คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของ Microsoft

อัปเดตล่าสุด: กันยายน 2017 มีอะไรใหม่

ความเป็นส่วนตัวของคุณเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรา คำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้อธิบายว่า Microsoft รวบรวมข้อมูลส่วนตัวใดจากคุณผ่านทางการติดต่อกับคุณและผ่านทางผลิตภัณฑ์ของเรา และวิธีการที่เราใช้ข้อมูลดังกล่าว

Microsoft นำเสนอผลิตภัณฑ์นานาชนิด นับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้เพื่อช่วยในการดำเนินการองค์กรต่างๆ ทั่วโลก อุปกรณ์ที่ใช้ในบ้าน ซอฟต์แวร์ที่นักเรียนใช้ในโรงเรียน และบริการที่ผู้พัฒนาใช้ในการสร้างและโฮสต์ผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัว การอ้างอิงไปยังผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ในคำชี้แจงนี้ประกอบด้วยบริการ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ของ Microsoft

กรุณาอ่านรายละเอียดเฉพาะผลิตภัณฑ์ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ ซึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft บางตัว คำชี้แจงนี้มีผลบังคับใช้กับการติดต่อของ Microsoft กับคุณและผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ตามรายการด้านล่าง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft ที่แสดงคำชี้แจงนี้


ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมmainpersonaldatawecollect
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราให้กับคุณ คุณให้ข้อมูลเหล่านี้บางรายการกับเราโดยตรง เช่น เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft, ดูแลบัญชีการให้สิทธิ์ขององค์กรของคุณ, ส่งคำสืบค้นให้กับ Bing, ลงทะเบียนสำหรับเหตุการณ์ของ Microsoft, พูดคำสั่งเสียงกับ Cortana, อัปโหลดเอกสารไปยัง OneDrive, ซื้อการสมัครใช้งาน MSDN, สมัครใช้งาน Office 365 หรือติดต่อเราเพื่อขอรับการสนับสนุน เราได้รับข้อมูลบางอย่างโดยการบันทึกวิธีการที่คุณโต้ตอบกับผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น โดยการใช้เทคโนโลยีอย่างเช่น คุกกี้ และการรับรายงานข้อผิดพลาดหรือข้อมูลการใช้งานจากซอฟต์แวร์ที่ทำงานในอุปกรณ์ของคุณ

เรายังได้ข้อมูลมาจากบุคคลที่สามอีกด้วย เราปกป้องข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลที่สามตามวิธีปฏิบัติที่อธิบายไว้ในคำชี้แจงนี้ รวมถึงข้อจำกัดเพิ่มเติมที่กำหนด โดยแหล่งที่มาของข้อมูล แหล่งที่มาของบุคคลที่สามเหล่านี้แตกต่างกันตลอดเวลา แต่ได้รวม:

  • โบรกเกอร์ข้อมูลที่เราซื้อข้อมูลด้านประชากรเพื่อเพิ่มข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม
  • เครือข่ายสังคมเมื่อคุณให้สิทธิ์แก่ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ในการเข้าถึงข้อมูลของคุณบนเครือข่ายอย่างน้อยหนึ่งเครือข่าย
  • ผู้ให้บริการที่ช่วยให้เรากำหนดตำแหน่งที่ตั้งตามที่อยู่ IP ของคุณเพื่อปรับแต่งผลิตภัณฑ์ที่ระบุให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ตั้งของคุณ
  • คู่ค้าที่เรานำเสนอบริการของแบรนด์ร่วม หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมการตลาดร่วมกัน และ
  • แหล่งที่มีที่มีให้แบบสาธารณะ เช่น ฐานข้อมูลรัฐบาลแบบเปิดเผย หรือข้อมูลอื่นๆ ในโดเมนสาธารณะ

คุณมีทางเลือกต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม คุณสามารถปฏิเสธได้ เมื่อคุณถูกขอให้แจ้งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากคุณเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ คุณอาจไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ดังกล่าวได้

ข้อมูลที่เรารวบรวมขึ้นอยู่กับบริบทของการติดต่อของคุณกับ Microsoft ตัวเลือกที่คุณเลือก รวมทั้งการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ตลอดจนผลิตภัณฑ์และคุณลักษณะที่คุณใช้ ข้อมูลที่เรารวบรวมสามารถรวมถึงข้อมูลต่อไปนี้

ชื่อและข้อมูลการติดต่อ. เราเก็บรวบรวมชื่อและนามสกุล อีเมลแอดเดรส ที่อยู่ทางไปรษณีย์ หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลที่ติดต่อที่คล้ายกันอื่นๆ ของคุณ

ข้อมูลประจำตัว. เราเก็บรวบรวมรหัสผ่าน คำใบ้รหัสผ่าน และข้อมูลความปลอดภัยในทำนองเดียวกัน ซึ่งใช้สำหรับการรับรองความถูกต้องและการเข้าถึงบัญชี

ข้อมูลด้านประชากร. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณ เช่น อายุ เพศ ประเทศ และภาษาที่คุณต้องการใช้

ข้อมูลการชำระเงิน. เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการดำเนินการชำระเงินของคุณถ้าคุณทำการซื้อสินค้า เช่น หมายเลขเครื่องมือในการชำระเงินของคุณ (เช่น หมายเลขบัตรเครดิต) และรหัสความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือในการชำระเงินของคุณ

ข้อมูลอุปกรณ์และการใช้งาน. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณและวิธีการที่คุณและอุปกรณ์ของคุณโต้ตอบกับ Microsoft และผลิตภัณฑ์ของเรา เช่น เราได้รวบรวม:

  • ข้อมูลการใช้งานผลิตภัณฑ์. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับฟีเจอร์ต่างที่คุณใช้งาน รายการที่คุณซื้อ และเว็บเพจที่คุณเยี่ยมชม ข้อมูลนี้รวมถึงเสียงของคุณ และคำถามค้นหาข้อความ หรือคำสั่งกับ Bing, Cortana และบ็อตการแชทของเรา ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าที่คุณเลือกและการกำหนดค่าซอฟต์แวร์ที่คุณใช้มากที่สุดด้วย
  • ข้อมูลอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่า. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณและเครือข่ายที่คุณใช้ในการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเรา ซึ่งรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่ติดตั้งในอุปกรณ์ของคุณ เช่น หมายเลขผลิตภัณฑ์ และรวมถึงที่อยู่ IP, ตัวระบุอุปกรณ์ (เช่น หมายเลข IMEI สำหรับโทรศัพท์) การตั้งค่าภูมิภาคและภาษา
  • รายงานข้อผิดพลาดและข้อมูลประสิทธิภาพการทำงาน. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และปัญหาใดๆ ที่คุณพบ ข้อมูลนี้จะช่วยให้เราสามารถวินิจฉัยปัญหาในผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ และเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราและมอบวิธีแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และการตั้งค่าของคุณ รายงานข้อผิดพลาด (บางครั้งเรียกว่า “บันทึกข้อมูลการหยุดทำงาน”) สามารถรวมข้อมูลต่างๆ เช่น ประเภท หรือระดับความรุนแรงของปัญหา รายละเอียดของซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้อกับข้อผิดพลาด เนื้อหาของไฟล์ที่คุณกำลังใช้เมื่อเกิดข้อผิดพลาด และข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์อื่นๆ บนอุปกรณ์ของคุณ
  • การแก้ไขปัญหาและข้อมูลวิธีใช้. เมื่อคุณติดต่อกับ Microsoft เพื่อการแก้ไขปัญหาและความช่วยเหลือ เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณและฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับอุบัติการณ์ ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงข้อมูลการติดต่อหรือข้อมูลการรับรองความถูกต้อง เนื้อหาการสนทนาและการสื่อสารอื่นๆ กับ Microsoft ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของอุปกรณ์และแอปพลิเคชันเมื่อเกิดข้อผิดพลาดและระหว่างการวินิจฉัย และข้อมูลระบบและรีจิสทรีเกี่ยวกับการติดตั้งซอฟต์แวร์และการกำหนดค่าฮาร์ดแวร์

สิ่งที่สนใจและรายการโปรด. เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณสนใจและรายการโปรดต่างๆ เช่น ทีมที่คุณติดตามในแอปพลิเคชันกีฬา ภาษาการเขียนโปรแกรมที่คุณชอบ หุ้นที่คุณติดตามในแอปพลิเคชันการเงิน หรือเมืองที่คุณชื่นชอบที่คุณได้เพิ่มไว้ในแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ นอกจากข้อมูลที่คุณระบุไว้อย่างชัดเจนแล้ว เราอาจได้รับข้อมูลสิ่งที่สนใจและรายการโปรดของคุณจากสรุปหรือกรองจากข้อมูลอื่นที่เราเก็บไว้

รายชื่อผู้ติดต่อและความสัมพันธ์. เราเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อผู้ติดต่อและความสัมพันธ์ของคุณ หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ในการจัดการผู้ติดต่อ เช่น Outlook.com หรือสื่อสารหรือติดต่อกับบุคคลหรือองค์กรอื่นๆ เช่น Visual Studio Team Services

ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง. สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณลักษณะที่อ้างอิงตำแหน่งที่ตั้ง เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ซึ่งอาจจะแม่นยำหรือไม่แม่นยำก็ได้ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำอาจเป็นข้อมูล Global Navigation Satellite System (GNSS) (เช่น GPS) ตลอดจนข้อมูลที่ระบุหอกระจายสัญญาณและ Wi-Fi ฮอตสปอตในบริเวณใกล้เคียง โดยเราจะรวบรวมเมื่อคุณเปิดใช้ผลิตภัณฑ์หรือคุณลักษณะที่อ้างอิงตำแหน่งที่ตั้ง ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ไม่แม่นยำ เช่น ตำแหน่งที่ตั้งที่ได้รับจากที่อยู่ IP หรือข้อมูลที่ระบุตำแหน่งของคุณซึ่งมีความแม่นยำน้อย เช่น เมืองหรือรหัสไปรษณีย์

เนื้อหา. เราเก็บรวบรวมเนื้อหาไฟล์และการติดต่อสื่อสารของคุณเมื่อจำเป็น เพื่อมอบให้คุณพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ ตัวอย่างเช่น หากคุณส่งไฟล์โดยใช้ Skype ไปยังผู้ใช้ Skype อีกราย เราจำเป็นต้องรวบรวมเนื้อหาของไฟล์ที่จะแสดงต่อคุณและผู้ใช้อีกรายที่คุณส่งต่อให้ ถ้าคุณรับอีเมลด้วย Outlook.com เราจำเป็นต้องรวบรวมเนื้อหาของอีเมลนั้นเพื่อส่งไปยังกล่องขาเข้าของคุณ แสดงเนื้อหาต่อคุณ อนุญาตให้คุณตอบกลับอีเมลนั้น และเก็บรักษาไว้ให้คุณจนกว่าคุณจะเลือกที่จะลบทิ้ง ข้อมูลอื่นๆ ที่เรารวบรวมเพื่อให้บริการสื่อสารแก่คุณรวมถึง:

  • บรรทัดหัวเรื่องและเนื้อความของอีเมล
  • ข้อความหรือเนื้อหาอื่นๆ ของข้อความโต้ตอบ
  • การบันทึกเสียงและวิดีโอของข้อความในรูปแบบวิดีโอ และ
  • การบันทึกเสียงและการถอดข้อความเสียงที่คุณรับ หรือข้อความตัวอักษรที่เขียนตามคำบอกของคุณ

