่วยเราวินิจฉัยปัญหาและส่งไปยังฝ่ายสนับสนุนลูกค้า

Microsoft จะใช้ข้อมูลที่เรารวบรวมจากผลิตภัณฑ์ที่ทำงานในตัวองค์กรเพื่อให้บริการและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเรา เพื่อให้การสนับสนุนกับลูกค้า เพื่อเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ เพื่อติดต่อสื่อสารกับคุณ และเพื่อดำเนินการทางธุรกิจของเรา

maineuropeanprivacymodule,mainsecurityofpersonaldatamodule,mainwherewestoreandprocessdatamodule,mainourretentionofpersonaldatamodule,maincollectionofdatafromchildrenmodule,mainpreviewreleasesmodule,mainchangestothisprivacystatementmodule,mainhowtocontactusmodule mainmicrosoftservicelongmodule,mainhealthvaultmodule mainactivationmodule,mainadvertisingidmodule, mainlocationservicesmotionsensingmodule,mainsecurityandsafetyfeaturesmodule, mainspeechinkingtypingmodule, mainsyncsettingsmodule,maindiagnosticsmodule,mainupdateservicesmodule, mainwebbrowsersmodule,mainwi-fisensemodule,mainwindowsappsmodule, mainwindowshellomodule,mainwindowsmediaplayermodule,mainwindowssearchmodule
mainbingmodule
คุกกี้

ไซต์ Microsoft ส่วนใหญ่จะใช้ "คุกกี้" ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่อ่านได้โดยเว็บเซิร์ฟเวอร์ในโดเมนที่นำคุกกี้ไปวางไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ เราอาจใช้คุกกี้ในการเก็บการตั้งค่าและการกำหนดลักษณะของคุณ ช่วยในการลงชื่อเข้าใช้งาน จัดเตรียมสื่อโฆษณาเป้าหมาย และวิเคราะห์การปฏิบัติงานของไซต์ คลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

การป้องกันความเป็นส่วนตัว

Microsoft เข้าร่วมกรอบการทำงานการป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม คลิกที่นี่