หากคุณใช้ บริการออนไลน์สำหรับองค์กร Microsoft จะรวบรวมข้อมูลลูกค้า (รวมทั้งเนื้อหา) ข้อมูลการสนับสนุน และข้อมูลผู้ดูแลระบบตามที่กำหนดด้านล่างนี้ในหัวข้อผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและผู้พัฒนา

นอกจากนี้ เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลที่คุณให้แก่เราและเนื้อหาของข้อความที่คุณส่งให้เรา เช่น คำติชมและคำวิจารณ์ผลิตภัณฑ์ที่คุณเขียน หรือคำถามและข้อมูลที่คุณแจ้งเพื่อขอรับการสนับสนุนลูกค้า เมื่อคุณติดต่อเรา เช่น สำหรับการสนับสนุนลูกค้า บทสนทนาทางโทรศัพท์ หรือเซสชันการสนทนากับตัวแทนของเราอาจมีการควบคุมและบันทึกเสียงด้วย หากคุณเข้าไปที่ร้านค้าปลีกของเราหรือที่อื่นๆ กล้องสำหรับรักษาความปลอดภัยของเราอาจจับภาพของคุณไว้

ส่วนที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะที่ด้านล่างนี้ อธิบายเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการเก็บรวบรวมข้อมูล ที่บังคับใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ เหล่านั้น

วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลวิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลmainhowweusepersonaldatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft ใช้ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์พื้นฐานสามประการตามที่อธิบายไว้ในรายละเอียดเพิ่มเติมด้านล่างนี้ (1) เพื่อดำเนินธุรกิจของเราและมอบ (รวมถึงการปรับปรุงและการปรับแต่งเฉพาะตัว) ผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอ (2) เพื่อส่งการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการติดต่อสื่อสารเพื่อการส่งเสริมการขาย และ (3) เพื่อแสดงโฆษณา ไม่ว่าจะในผลิตภัณฑ์ของเราเองที่สนับสนุนโดยโฆษณาอย่างเช่น MSN และ Bing หรือในผลิตภัณฑ์ที่เสนอโดยบุคคลภายนอก

ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์เหล่านี้ เราได้รวมข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมมาเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ต่อเนื่อง สมํ่าเสมอและปรับให้เป็นส่วนตัวแก่คุณ ตัวอย่างเช่น Cortana สามารถใช้ทีมกีฬาทีมโปรดที่คุณเพิ่มในแอป Microsoft Sports เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับความสนใจของคุณ Windows Store สามารถใช้ข้อมูลเกี่ยวกับแอปและบริการที่คุณใช้ เพื่อสร้างคำแนะนำสำหรับแอปแบบเฉพาะตัวได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับความเป็นส่วนตัว เรามีการป้องกันทางเทคโนโลยีและกระบวนการในแอป ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องชุดข้อมูลบางอย่าง ตัวอย่างเช่น เราจัดเก็บข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากคุณ เมื่อคุณไม่ได้รับรองความถูกต้อง (ไม่ได้ลงชื่อเข้าใช้) แยกต่างหากจากข้อมูลบัญชีผู้ใช้ใดๆ ที่ระบุตัวตนของคุณโดยตรง เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ

มอบผลิตภัณฑ์และการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเรา. เราใช้ข้อมูลเพื่อมอบและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่เราเสนอ และดำเนินงานที่จำเป็นทางธุรกิจ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการผลิตภัณฑ์ การดูแลรักษาและปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ การพัฒนาคุณลักษณะใหม่ๆ การจัดทำการวิจัย และการให้การสนับสนุนลูกค้า ตัวอย่างของการใช้งานดังกล่าวประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้

  • การมอบผลิตภัณฑ์. เราใช้ข้อมูลเพื่อดำเนินการธุรกรรมของคุณกับทางเรา และเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์ของเราให้กับคุณ บ่อยครั้งที่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นได้รวมคุณลักษณะและคำแนะนำที่ปรับให้เป็นส่วนตัว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความเพลิดเพลินของคุณ และปรับแต่งประสบการณ์ในการใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณอัตโนมัติโดยยึดตามข้อมูลที่เรามีเกี่ยวกับกิจกรรม สิ่งที่คุณสนใจ และตำแหน่งที่ตั้งของคุณ
  • การสนับสนุนลูกค้า เราใช้ข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยปัญหาของผลิตภัณฑ์ ซ่อมแซมอุปกรณ์ของลูกค้า และให้บริการดูแลลูกค้าและบริการสนับสนุนอื่นๆ
  • การเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ เราใช้ข้อมูลต่างๆ อาทิ ประเภทอุปกรณ์และแอปพลิเคชัน ตำแหน่งที่ตั้ง รวมทั้งตัวระบุที่ไม่ซ้ำกันของอุปกรณ์ แอปพลิเคชัน เครือข่าย และการสมัครสมาชิก เพื่อเปิดใช้งานซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ที่ต้องมีการเปิดใช้งาน
  • การปรับปรุงผลิตภัณฑ์. เราใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มคุณลักษณะหรือความสามารถใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น เราใช้รายงานข้อผิดพลาดเพื่อปรับปรุงคุณลักษณะการรักษาความปลอดภัย ใช้คำสืบค้นและการคลิกใน Bing เพื่อปรับปรุงความเกี่ยวข้องของผลการค้นหา ใช้ข้อมูลการใช้งานเพื่อระบุคุณลักษณะใหม่ที่จะจัดลำดับความสำคัญ และใช้การบันทึกเสียงจากคุณลักษณะการป้อนข้อมูลด้วยเสียง เพื่อปรับปรุงความแม่นยำของการรู้จำเสียงพูด
  • การรักษาความปลอดภัย ความปลอดภัยและการแก้ปัญหาข้อโต้แย้ง. เราใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเราและลูกค้าของเรา เพื่อตรวจหาและป้องกันการฉ้อโกง เพื่อยืนยันการมีผลบังคับใช้ของการอนุญาตให้ใช้สิทธิสำหรับซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และเพื่อบังคับใช้ข้อตกลงของเรา คุณลักษณะและผลิตภัณฑ์การรักษาความปลอดภัยของเราสามารถขัดจังหวะการทำงานของซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ หากพบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายบนอุปกรณ์ของพวกเขา ตัวอย่างเช่นการติดต่อสื่อสารและผลิตภัณฑ์การซิงค์ไฟล์บางตัวของเรา เช่น Outlook หรือ OneDrive จะสแกนเนื้อหาอย่างเป็นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อระบุสแปมที่น่าสงสัย ไวรัส การดำเนินการโดยมิชอบ หรือ URL ที่ถูกระบุว่าเป็นลิงก์การฉ้อโกง ฟิชชิ่งหรือมัลแวร์ และเราอาจบล็อกการส่งการติดต่อสื่อสาร หรือลบเนื้อหานั้นออกไป ถ้าละเมิดข้อกำหนดของเรา
  • การดำเนินธุรกิจ. เราใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาการวิเคราะห์แบบรวมและข่าวกรองธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้เราดำเนินงาน ป้องกัน ทำการตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล และรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของธุรกิจของเรา

การติดต่อสื่อสาร. เราใช้ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเพื่อติดต่อสื่อสารกับคุณ และปรับแต่งการติดต่อสื่อสารกับคุณให้เป็นแบบเฉพาะตัว ตัวอย่างเช่น เราอาจจะติดต่อคุณทางโทรศัพท์ อีเมลหรือช่องทางอื่นๆ เพื่อแจ้งให้คุณทราบวันที่สิ้นสุดของการสมัครรับบริการ ปรึกษาบัญชีการให้สิทธิ์ของคุณ แจ้งให้คุณทราบเมื่อมีอัปเดตการรักษาความปลอดภัย เตือนคุณเกี่ยวกับรายการที่ค้างอยู่ในรถเข็นสินค้าออนไลน์ แจ้งข้อมูลล่าสุดให้คุณทราบ หรือสอบถามเกี่ยวกับคำขอบริการหรือการซ่อม เชิญให้คุณเข้าร่วมในการตอบแบบสำรวจ หรือเพื่อบอกว่าคุณต้องลงมือดำเนินการเพื่อรักษาบัญชีของคุณให้เปิดใช้งาน นอกจากนี้ คุณสามารถลงทะเบียนสำหรับการสมัครรับบริการทางอีเมล และเลือกว่าคุณต้องการที่จะรับการติดต่อสื่อสารเพื่อส่งเสริมการขายจาก Microsoft ทางอีเมล SMS จดหมาย และโทรศัพท์หรือไม่ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลการติดต่อ การสมัครรับบริการทางอีเมลและการติดต่อสื่อสารเพื่อการส่งเสริมการขาย โปรดไปที่หัวข้อ การเข้าถึงและการควบคุม ของคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้

โฆษณา. Microsoft จะไม่ใช้สิ่งที่คุณกล่าวถึงในอีเมล การสนทนา การสนทนาทางวิดีโอหรือข้อความเสียง หรือเอกสารของคุณ ภาพถ่ายหรือไฟล์ส่วนตัวอื่นๆ เพื่อทำให้คุณเป็นเป้าหมายในการโฆษณา

เราใช้ข้อมูลที่รวบรวมผ่านทางการติดต่อกับคุณ ผลิตภัณฑ์บางตัวของเรา และทรัพยากรบนเว็บของบุคคลภายนอก เพื่อแสดงโฆษณา ตัวอย่างเช่น:

  • Microsoft อาจใช้ข้อมูลของคุณในการเลือกและแสดงโฆษณาบางตัวที่คุณเห็นบนทรัพยากรบนเว็บของ Microsoft เช่น Microsoft.com, MSN และ Bing
  • เมื่อมีการเปิดใช้งานรหัสโฆษณาใน Windows 10 โดยเป็นส่วนของการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ แอป Microsoft สามารถเข้าถึงและใช้รหัสโฆษณาได้ (ในทำนองเดียวกับที่เว็บไซต์สามารถเข้าถึงและใช้ตัวระบุไม่ซ้ำกันที่จัดเก็บในคุกกี้) เพื่อเลือกและแสดงโฆษณาในแอปดังกล่าว
  • เราอาจแบ่งปันข้อมูลที่เรารวบรวมให้แก่บุคคลภายนอก เช่น Oath, AppNexus หรือ Facebook (ดูด้านล่าง) เพื่อให้พวกเขาสามารถเลือกและแสดงโฆษณาบางตัวที่คุณมองเห็นในผลิตภัณฑ์ของเรา ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเหล่านั้น หรือไซต์และแอปอื่นๆ ที่ให้บริการโดยบริษัทคู่ค้าเหล่านี้
  • ผู้ลงโฆษณาอาจเลือกที่จะวาง เว็บบีคอน ของเราลงบนไซต์ของตน เพื่อให้ Microsoft สามารถรวบรวมข้อมูลบนไซต์ของตนได้ เช่น กิจกรรม การซื้อและการเยี่ยมชม โดยเราใช้ข้อมูลดังกล่าวในนามของลูกค้าผู้ลงโฆษณาของเรา เพื่อช่วยในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ เรายังแบ่งปันข้อมูลโดยตรงกับผู้ให้บริการต่างๆ อาทิ Oath, AppNexus หรือ Facebook เพื่ออนุญาตให้พวกเขาให้บริการในนามของเรา หรือเพื่อร่วมมือกับเราในการเลือกและแสดงโฆษณาสำหรับคู่ค้าการโฆษณาของเรา

โฆษณาที่คุณเห็นอาจถูกเลือกตามข้อมูลที่เราประมวลผลเกี่ยวกับคุณ เช่น ความสนใจและสิ่งที่คุณโปรดปราน ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ รายการธุรกรรมของคุณ ลักษณะที่คุณใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา คำสืบค้นของคุณ หรือเนื้อหาที่คุณดู ตัวอย่างเช่น หากคุณดูเนื้อหาบน MSN เกี่ยวกับยานยนต์ เราอาจแสดงโฆษณาเกี่ยวกับรถยนต์ หากคุณค้นหา “ร้านขายพิซซ่าในซีแอตเทิล” ใน Bing คุณอาจเห็นโฆษณาในผลการค้นหาของคุณสำหรับร้านอาหารในซีแอตเทิล

โฆษณาที่คุณเห็นอาจถูกเลือกตามข้อมูลอื่นๆ ที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคุณเป็นเวลานาน โดยใช้ข้อมูลประชากร ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง คำสืบค้น ความสนใจและสิ่งที่โปรดปราน ข้อมูลการใช้งานจากผลิตภัณฑ์และไซต์ของเรา ตลอดจนไซต์และแอปของผู้ลงโฆษณาและบริษัทคู่ค้าของเรา เราเรียกโฆษณาเหล่านี้ว่า "โฆษณาตามความสนใจ" ในคำชี้แจงนี้ ตัวอย่างเช่น หากคุณดูเนื้อหาเกมบน xbox.com คุณอาจมองเห็นข้อเสนอสำหรับเกมบน MSN เรารวมคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณโดยใช้ข้อมูลที่เรารวบรวม (อย่างเช่นที่อยู่ IP) เมื่อเบราว์เซอร์โต้ตอบกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อออกโฆษณาที่อิงตามความสนใจ หากคุณเลิกรับโฆษณาตามความสนใจที่ได้รับ จะไม่มีการใช้ข้อมูลที่เชื่อมโยงกับคุกกี้เหล่านี้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาของเรารวมถึง:

  • วิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดและพันธะผูกพันของอุตสาหกรรมโฆษณา. Microsoft เป็นสมาชิกของ Network Advertising Initiative (NAI) และยึดถือแนวทางปฏิบัติของ NAI นอกจากนี้ เรายังปฏิบัติตามโครงการกำกับดูแลตนเองต่อไปนี้อีกด้วย:
  • การกำหนดเป้าหมายโฆษณาที่เกี่ยวกับสุขภาพ. ในสหรัฐอเมริกา เรามีการโฆษณาที่อิงตามความสนใจโดยยึดตามประเภทของความสนใจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่ไม่ละเอียดอ่อนและที่เป็นมาตรฐานจำนวนจำกัด ซึ่งรวมถึงภูมิแพ้ ข้ออักเสบ คอเลสเตอรอล ไข้หวัด เบาหวาน สุขภาพของกระเพาะอาหารและลำไส้ ปวดศีรษะ / ไมเกรน การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หัวใจที่สมบูรณ์แข็งแรง สุขภาพของผู้ชาย สุขภาพในช่องปาก กระดูกพรุน สุขภาพผิว การนอนหลับ และการดูแลสายตา / การมองเห็น เรายังพุ่งเป้าโฆษณาโดยยึดตามขนบธรรมเนียม ประเภทของความสนใจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่ไม่ละเอียดอ่อน ตามที่ผู้โฆษณาขอ
  • เด็กและการโฆษณา. เราจะไม่แสดงโฆษณาที่อิงตามความสนใจแก่เด็ก ซึ่งวันเกิดในบัญชี Microsoft บ่งชี้ว่ามีอายุน้อยกว่า 13 ปี
  • การจัดเก็บข้อมูล. สำหรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจ เราจะจัดเก็บข้อมูลไว้ไม่เกิน 13 เดือน เว้นแต่ว่าเราจะได้รับความยินยอมจากคุณให้จัดเก็บข้อมูลได้นานกว่านั้น
  • การแบ่งปันข้อมูล. ในบางกรณี เราแบ่งปันรายงานเกี่ยวกับข้อมูลที่เรารวบรวมจากไซต์หรือโฆษณาของผู่ลงโฆษณาให้กับผู้ลงโฆษณา
  • ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยบริษัทอื่นๆ. บางครั้งผู้โฆษณาก็รวม เว็บบีคอน ของตนเอง (หรือของคู่ค้าโฆษณารายอื่นๆ ของตน) ไว้ในโฆษณาที่เราแสดงเพื่อให้สามารถกำหนดการอ่าน คุกกี้ ของตนเองได้ นอกจากนี้ Microsoft ยังเป็นคู่ค้ากับบริษัทโฆษณาภายนอก เพื่อให้บริการที่ระบุสำหรับโฆษณาของเรา และเรายังอนุญาตให้บริษัทโฆษณาภายนอกอื่นๆ แสดงโฆษณาบนไซต์ของเราได้ด้วย บริษัทภายนอกเหล่านี้อาจวางคุกกี้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ และเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณในเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทเหล่านี้รวมถึง แต่ไม่จำกัดแค่เพียง: A9, Oath, AppNexus, Criteo, Facebook, MediaMath, nugg.adAG, Rocket Fuel, Yahoo!. คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติของบริษัทแต่ละแห่ง ซึ่งรวมถึงตัวเลือกที่บริษัทเสนอให้ โดยคลิกที่ชื่อบริษัทด้านบนนี้ บริษัทหลายแห่งเป็นสมาชิกของ NAI หรือ DAA ซึ่งแต่ละแห่งมีวิธีที่เรียบง่ายในการปฏิเสธการเข้าร่วมเป็นกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาจากบริษัทที่เข้าร่วม
เหตุผลที่เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลเหตุผลที่เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลmainreasonswesharepersonaldatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

เราแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยความยินยอมของคุณหรือตามที่จำเป็น เพื่อทำธุรกรรมใดๆ ให้แล้วเสร็จ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่คุณร้องขอหรืออนุญาต ตัวอย่างเช่น เราแชร์ข้อมูลของคุณกับบุคคลที่สามเมื่อคุณบอกให้เราดำเนินการเช่นนั้น เช่น เมื่อคุณส่งอีเมลให้กับเพื่อน แชร์ภาพและเอกสารใน OneDrive หรือเชื่อมโยงบัญชีเข้ากับบริการอื่น เมื่อคุณให้ข้อมูลการชำระเงินเพื่อทำการซื้อ เราจะแชร์ข้อมูลการชำระเงินให้กับธนาคารและหน่วยงานอื่นๆ ที่ดำเนินการธุรกรรมการชำระเงิน หรือบริการการเงินอื่นๆ และเพื่อการป้องกันการฉ้อโกงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต

นอกจากนี้ เรายังแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทในเครือและบริษัทสาขาที่ Microsoft ควบคุมอีกด้วย และเรายังแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้จำหน่ายหรือตัวแทนที่ทำงานในนามของเราเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่อธิบายไว้ในคำชี้แจงนี้ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่เราจ้างมาเพื่อให้การสนับสนุนบริการลูกค้าหรือช่วยปกป้องและรักษาความปลอดภัยให้บริการและระบบของเรานั้นอาจจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้การทำงานดังกล่าว ในกรณีดังกล่าว บริษัทเหล่านี้จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของข้อมูลของเรา และไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่พวกเขาได้รับจากเราไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด เรายังอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกรรมขององค์กร เช่น การควบรวมกิจการหรือการจำหน่ายสินทรัพย์

และประการสุดท้าย เราจะเข้าถึง โอนถ่าย เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเนื้อหาของคุณ (เช่น เนื้อหาของอีเมลของคุณใน Outlook.com หรือไฟล์ในโฟลเดอร์ส่วนบุคคลบน OneDrive) เมื่อเรามีความเชื่อโดยสุจริตว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นในกรณีดังต่อไปนี้:

  1. เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือตอบสนองต่อกระบวนการทางกฎหมายที่ถูกต้อง รวมทั้งจากการบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ
  2. เพื่อคุ้มครองลูกค้าของเรา เช่นเพื่อป้องกันสแปม หรือเพื่อความพยายามต่อต้านการฉ้อฉลให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา หรือเพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตหรือการบาดเจ็บสาหัสของผู้ใด
  3. เพื่อดำเนินการและรักษาความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเรา รวมถึงป้องกันหรือหยุดยั้งการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายของเรา หรือ
  4. ป้องกันสิทธิ์หรือคุณสมบัติของ Microsoft รวมถึงบังคับใช้ข้อกำหนดที่ควบคุมการใช้บริการ อย่างไรก็ตามหากเราได้รับข้อมูลที่ระบุว่ามีบางคนกำลังใช้บริการของเราเพื่อส่งข้อมูลทรัพย์สินลิขสิทธิ์ทางปัญหาหรือกายภาพของ Microsoft เราจะไม่ตรวจสอบเนื้อหาความเป็นส่วนตัวของลูกค้าเอง แต่เราอาจอ้างอิงเรื่องนี้ไปยังฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่เราเปิดเผยตามคำขอของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ โปรดดูรายงานความโปร่งใสของการบังคับใช้กฎหมายของเราได้ที่microsoft.com/about/corporatecitizenship/en-us/reporting/transparency

โปรดทราบว่าผลิตภัณฑ์บางส่วนของเราอาจมีลิงก์ไปยังผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นที่มีวิธีปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวแตกต่างจาก Microsoft ถ้าคุณให้ข้อมูลส่วนตัวกับผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ข้อมูลของคุณจะได้รับการควบคุมภายใต้คำประกาศความเป็นส่วนตัวของพวกเขา

วิธีเข้าถึงและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณวิธีเข้าถึงและควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณmainhowtoaccesscontrolyourdatamodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

คุณสามารถดู แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแบบออนไลน์ได้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Microsoft นอกจากนี้ คุณยังสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับคอลเลกชันของ Microsoft และการใช้งานข้อมูลของคุณได้อีกด้วย วิธีที่คุณสามารถเข้าถึงหรือควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนั้นจะขึ้นอยู่กับประเภทของผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ ตัวอย่างเช่น:

  • แดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft คุณสามารถดูและควบคุมข้อมูลกิจกรรมจากบริการของ Microsoft หลายๆ รายการบนแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft ที่: account.microsoft.com/privacy จากที่นี่ คุณสามารถดู และล้างข้อมูลการเรียกดู การค้นหา และตำแหน่งที่ตั้งที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Microsoft ของคุณ นอกจากนี้คุณสามารถจัดการข้อมูลในสมุดบันทึกของ Cortana และบริการ Microsoft Health ของคุณ
  • Volume Licensing Service Center (VLSC). ตั้งแต่ ที่นี่ คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลการให้สิทธิ์ของคุณทั้งหมดได้อย่างง่ายดายในตำแหน่งเดียว
  • บัญชี Microsoft. ถ้าคุณต้องการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลโปรไฟล์และข้อมูลการชำระเงินใน บัญชี Microsoft เปลี่ยนรหัสผ่าน เพิ่มข้อมูลความปลอดภัย หรือปิดบัญชีของคุณ คุณสามารถทำได้โดยไปที่ account.microsoft.com ในหน้านี้ คุณยังสามารถเข้าถึงการควบคุมสำหรับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Microsoft ได้อีกด้วย
  • Skype. ถ้าคุณต้องการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลโปรไฟล์และข้อมูลการชำระเงินในบัญชี Skype หรือเปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้บัญชีของคุณได้ที่ login.skype.com/login
  • Xbox. ถ้าคุณใช้งาน Xbox Live หรือ Xbox.com คุณสามารถดูหรือแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ รวมทั้งการเรียกเก็บเงินและข้อมูลบัญชี การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว การตั้งค่าความปลอดภัยออนไลน์และการแชร์ข้อมูล ด้วยการเข้าไปที่ Xbox ของฉัน จากเครื่อง Xbox หรือไปที่เว็บไซต์ Xbox.com
  • Microsoft Store. คุณสามารถเข้าถึงโปรไฟล์และบัญชี Microsoft Store ของคุณได้ โดยไปที่ www.microsoftstore.com/ และคลิก "ดูบัญชี" หรือ "ประวัติการสั่งซื้อ"
  • Microsoft.com. คุณสามารถเข้าถึงและอัปเดตโปรไฟล์ของคุณได้ใน microsoft.com โดยไปที่ Microsoft.com Profile Center
  • ถ้าคุณมีโปรไฟล์สาธารณะของ Microsoft Developer Network คุณสามารถเข้าถึงและแก้ไขได้ที่ connect.microsoft.com/profile.aspx

ถ้าคุณไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบางอย่างที่ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft เก็บรวบรวมผ่านลิงก์ด้านบนหรือผ่านทางบริการต่างๆ โดยตรง คุณสามารถติดต่อ Microsoft ได้เสมอ โดยใช้ เว็บฟอร์ม ของเรา เราจะตอบกลับคำขอเข้าถึงหรือลบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายใน 30 วัน

การกำหนดลักษณะการติดต่อสื่อสารของคุณ

คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการรับการติดต่อสื่อสารสำหรับการส่งเสริมการขายจาก Microsoft ทางอีเมล SMS จดหมาย และโทรศัพท์หรือไม่ ถ้าคุณได้รับข้อความอีเมลส่งเสริมการขายหรือข้อความ SMS จากเรา และไม่อยากได้รับอีกในอนาคต คุณสามารถทำได้ด้วยการทำตามขั้นตอนในข้อความนั้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการรับอีเมล โทรศัพท์ และไปรษณีย์ส่งเสริมการขายได้โดยการลงชื่อเข้าใช้งานด้วย บัญชี Microsoft ส่วนตัวของคุณ และดู สิทธิ์การเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง ซึ่งคุณสามารถอัปเดตข้อมูลการติดต่อ จัดการการกำหนดค่าการติดต่อจาก Microsoft ในวงกว้าง เลือกยกเว้นการสมัครใช้งานทางอีเมล และเลือกว่าจะแชร์ข้อมูลการติดต่อของคุณให้กับคู่ค้าของ Microsoft หรือไม่ ถ้าคุณไม่มีบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล คุณสามารถกำหนดลักษณะการติดต่อทางอีเมล Microsoft ได้ โดยใช้ เว็บฟอร์ม นี้ ตัวเลือกเหล่านี้จะไม่นำไปใช้กับบริการการติดต่อสื่อสารบังคับ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการของ Microsoft บางส่วน หรือเพื่อทำการสำรวจหรือการติดต่อสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลอื่นๆ ที่มีวิธีการยกเลิกการสมัครใช้งานอยู่แล้ว

ทางเลือกในการรับโฆษณาของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ได้ โดยไปที่ หน้าปฏิเสธการเข้าร่วม ของเรา เมื่อคุณเลือกที่จะปฏิเสธเข้าร่วม การเลือกของคุณจะเก็บไว้ใน คุกกี้ ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเว็บเบราว์เซอร์ที่คุณใช้อยู่ คุกกี้การปฏิเสธเข้าร่วมนี้จะหมดอายุในห้าปี ถ้าคุณลบคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณจะต้องดำเนินการปฏิเสธเข้าร่วมใหม่อีกครั้ง

คุณยังสามารถเชื่อมโยงตัวเลือกการปฏิเสธเข้าร่วมนี้เข้ากับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณได้ด้วย การเชื่อมโยงดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์ที่คุณใช้บัญชีนั้น และจะมีผลใช้งานไปจนกว่าจะมีใครลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลบัญชีอื่นในอุปกรณ์เครื่องนั้น ถ้าหากคุณลบคุกกี้ในอุปกรณ์ของคุณ คุณจะต้องลงชื่อเข้าใช้ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้การตั้งค่านี้มีผลใช้งานได้

สำหรับโฆษณาที่ปรากฏในแอปบน Windows คุณสามารถใช้ตัวเลือกการปฏิเสธเข้าร่วมที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ หรือปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจโดยการปิด รหัสโฆษณา ในการตั้งค่า Windows

เนื่องจากข้อมูลที่ใช้สำหรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจะถูกนำไปใช้สำหรับวัตถุประสงค์ที่จำเป็นอื่นๆ ด้วย (รวมทั้งผลิตภัณฑ์ของเรา การวิเคราะห์ และการตรวจสอบการฉ้อฉล) การปฏิเสธไม่รับโฆษณาที่อิงตามความสนใจไม่ได้เป็นการหยุดการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่ได้รับโฆษณาหรือเห็นโฆษณาน้อยลง อย่างไรก็ตาม หากคุณเลิกรับ โฆษณาที่คุณได้รับจะไม่เป็นไปตามความสนใจของคุณอีกต่อไป และอาจมีความเกี่ยวข้องกับความสนใจของคุณน้อยลง

คุณสามารถเลิกรับโฆษณาตามความสนใจจากบุคคลภายนอกที่ร่วมมือด้วยโดยไปที่ไซต์ของบริษัทดังกล่าว (ดูข้างต้น)

การควบคุมบนเบราว์เซอร์

  • การควบคุมคุกกี้. การควบคุมคุกกี้ที่ทำงานบนเบราว์เซอร์ที่เกี่ยวข้องได้อธิบายไว้ในส่วน คุกกี้ ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้
  • การป้องกันการติดตาม. Internet Explorer (เวอร์ชัน 9 ขึ้นไป) มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า การป้องกันการติดตาม ที่บล็อกเนื้อหาของบุคคลที่สาม รวมทั้งคุกกี้จากไซต์ใดๆ ที่ระบุอยู่ในรายการการป้องกันการติดตามที่คุณเพิ่มเข้าไป เมื่อจำกัดการเรียกไปยังไซต์เหล่านี้ เบราว์เซอร์ก็จะจำกัดข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณที่เว็บไซต์ของบริษัทภายนอกเหล่านี้สามารถรวบรวมได้
  • การควบคุมเบราว์เซอร์สำหรับ “ไม่ต้องติดตาม” เบราว์เซอร์บางตัวได้รวมเอาฟีเจอร์ “ไม่ต้องติดตาม” (DNT) ที่สามารถส่งสัญญาณไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมเอาไว้ เพื่อระบุว่าคุณไม่ต้องการให้มีการติดตาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการตีความสัญญาณ DNT บริการของ Microsoft จึงไม่ได้ตอบสนองใดๆ ต่อสัญญาณ DNT เราจะดำเนินการร่วมกันภายในวงการออนไลน์ต่อไปเพื่อกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการกับสัญญาณ DNT ในระหว่างนี้ คุณสามารถใช้เครื่องมืออื่นๆ อีกหลากหลายที่เราให้ไว้ เพื่อควบคุมการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูล รวมทั้งความสามารถในการปฏิเสธเข้าร่วมรับโฆษณาที่อิงตามความสนใจจาก Microsoft ตามที่ได้อธิบายไว้ด้านบน
คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันmaincookiessimilartechnologiesmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

Microsoft ใช้คุกกี้ (ไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่อยู่ในเครื่องของคุณ) และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อมอบเว็บไซต์และการบริการออนไลน์ของเรา และเพื่อช่วยเหลือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อความในคุกกี้ส่วนมากจะประกอบด้วยชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ระบุเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณโดยเฉพาะ แต่ก็อาจมีข้อมูลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน แอป Microsoft ใช้ตัวระบุเพิ่มเติม เช่น รหัสโฆษณา ใน Windows เพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน และเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของเราจำนวนมากก็มีเว็บบีคอนหรือเทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันได้ตามที่อธิบายไว้ด้านล่างนี้

วิธีการใช้งานคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

Microsoft ใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันสำหรับวัตถุประสงค์หลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์รวมทั้ง:

  • การจัดเก็บการกำหนดลักษณะและการตั้งค่าของคุณ. การตั้งค่าที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง หรือที่คงการกำหนดลักษณะของคุณไว้เมื่อเวลาผ่านไป อาจถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณใส่เมืองหรือรหัสไปรษณีย์ของคุณเพื่อรับข่าวท้องถิ่นหรือข้อมูลสภาพอากาศบนเว็บไซต์ของ Microsoft เราอาจเก็บข้อมูลนั้นในคุกกี้เพื่อให้คุณเห็นข้อมูลท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเมื่อคุณกลับไปยังไซต์นั้น เรายังบันทึกการกำหนดลักษณะด้วย เช่น ภาษา เบราว์เซอร์ และการตั้งค่าผู้เล่นมัลติมีเดีย เพื่อไม่ให้้องรีเซ็ตรายการเหล่านี้ทุกครั้งที่กลับไปที่ไซต์ หากคุณเลิกรับโฆษณาตามความสนใจ เราจะจัดเก็บความต้องการที่จะเลิกรับของคุณไว้ในคุกกี้ในเครื่องของคุณ
  • การลงชื่อเข้าใช้งานและการรับรองความถูกต้อง. เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้เว็บไซต์ โดยใช้ บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ เราจะจัดเก็บหมายเลข ID ที่ไม่ซ้ำกัน และเวลาที่คุณลงชื่อเข้าใช้ไว้ในคุกกี้ที่เข้ารหัสในอุปกรณ์ของคุณ คุกกี้นี้จะยินยอมให้คุณย้ายจากเพจหนึ่งไปยังอีกเพจหนึ่งได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการลงชื่อเข้าระบบอีกในแต่ละเพจ คุณยังสามารถบันทึกข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ของคุณได้ เพื่อให้คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ทุกครั้งที่คุณกลับมาที่ไซต์
  • ความปลอดภัย. เราใช้คุกกี้ในการตรวจหาการโกงและการใช้เว็บไซต์และบริการของเราในทางมิชอบ
  • การจัดเก็บข้อมูลที่คุณให้มาลงในเว็บไซต์. เมื่อคุณให้ข้อมูลแก่เรา หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ในรถเข็นสินค้าในขณะซื้อของบนเว็บไซต์ของ Microsoft เราจะจัดเก็บข้อมูลในคุกกี้เพื่อจำว่าคุณได้เพิ่มผลิตภัณฑ์และข้อมูลใดลงไป
  • สื่อสังคมออนไลน์. เว็บไซต์ของเราบางตัวมีคุกกี้สื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งส่วนที่ทำให้ผู้ใช้ที่เข้าระบบสื่อสังคมออนไลน์สามารถแบ่งปันเนื้อหาผ่านบริการนั้นได้
  • คำติชม. Microsoft ใช้คุกกี้เพื่อแสดงคำติชมบนเว็บไซต์
  • โฆษณาตามความสนใจ. Microsoft ใช้คุกกี้เพื่อเก็บรวบรวมกิจกรรมออนไลน์ของคุณ และระบุความสนใจของคุณเพื่อให้เราสามารถนำเสนอโฆษณาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด คุณสามารถเลิกรับโฆษณาตามความสนใจจาก Microsoft ตามที่ได้อธิบายไว้ในหัวข้อ การเข้าถึงและการควบคุม ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้
  • การแสดงโฆษณา. Microsoft ใช้คุกกี้เพื่อบันทึกจำนวนผู้เยี่ยมชมที่คลิกบนโฆษณา และบันทึกว่าคุณได้ชมโฆษณาชิ้นใดไปแล้วเพื่อไม่ให้คุณต้องชมโฆษณาชิ้นเดิมซ้ำซาก
  • การวิเคราะห์. เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเรา เราใช้คุกกี้และตัวระบุอื่นๆ ในการรวบรวมข้อมูลการใช้งานและประสิทธิภาพการทำงาน ตัวอย่างเช่น เราใช้คุกกี้เพื่อนับจำนวนของผู้เข้าชมเฉพาะที่เข้ามายังหน้าเว็บหรือบริการ และเพื่อพัฒนาสถิติด้านอื่นๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติการของผลิตภัณฑ์ของเรา รวมถึงคุกกี้จาก Microsoft และผู้ให้บริการการวิเคราะห์จากบุคคลภายนอก
  • ประสิทธิภาพ. Microsoft ใช้คุกกี้เพื่อทำการโหลดบาลานซ์เพื่อให้เว็บไซต์ยังคงทำงานได้

คุกกี้บางส่วนที่เราใช้บ่อยๆ แสดงอยู่ด้านล่างนี้ รายการนี้ยังไม่ครบถ้วน หากแต่มีเจตนาเพื่อแสดงเหตุผลหลักที่เราตั้งค่าคุกกี้โดยทั่วไป ถ้าคุณเข้าเยี่ยมชมหนึ่งในเว็บไซต์ของเรา ไซต์อาจตั้งค่าคุกกี้บางส่วนหรือทั้งหมดดังต่อไปนี้:

  • MUID - ระบุเบราว์เซอร์เฉพาะของเว็บที่เยี่ยมชมไซต์ Microsoft โดยจะถูกใช้เพื่อการโฆษณา การวิเคราะห์เว็บไซต์และวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติงานอื่นๆ
  • ANON - ประกอบด้วย ANID ซึ่งเป็นตัวระบุเฉพาะที่ได้รับจากบัญชี Microsoft ของคุณ โดยจะถูกใช้เพื่อการโฆษณา การตั้งค่าส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังใช้เพื่อเก็บรักษาข้อมูลที่คุณเลือกปฏิเสธการรับโฆษณาที่ยึดตามความสนใจจาก Microsoft เมื่อคุณเลือกปฏิเสธการรับโฆษณาด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ
  • CC - ประกอบด้วยรหัสประเทศตามที่กำหนดจากที่อยู่ IP ของคุณ
  • PPAuth, MSPAuth, MSNRPSAuth, KievRPSAuth - ช่วยรับรองความถูกต้องให้คุณเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ
  • NAP - ประกอบด้วยข้อมูลเข้ารหัสที่ประกอบด้วยข้อมูลประเทศ รหัสไปรษณีย์ อายุ เพศ ภาษาและอาชีพของคุณ หากข้อมูลนั้นเป็นที่ทราบอยู่แล้ว โดยขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของบัญชี Microsoft ของคุณ
  • MH - จะปรากฏขึ้นในเว็บไซต์ของแบรนด์ร่วมบริการ ที่ Microsoft เป็นคู่ค้ากับผู้โฆษณา คุกกี้นี้จะกำหนดผู้โฆษณา เพื่อให้สามารถเลือกโฆษณาที่เหมาะสม
  • MR - ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์
  • TOptOut - บันทึกการตัดสินใจของคุณที่จะไม่รับโฆษณาตามความสนใจที่ Microsoft นำเสนอ

นอกจากคุกกี้ที่ Microsoft ตั้งค่าไว้เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราแล้ว ผู้อื่นก็อาจตั้งค่าคุกกี้บางอย่างไว้เมื่อคุณเยี่ยมชมไซต์ Microsoft เช่นกัน ในบางกรณี เนื่องจากเราได้ว่าจ้างให้บุคคลที่สามเพื่อให้บริการบางอย่างในฐานะตัวแทนของเรา เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์ ในกรณีอื่นๆ เนื่องจากเว็บไซต์ของเราประกอบด้วยเนื้อหาหรือโฆษณาจากบุคคลที่สาม เช่น ภาพวีดีโอ ข่าวหรือโฆษณาที่ส่งมาจากเครือข่ายสื่อโฆษณาอื่นๆ เนื่องจากเบราว์เซอร์ของคุณเชื่อมต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์บุคคลที่สามเพื่อรับเนื้อหา บุคคลที่สามเหล่านั้นสามารถตั้งค่าหรืออ่านคุกกี้ของตนไว้ในเครื่องของคุณ และอาจเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณภายในเว็บไซต์หรือบริการออนไลน์

วิธีควบคุมคุกกี้

เว็บเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่ยอมรับคุกกี้โดยอัตโนมัติแต่จะให้การควบคุมที่อนุญาตให้คุณปิดกั้นหรือลบคุกกี้เหล่านั้นได้ ตัวอย่างเช่น ใน Microsoft Edge คุณสามารถบล็อกหรือลบคุกกี้ได้ โดยการคลิก การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > คุกกี้ คำแนะนำสำหรับการบล็อกหรือลบคุกกี้ในเบราว์เซอร์อื่นๆ อาจมีอยู่ในเอกสารความเป็นส่วนตัวหรือวิธีใช้ของเบราว์เซอร์นั้นๆ

ฟีเจอร์บางอย่างของผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ขึ้นอยู่กับคุกกี้ พึงตระหนักว่าถ้าหากคุณเลือกปิดกั้นคุกกี้ คุณอาจไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้หรือใช้ฟีเจอร์เหล่านั้นได้ และการกำหนดลักษณะที่ขึ้นอยู่กับคุกกี้นั้นอาจหายไป หากคุณเลือกลบคุกกี้ การตั้งค่าและการกำหนดลักษณะที่ควบคุมโดยคุกกี้เหล่านี้ รวมทั้งการกำหนดลักษณะโฆษณาจะถูกลบและอาจจำเป็นต้องได้รับการสร้างขึ้นใหม่

การควบคุมความเป็นส่วนตัวเพิ่มเติมที่สามารถมีผลกระทบต่อคุกกี้ รวมทั้งฟีเจอร์การป้องกันการติดตามของ Microsoft ได้อธิบายไว้ในส่วน การเข้าถึงและการควบคุม ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

การใช้งานเว็บบีคอนและบริการการวิเคราะห์ของเรา

เว็บเพจของ Microsoft อาจประกอบด้วยภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกกันว่าเว็บบีคอน (หรือที่เรียกว่า GIF แบบพิกเซลเดียว) ซึ่งเราใช้เพื่อช่วยส่งคุกกี้ไปยังเว็บไซต์ของเรา นับจำนวนผู้ใช้ที่เข้าชมเว็บไซต์เหล่านั้น และนำส่งผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ร่วมได้ เรายังรวมเว็บบีคอนไว้ในอีเมลข้อความส่งเสริมการขายหรือจดหมายข่าวของเราอีกด้วย เพื่อกำหนดว่าคุณเปิดและดำเนินการกับข้อความเหล่านั้นหรือไม่

นอกเหนือจากการวางเว็บบีคอนไว้บนเว็บไซต์ของเราเองแล้ว บางครั้งเรายังทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ เพื่อวางเว็บบีคอนของเราบนเว็บไซต์หรือในโฆษณาของพวกเขา ซึ่งช่วยให้เราพัฒนาสถิติว่าต้องคลิกบนโฆษณาในเว็บไซต์ของ Microsoft บ่อยแค่ไหน จึงมีผลกับการซื้อหรือการดำเนินการอื่นๆ บนเว็บไซต์ของผู้โฆษณา

ท้ายที่สุด ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft มักจะประกอบด้วยเว็บบีคอนหรือเทคโนโลยีที่คล้ายๆ กันจากผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์รายอื่น ซึ่งช่วยให้เรารวมสถิติที่แท้จริงเกี่ยวกับประสิทธิภาพในแคมเปญส่งเสริมการขายของเราหรือการปฏิบัติการอื่นๆ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์สามารถตั้งค่าและอ่านคุกกี้หรือตัวระบุอื่นๆ ของตัวเองบนอุปกรณ์ของคุณได้ ซึ่งพวกเขาสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณทั่วทั้งแอปพลิเคชัน เว็บไซต์หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม เราห้ามมิให้ผู้ให้บริการทางการวิเคราะห์ใช้เว็บบีคอนในเว็บไซต์ของเราเพื่อเก็บรวบรวมหรือเข้าถึงข้อมูลที่สามารถระบุโดยตรงว่าคุณเป็นใคร (เช่น ชื่อหรืออีเมลแอดเดรสของคุณ) คุณสามารถเอาการรวบรวมหรือการใช้งานข้อมูลตามผู้ให้บริการวิเคราะห์บางรายเหล่านี้ออกไปได้ โดยคลิกลิงก์ต่อไปนี้:

เทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกัน

นอกเหนือจากคุกกี้และเว็บบีคอนมาตรฐานแล้ว ผลิตภัณฑ์ของเรายังสามารถใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ที่คล้ายกันในการจัดเก็บและอ่านไฟล์ข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งโดยปกติแล้วทำไว้เพื่อรักษาการกำหนดคุณลักษณะของคุณหรือเพื่อปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพการทำงานด้วยการจัดเก็บไฟล์บางไฟล์ลงในเครื่อง แต่ก็เหมือนกับคุกกี้มาตรฐานทั่วไป สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเก็บตัวระบุเฉพาะสำหรับคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งสามารถใช้เพื่อติดตามพฤติกรรมได้ เทคโนโลยีเหล่านี้รวมถึง Local Shared Objects (หรือ "คุกกี้ของ Flash") และ Silverlight Application Storage

Local Shared Objects หรือ "Flash cookies" เว็บไซต์ที่ใช้เทคโนโลยี Adobe Flash สามารถใช้ Local Shared Objects หรือ "Flash cookies" เพื่อเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของคุณ เมื่อต้องการจัดการหรือบล็อกคุกกี้ Flash ให้ไปที่ www.macromedia.com/support/documentation/en/flashplayer/help/settings_manager.html

พื้นที่เก็บข้อมูลของแอปพลิเคชัน Silverlight เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันที่ใช้งานเทคโนโลยี Microsoft Silverlight ยังมีความสามารถที่จะจัดเก็บข้อมูลด้วยการใช้ Silverlight Application Storage เพื่อเรียนรู้วิธีจัดการหรือบล็อกที่เก็บข้อมูลดังกล่าว โปรดดูหัวข้อ Silverlight ของคำชี้แจงนี้

คำชี้แจงผู้ใช้คำชี้แจงผู้ใช้mainnoticetoendusersmodule
บทสรุป
บัญชี Microsoftบัญชี Microsoftmainmicrosoftaccountmodule
บทสรุป
เอกสารฉบับเต็ม

คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของ Microsoft รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากคู่ค้าของ Microsoft บางรายได้ด้วยบัญชี Microsoft เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft ของคุณเอง เราจะเรียกบัญชีดังกล่าวนั้นว่าเป็นบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Microsoft Azure Active Directory (AAD) ด้วยอีเมลแอดเดรสได้จากนายจ้างหรือโรงเรียน เราจะเรียกบัญชีดังกล่าวว่าเป็นบัญชีสำหรับที่ทำงานหรือโรงเรียน

การสร้างและการใช้งานบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ. เมื่อคุณสร้างบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล คุณจะถูกขอข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่าง และเราจะกำหนดหมายเลขรหัสที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อระบุบัญชีและข้อมูลที่เกี่ยวข้องของคุณ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการชำระเงินจะต้องการชื่อจริง แต่คุณสามารถลงชื่อเข้าใช้และใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างของ Microsoft ได้โดยไม่ต้องให้ชื่อจริงของคุณ เราอาจใช้ข้อมูลที่คุณให้บางรายการ เช่น ชื่อที่แสดง อีเมลแอดเดรสและหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ เพื่อช่วยให้ผู้อื่นสามารถค้นหาและเชื่อมต่อกับคุณภายในบริการของ Microsoft ได้ เช่น ถ้าบุคคลที่รู้ชื่อที่แสดง อีเมลแอดเดรส หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ จะสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อค้นหาคุณใน Skype และส่งคำเชิญให้คุณเพื่อเชื่อมต่อกับพวกเขาได้ โปรดทราบว่าถ้าคุณใช้อีเมลแอดเดรสสำหรับที่ทำงานหรือโรงเรียนเพื่อสร้างบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล และผู้จ้างหรือโรงเรียนที่ให้อีเมลแอดเดรสนั้นกับคุณ มีการจัดการบัญชีนั้นด้วย Azure Active Directory (AAD) คุณจำเป็นต้องอัปเดตอีเมลแอดเดรสนั้นให้เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณเพื่อรับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ Microsoft ที่ไม่ได้ใช้ AAD (เช่น Xbox Live) อย่างต่อเนื่อง

การลงชื่อเข้าใช้. เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft เราจะสร้างบันทึกการลงชื่อใช้งานของคุณ ซึ่งประกอบด้วยวันและเวลา ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลงชื่อใช้งาน ชื่อที่ลงชื่อใช้งาน หมายเลขเฉพาะที่กำหนดให้กับบัญชี ตัวระบุเฉพาะที่กำหนดให้กับอุปกรณ์ ที่อยู่ IP ตลอดจนเวอร์ชันระบบปฏิบัติการและเบราว์เซอร์ของคุณ

การลงชื่อเข้าใช้ Microsoft. การลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณสามารถเปิดใช้งานการตั้งค่าส่วนบุคคลที่ดีขึ้น ให้ประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอในผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ต่างๆ อนุญาตให้คุณเข้าถึง และใช้ที่จัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์ ช่วยให้คุณชำระเงินโดยใช้เครื่องมือในการชำระเงินที่เก็บอยู่ในบัญชี Microsoft ของคุณ และเปิดใช้งานคุณลักษณะและการตั้งค่าที่ได้รับการปรับปรุงอื่นๆ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณ คุณจะคงการลงชื่อเข้าใช้อยู่ในระบบจนกว่าคุณจะลงชื่อออก หากคุณเพิ่มบัญชี Microsoft ของคุณไปยังอุปกรณ์ Windows ของคุณ (เวอร์ชัน 8 ขึ้นไป) Windows จะลงชื่อเข้าใช้บริการต่างๆ ที่ใช้บัญชี Microsoft ที่คุณเข้าถึงบนอุปกรณ์นั้นให้กับคุณโดยอัตโนมัติ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์บางอย่างจะแสดงชื่อหรือชื่อผู้ใช้และรูปโปรไฟล์ของคุณ (ถ้าคุณได้เพิ่มรูปไว้ในโปรไฟล์ของคุณ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Microsoft รวมทั้งในการติดต่อสื่อสาร การโต้ตอบทางเครือข่ายสังคม และโพสต์สาธารณะของคุณ

การลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่น. หากคุณลงชื่อเข้าใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ คุณจะถูกขอให้ยินยอมที่จะแชร์ข้อมูลบัญชีที่บริการนั้นต้องการ นอกจากนี้ บริษัทอื่นจะได้รับหมายเลขรุ่นที่กำหนดให้กับบัญชีของคุณ (มีการกำหนดหมายเลขรุ่นใหม่ทุกครั้งที่คุณเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงชื่อเข้าใช้ของคุณ) และไม่ว่าบัญชีของคุณถูกปิดใช้งานหรือไม่ ถ้าคุณยินยอมให้แชร์ข้อมูลโปรไฟล์ของคุณ บริษัทอื่นอาจแสดงชื่อหรือนามสกุลและชื่อโปรไฟล์ของคุณ (ถ้าคุณเพิ่มรูปลงไปในโปรไฟล์ของคุณ) เมื่อคุณได้ลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าว หากคุณเลือกที่จะทำการชำระเงินกับผู้ขายของบริษัทอื่นโดยใช้บัญชี Microsoft ของคุณ Microsoft จะส่งข้อมูลที่เก็บไว้ในบัญชี Microsoft ของคุณที่จำเป็นต่อการดำเนินการชำระเงินไปยังบุคคลที่สาม และเพื่อดำเนินการคำสั่งซื้อของคุณ (เช่นชื่อ หมายเลขบัตรเครดิต ที่อยู่ในการเรียกเก็บเงิน และที่การจัดส่ง และข้อมูลที่ติดต่อที่เกี่ยวข้อง) บริษัทภายนอกสามารถใช้ หรือแชร์ข้อมูลที่ได้รับเมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ หรือทำการซื้อตามแนวทางปฏิบัติและนโยบายของตนเอง คุณควรตรวจสอบคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ และผู้ค้าแต่ละรายที่คุณซื้อสินค้าอย่างถี่ถ้วน เพื่อจะได้ทราบว่าบริการดังกล่าวจะนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไปใช้อย่างไรบ้าง

บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลที่ได้รับจากบุคคลที่สาม. ถ้าคุณได้รับบัญชี Microsoft ของคุณจากบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัทนั้นอาจมีสิทธิ์เหนือบัญชีของคุณ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงหรือลบบัญชี Microsoft ของคุณด้วย คุณควรตรวจสอบข้อกำหนดเพิ่มเติมใดๆ ที่บุคคลที่สามให้คุณไว้อย่างรอบคอบ เพื่อทำความเข้าใจว่าบุคคลที่สามนั้นสามารถทำอะไรกับบัญชี Microsoft ของคุณได้บ้าง

การเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลเข้ากับบัญชีโซเซียลเน็ตเวิร์กของคุณ. คุณอาจเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณกับบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณ เช่น Facebook, Twitter หรือ LinkedIn เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลจากเครือข่ายสังคมเหล่านั้นได้จากภายในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ถ้าคุณเลือกที่จะทำเช่นนั้น เราจะจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณไว้บนเซิร์ฟเวอร์ของเรา เพื่อที่เราจะได้สามารถแสดงข้อมูลที่อัปเดตจากบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณได้ คุณสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อบัญชีเครือข่ายสังคมจากบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณได้ตลอดเวลาที่ profile.live.com/services

การใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน. ถ้านายจ้างหรือโรงเรียนของคุณใช้ Azure Active Directory (AAD) ในการออกและจัดการบัญชีที่มอบให้คุณ คุณสามารถใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียนของคุณเพื่อลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ที่ใช้ AAD (เช่น Office 365 หรือ Skype for Busniess) ได้ ถ้าองค์กรของคุณกำหนดไว้ คุณอาจต้องให้หมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลแอดเดรสสำรองรองไว้สำหรับการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ในผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ด้วยบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน เจ้าของโดเมนของอีเมลแอดเดรสของคุณอาจควบคุมและดูแลระบบบัญชีของคุณ และเข้าถึงและประมวลผลข้อมูลของคุณ รวมถึงเนื้อหาของการติดต่อสื่อสารและไฟล์ต่างๆ ของคุณได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณอาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่ระบุในนโยบายขององค์กรของคุณ (ถ้ามี) Microsoft จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับนโยบายหรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลหรือการป้องกันความปลอดภัยที่อาจแตกต่างจากนโยบายหรือวิธีปฏิบัติของ Microsoft ถ้าองค์กรของคุณดูแลการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ของคุณ กรุณาส่งคำถามเกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคลไปที่ผู้ดูแลระบบของคุณโดยตรง โปรดดูเพิ่มเติมที่ คำชี้แจงผู้ใช้

ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญอื่นๆmainotherimportantprivacyinformationmodule
บทสรุป

ด้านล่างนี้คุณจะพบข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมที่คุณอาจพบว่ามีความสำคัญ นอกจากนี้ คุณยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธกิจของ Microsoft ในการป้องกันความเป็นส่วนตัวของคุณได้ที่ privacy.microsoft.com

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลmainsecurityofpersonaldatamodule
บทสรุป

Microsoft ยึดมั่นในการปกป้องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราใช้เทคโนโลยีและกระบวนการการรักษาความปลอดภัยที่หลากหลายเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจากการเข้าถึง การใช้งานหรือการเปิดเผยที่ไม่ได้รับอนุญาต ตัวอย่างเช่น เราเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการเข้าถึงที่จำกัด และอยู่ในสถานที่ที่มีการควบคุม เมื่อเราส่งข้อมูลที่เป็นความลับสูง (เช่น หมายเลขบัตรเครดิตหรือรหัสผ่าน) ผ่านทางอินเทอร์เน็ต เราจะป้องกันข้อมูลผ่านทางการเข้ารหัส

เราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใดเราจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ใดmainwherewestoreandprocessdatamodule
บทสรุป

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ Microsoft เก็บรวบรวมอาจถูกจัดเก็บและดำเนินการในภูมิภาคของคุณ สหรัฐอเมริกา หรือประเทศอื่นใดที่ Microsoft หรือบริษัทในเครือ บริษัทสาขาหรือบริษัทผู้ให้บริการในการดูแลรักษาดำเนินการอยู่ Microsoft ยังคงดูแลรักษาศูนย์ข้อมูลในประเทศออสเตรเลีย ออสเตรีย บราซิล แคนาดา ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮ่องกง อินเดีย ไอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยทั่วไป ตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บข้อมูลหลักอยู่ในภูมิภาคของลูกค้า หรือในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมักจะมีการสำรองข้อมูลไปยังศูนย์ข้อมูลในภูมิภาคอื่น ระบบเลือกตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บข้อมูลเพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างเนื้อหาซ้ำซ้อนสำหรับปกป้องข้อมูลในกรณีสัญญาณขาดหายหรือปัญหาอื่นๆ เราใช้ขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมภายใต้คำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จะได้รับการดำเนินการตามการจัดเตรียมของคำชี้แจงนี้และข้อกำหนดของกฎหมายที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นที่ใดก็ตามที่ข้อมูลตั้งอยู่

เมื่อเราถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลจากเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ไปยังประเทศอื่นๆ ข้อมูลบางอย่างไม่มีการกำหนดโดยคณะกรรมาธิการยุโรปให้มีระดับการป้องกันข้อมูลที่เหมาะสม เมื่อเราดำเนินการ เราใช้กลไลทางกฎหมายที่หลากหลาย รวมถึงสัญญาต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณได้รับสิทธิ์และการป้องกัน

Microsoft Corporation มีความสอดคล้องกับกรอบเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาและกรอบเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกาซึ่งได้รับการกำหนดโดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการโอนย้ายจากสหภาพยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ไปยังสหรัฐอเมริกา Microsoft Corporation ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องการปฏิบัติตามหลักของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว หากตัวแทนบริษัทภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนตัวในนามของเราโดยไม่สอดคล้องกับหลักการของกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว เราจะยังคงรับผิดจนกว่าเราจะพิสูจน์ได้ว่าเราไม่ต้องรับผิดชอบกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นๆ นอกจากนี้ บริษัทสาขาที่อยู่ในความควบคุมในสหรัฐอเมริกาของ Microsoft Corporation ตามที่ระบุในการยื่นเรื่องรับรองตนเองและตามที่แสดงรายการ ที่นี่ ยังปฏิบัติตามกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว

ถ้ามีข้อขัดแย้งระหว่างคำในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้และหลักของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว หลักของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวนี้จะเป็นตัวกำหนด เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรมเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว และตรวจดูใบรับรองของเรา โปรดเยี่ยมชม www.privacyshield.gov

หากคุณมีคำถามหรือคำร้องเรียนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Microsoft ในเรื่องเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา เราสนับสนุนให้คุณติดต่อเราผ่านเว็บฟอร์ม เว็บฟอร์ม สำหรับคำร้องเรียนใดก็ตามเกี่ยวกับกรอบการทำงานของเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัวที่ไม่สามารถแก้ไขกับ Microsoft ได้โดยตรง เราเลือกที่จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือพาเนลที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขข้อโต้แย้ง โปรดติดต่อเราเพื่อติดต่อกับผู้ติดต่อ DPA ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ตามที่ได้อธิบายเพิ่มเติมในหลักการเกราะป้องกันความเป็นส่วนตัว ตัวเลือกการตัดสินชี้ขาดที่มีผลผูกพันจะมีให้คุณพร้อมใช้งานเพื่อส่งคำร้องเรียนเพิ่มเติมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขใดๆ เลย Microsoft อยู่ภายใต้อำนาจการสืบสวนและบังคับใช้ของคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) ของสหรัฐอเมริกา

การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเราการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเราmainOurretentionofpersonaldatamodule
บทสรุป

Microsoft เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้นานเท่าที่จำเป็นเพื่อใหผลิตภัณฑ์และดำเนินการตามธุรกรรมที่คุณร้องขอ หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่สำคัญอื่นๆ เช่น ทำตามภาระผูกพันทางกฎหมายของเรา แก้ปัญหาข้อโต้แย้ง และบังคับใช้ข้อตกลงของเรา เนื่องจากความต้องการเหล่านี้อาจแตกต่างกันตามประเภทข้อมูลต่างๆ ในบริบทของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่แท้จริงอาจแตกต่างกันอย่างมาก เงื่อนไขที่ใช้เพื่อกำหนดระยะเวลาการเก็บข้อมูลมีดังนี้:

  • ระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลจำเป็นต้องใช้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ และดำเนินธุรกิจของเรานานเพียงใด ซึ่งรวมถึงสิ่งต่างๆ อย่างการบำรุงรักษา และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์เหล่านั้น การรักษาความปลอดภัยระบบของเรา และการรักษาธุรกิจและบันทึกข้อมูลการเงินที่เหมาะสม นี่คือกฎทั่วไปที่สร้างพื้นฐานสำหรับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนใหญ่
  • ลูกค้าได้ให้ สร้าง หรือรักษาข้อมูลด้วยความคาดหวังว่าเราจะเก็บรักษาข้อมูลไว้จนกว่าพวกเขายืนยันให้ลบออกหรือไม่ ตัวอย่างเช่นเอกสารที่คุณเก็บไว้ใน OneDrive หรือข้อความอีเมลที่คุณเก็บไว้ในกล่องขาเข้าของ Outlook.com ของคุณ ในกรณีดังกล่าว เรารักษาข้อมูลจนกว่าคุณจะต้องการลบ เช่น โดยการย้ายอีเมลจากกล่องขาเข้าของ Outlook.com ของคุณไปยังโฟลเดอร์ รายการที่ถูกลบแล้ว จากนั้นล้างโฟลเดอร์นั้น (เมื่อล้างโฟลเดอร์รายการที่ถูกลบแล้วของคุณ รายการที่ถูกลบไปแล้วเหล่านั้นจะยังคงอยู่ในระบบของเราเป็นเวลาถึง 30 วัน ก่อนที่จะถูกลบในขั้นสุดท้าย)
  • มีตัวควบคุมอัตโนมัติ เช่นในแดชบอร์ดความเป็นส่วนตัวของ Microsoft ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง และลบข้อมูลส่วนบุคคลได้ตลอดเวลาหรือไม่ หากไม่มี โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่สั้นลง
  • มีข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความสำคัญหรือไม่ หากมี โดยทั่วไปเหมาะที่จะใช้ระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่สั้นลง
  • Microsoft ได้นำ และประกาศระยะเวลาเก็บข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงสำหรับข้อมูลบางประเภทหรือไม่ ตัวอย่างเช่น สำหรับคิวรีการค้นหาบน Bing เราลบเอกลักษณ์คำสืบค้นต่างๆ ที่เก็บไว้โดยการเอาที่อยู่ IP ออกทั้งหมดหลังจาก 6 เดือน และรหัสคุกกี้และตัวระบุข้ามเซสชันออกหลังจาก 18 เดือน
  • ผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมสำหรับระยะเวลาการเก็บข้อมูลที่นานขึ้นหรือไม่ หากใช่ เราจะเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับความยินยอมจากคุณ
  • Microsoft ดำเนินการเก็บข้อมูลโดยเป็นไปตามข้อผูกมัดทางกฎหมาย ทางสัญญา หรือที่คล้ายกันหรือไม่ ตัวอย่างอาจมีกฎหมายการเก็บข้อมูลที่บังคับในเขตอำนาจศาลเกี่ยวข้อง คำสั่งรัฐบาลเพื่อเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ หรือข้อมูลที่ต้องเก็บรักษาเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินคดี
การรวบรวมข้อมูลจากเด็กการรวบรวมข้อมูลจากเด็กmaincollectionofdatafromchildrenmodule
บทสรุป

เมื่อผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอายุ ระบบจะทำการบล็อกผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี หรือร้องขอความยินยอมจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ เราจะไม่ร้องขอให้เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีจัดเตรียมให้ข้อมูลเกินความจำเป็นให้กับผลิตภัณฑ์

เมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง บัญชีของเด็กจะได้รับการปฏิบัติเหมือนเช่นบัญชีอื่นๆ เด็กอาจจะเข้าถึงบริการด้านการสื่อสาร เช่น อีเมล ข้อความโต้ตอบแบบทันทีและบอร์ดข้อความออนไลน์ และอาจสื่อสารได้โดยอิสระกับผู้ใช้งานอื่นๆ ทุกวัย

ผู้ปกครองสามารถเปลี่ยนหรือเพิกถอนการยินยอมที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ และสามารถตรวจสอบ แก้ไข หรือส่งคำขอลบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกได้ เช่น ผู้ปกครองสามารถเข้าถึง บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของบุตรหลานและคลิก "สิทธิ์" ได้ สำหรับผู้ใช้ Minecraft และเกมอื่นๆ ของ Mojang ผู้ปกครองสามารถติดต่อเราได้ที่ account.mojang.com/terms#contact

รุ่นตัวอย่างหรือรุ่นที่ออกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรุ่นตัวอย่างหรือรุ่นที่ออกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายmainpreviewreleasesmodule
บทสรุป

Microsoft นำเสนอรุ่นตัวอย่าง รุ่น Insider รุ่น Beta หรือผลิตภัณฑ์และคุณลักษณะที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ("รุ่นตัวอย่าง") เพื่อให้คุณสามารถประเมินผลได้ในขณะแสดงความคิดเห็น รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการใช้งานให้กับ Microsoft ด้วยเหตุนี้ รุ่นตัวอย่างจึงสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยอัตโนมัติ โดยมีการควบคุมน้อยกว่า และใช้มาตรการการรักษาความเป็นส่วนตัวและการป้องกันความปลอดภัยที่แตกต่างออกไปจากมาตรการและการควบคุมที่มีอยู่ตามปกติในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของเรา ถ้าท่านเข้าร่วมทดลองใช้รุ่นตัวอย่าง เราอาจติดต่อท่านเพื่อขอคำติชมเกี่ยวกับรุ่นตัวอย่าง หรือสอบถามความสนใจของท่านที่จะใช้ผลิตภัณฑ์นี้ต่อไป หลังจากการวางจำหน่ายทั่วไป

การเปลี่ยนแปลงคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้การเปลี่ยนแปลงคำชี้แจงสิทธิ์ส่วนบุคคลนี้mainchangestothisprivacystatementmodule
บทสรุป

เราจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ตามความคิดเห็นของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ของเรา เมื่อเราโพสต์การเปลี่ยนแปลงของคำชี้แจงนี้ เราจะแก้ไขวันที่ "ปรับปรุงล่าสุด" ที่ด้านบนของคำชี้แจงนั้น และอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในหน้า การเปลี่ยนแปลงประวัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดในคำชี้แจงหรือในวิธีที่ Microsoft จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราจะแจ้งให้คุณทราบอย่างชัดเจน ทั้งโดยการโพสต์แจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก่อนที่จะมีผลโดยตรงหรือโดยการส่งการแจ้งเตือนไปยังคุณโดยตรง เราส่งเสริมให้ท่านอ่านคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลเป็นระยะๆ เพื่อเรียนรู้วิธีการที่ Microsoft ใช้ปกป้องข้อมูลของท่าน

วิธีการติดต่อเราวิธีการติดต่อเราmainhowtocontactusmodule
บทสรุป

ถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับการสนับสนุนหรือทางด้านเทคนิค โปรดไปที่ support.microsoft.com เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอของฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ถ้าคุณมีคำถามเกี่ยวกับรหัสผ่านของบัญชี Microsoft ส่วนบุคคล โปรดไปที่ ฝ่ายสนับสนุนบัญชี Microsoft

ถ้าคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว หรือคำถามสำหรับ Chief Privacy Officer/Data Protection Officer ของ Microsoft โปรดติดต่อเราโดยใช้ เว็บฟอร์ม ของเรา เราจะตอบกลับคำถามหรือข้อสงสัยภายใน 30 วัน

Microsoft Corporation คือผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้คำชี้แจงนี้ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น ที่อยู่ของเรา คือ Microsoft Privacy, Microsoft Corporation, One Microsoft Way, Redmond, Washington 98052 USA โทรศัพท์: (+1) 425-882-8080

Microsoft Ireland Operations Limited เป็นตัวแทนฝ่ายคุ้มครองข้อมูลของเราสำหรับเขตเศรษฐกิจยุโรปและสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลของ Microsoft Ireland Operations Limited สามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ดังต่อไปนี้: Microsoft Ireland Operations, Ltd. Data Protection, Carmenhall Road, Sandyford, Dublin 18, Ireland

Skype Communications S.à.r.l. 23-29 Rives de Clausen L-2165 Luxembourg, Luxembourg เป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับ Skype เมื่อต้องการติดต่อเราเกี่ยวกับซอฟต์แวร์หรือผลิตภัณฑ์ของ Skype โปรดส่งคำขอรับการสนับสนุนไปยัง ทีมสนับสนุนลูกค้า ของ Skype

เมื่อต้องการค้นหาบริษัทในเครือ Microsoft ในประเทศหรือภูมิภาคของคุณ โปรดดูที่ www.microsoft.com/worldwide/

ผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและผู้พัฒนาmainenterprisedeveloperproductsmodule
บทสรุป
บริการออนไลน์สำหรับองค์กรบริการออนไลน์สำหรับองค์กรmainenterpriseservicesmodule
บทสรุป
ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรและนักพัฒนาและเครื่องใช้สำหรับองค์กรซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรและนักพัฒนาและเครื่องใช้mainenterprisedevsoftwareappsmodule
บทสรุป
บริการด้านการรับรู้บริการด้านการรับรู้mainmicrosoftcognitiveservicesmodule
บทสรุป
ผลิตภัณฑ์ผลผลิตและการสื่อสารผลิตภัณฑ์ผลผลิตและการสื่อสารmainprodcommproductsmodule
บทสรุป
OfficeOfficemainofficeservicesmodule
บทสรุป
OneDriveOneDrivemainonedrivemodule
บทสรุป
OutlookOutlookmainoutlookmodule
บทสรุป
SkypeSkypemainskypemodule
บทสรุป
การค้นหาและปัญญาประดิษฐ์การค้นหาและปัญญาประดิษฐ์mainsearchaimodule
บทสรุป
BingBingmainbingmodule
บทสรุป
CortanaCortanamaincortanamodule
บทสรุป
Microsoft TranslatorMicrosoft TranslatormainMicrosoftTranslatormodule
บทสรุป
SwiftKeySwiftKeymainswiftkeymodule
บทสรุป
WindowsWindowsmainwindowsmodule
บทสรุป

Windows คือสภาพแวดล้อมของระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัว ซึ่งทำให้คุณสามารถรับบริการโรมมิ่งและการเข้าถึง การกำหนดลักษณะ และเนื้อหาในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากโทรศัพท์ไปที่แท็บเล็ตและไปที่ Surface Hub ได้อย่างราบรื่น คอมโพเนนต์ที่สำคัญของ Windows ทำงานบนคลาวด์ แทนที่จะอยู่เป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์แบบคงที่ในอุปกรณ์ของคุณ และองค์ประกอบของ Windows ทั้งบนระบบคลาวด์และในเครื่องจะได้รับการอัปเดตเป็นประจำ เพื่อให้ระบบปฏิบัติการของคุณมีการปรับปรุงและคุณลักษณะล่าสุด เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณ อุปกรณ์ของคุณ และวิธีที่คุณใช้ Windows เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ และเนื่องจากเราได้ปรับ Windows ให้เป็นแบบส่วนตัวสำหรับคุณ เราจึงเสนอตัวเลือกให้กับคุณ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและวิธีที่เราใช้ข้อมูลของคุณ พึงทราบว่า ถ้าองค์กรของคุณ (เช่น นายจ้างหรือโรงเรียนของคุณ) เป็นผู้ดูแลและจัดการอุปกรณ์ Windows ของคุณ องค์กรของคุณอาจใช้เครื่องมือการจัดการจากส่วนกลางที่ Microsoft หรือผู้ให้บริการอื่นๆ จัดหาให้ เพื่อควบคุมการตั้งค่าของอุปกรณ์ นโยบายของอุปกรณ์ การอัปเดตซอฟต์แวร์ การเก็บรวบรวมข้อมูลของเราหรือขององค์กร หรือคุณสมบัติอื่นๆ ของอุปกรณ์ของคุณ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลและความเป็นส่วนตัวใน Windows ให้ไปที่ go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=529552 เวอร์ชันดังเดิมของ Windows (รวมถึง Vista, 7, 8 และ 8.1) จะขึ้นอยู่กับคำประกาศความเป็นส่วนตัวของตัวเอง

การเปิดใช้งานการเปิดใช้งานmainactivationmodule
บทสรุป

เมื่อคุณเปิดใช้งาน Windows ระบบจะกำหนดหมายเลขผลิตภัณฑ์เฉพาะสำหรับอุปกรณ์ที่คุณติดตั้งซอฟต์แวร์ของคุณ หมายเลขผลิตภัณฑ์และข้อมูลเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และอุปกรณ์ของคุณจะถูกส่งให้ กับไมโครซอฟท์ เพื่อช่วยให้คุณยืนยันสิทธิ์การใช้งานที่ถูกต้องของคุณสำหรับซอฟต์แวร์นั้น ข้อมูลนี้อาจถูกส่งไปอีกครั้ง หากจำเป็นต้องเปิดใช้งานใบอนุญาตให้ใช้งานของคุณใหม่ หรือตรวจสอบความถูกต้องของใบอนุญาตให้ใช้งานของคุณ ในโทรศัพท์ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows ระบบจะส่งข้อมูลตัวระบุอุปกรณ์และเครือข่าย รวมทั้ง ตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ ณ เวลาที่เปิดเครื่องอุปกรณ์เป็นครั้งแรกให้กับ Microsoft เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทะเบียนการรับประกัน การเติมสินค้าคงคลัง และการป้องกันการฉ้อฉล

รหัสโฆษณารหัสโฆษณาmainadvertisingidmodule
บทสรุป

Windows จะสร้างรหัสโฆษณาเฉพาะสำหรับผู้ใช้แต่ละรายบนอุปกรณ์ เมื่อเปิดใช้งานรหัสโฆษณา แอป (ทั้งแอป Microsoft และแอปของบริษัทภายนอก) จะสามารถเข้าถึงและใช้รหัสโฆษณาที่ค่อนข้างคล้ายกันมากกับที่เว็บไซต์ต่างๆ เข้าถึงและใช้รหัสเฉพาะที่จัดเก็บไว้ในคุกกี้ ดังนั้น รหัสโฆษณาของคุณสามารถใช้งานได้โดยนักพัฒนาแอป และเครือข่ายการโฆษณา เพื่อมอบการโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เป็นส่วนตัวในแอปของผู้พัฒนาเหล่านั้นทุกแอปและบนเว็บ Microsoft เก็บรวบรวมรหัสโฆษณาสำหรับการใช้งานที่อธิบายไว้ที่นี่เฉพาะเมื่อคุณเลือกที่จะเปิดใช้งานรหัสโฆษณาที่เป็นส่วนหนึ่งของการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ คุณสามารถปิดการเข้าถึงตัวระบุนี้ได้ตลอดเวลาโดยการปิดรหัสโฆษณาในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณ (ในหน้าจอเริ่มต้น > การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว) ถ้าคุณเลือกที่จะเปิดการเข้าถึงอีกครั้ง รหัสโฆษณาจะสร้างตัวระบุใหม่ขึ้นมา เมื่อแอปของบุคคลที่สามเข้าถึงรหัสโฆษณา การใช้งานรหัสโฆษณาของแอปจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานข้อมูลของ Microsoft สำหรับการโฆษณา ให้ดูส่วน วิธีที่เราใช้ข้อมูล ในคำชี้แจงนี้

การวินิจฉัยการวินิจฉัยmaindiagnosticsmodule
บทสรุป

ขณะที่คุณใช้ Windows เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลการวินิจฉัยที่ช่วยเราแก้ไขปัญหา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของ Microsoft หากคุณเลือกที่จะเปิด ประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม ข้อมูลนี้ยังสามารถนำไปใช้เพื่อปรับแต่งประสบการณ์การใช้งานของคุณกับผลิตภัณฑ์ของ Microsoft ข้อมูลนี้จะส่งให้กับ Microsoft และจัดเก็บด้วยตัวระบุเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งตัวที่สามารถช่วยเราให้ทราบผู้ใช้แต่ละคนบนอุปกรณ์แต่ละอย่าง และเข้าใจปัญหาด้านการบริการและรูปแบบการใช้งานของอุปกรณ์ได้ การวินิจฉัยและข้อมูลการใช้งานมีสองระดับ: พื้นฐาน และ แบบเต็ม ที่ระดับต่ำสุด พื้นฐาน เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำให้ให้อุปกรณ์ Windows ทันสมัยอยู่เสมอ และปลอดภัยเท่านั้น ข้อมูลพื้นฐานรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เอง ฟังก์ชันที่เหมาะสมของการอัปเดต Windows และ Store อีกทั้งข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับข้อผิดพลาด เราเก็บรวบรวมข้อมูลในระดับพื้นฐานต่อไปนี้:

  • ข้อมูลอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่า:
    • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์เช่นประเภทตัวประมวลผลชนิด, ผู้ผลิต OEM, ประเภทของแบตเตอรี่ และความจุ หมายเลข และประเภทของกล้อง, เฟิร์มแวร์ และแอตทริบิวต์ของหน่วยความจำ
    • ความสามารถด้านเครือข่ายและข้อมูลการเชื่อมต่อเช่นที่อยู่ IP ของอุปกรณ์, เครือข่ายมือถือ (รวมถึง IMEI และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ) และระบุว่าอุปกรณ์เชื่อมต่อกับเครือข่ายแบบชำระเงิน หรือฟรี
    • ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและการกำหนดค่าเช่นหมายเลขเวอร์ชันและรุ่นระบบปฏิบัติการ, การตั้งค่าภูมิภาคและภาษา, ระดับการวินิจฉัย และระบุว่าอุปกรณ์เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Windows Insider หรือไม่
    • ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ต่อพ่วงที่เชื่อมต่อเช่นรุ่น ผู้ผลิต โปรแกรมควบคุม และข้อมูลความเข้ากัน
    • ข้อมูลเกี่ยวกับแอปพลิเคชันที่ติดตั้งบนอุปกรณ์เช่นชื่อแอปพลิเคชัน เวอร์ชัน และผู้เผยแพร่
  • ข้อมูลที่ระบุว่าอุปกรณ์พร้อมสำหรับการปอัปเดตหรือไม่ และข้อมูลที่ระบุว่ามีปัจจัยที่อาจกีดขวางไม่ให้อุปกรณ์ได้รับการอัปเดต เช่น แบตเตอรี่ต่ำ เนื้อที่ดิสก์จำกัด หรือการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายแบบชำระเงิน
  • ข้อมูลที่ระบุว่าการอัปเดตเสร็จสมบูรณ์หรือไม่
  • ข้อมูลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของระบบการรวบรวมข้อมูลการวินิจฉัย
  • การรายงานข้อผิดพลาดพื้นฐาน ซึ่งเป็นข้อมูลสถานภาพเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันที่ทำงานบนอุปกรณ์ของคุณ ยกตัวอย่างเช่น การรายงานข้อผิดพลาดพื้นฐานจะบอกเราว่าแอปพลิเคชัน เช่น Microsoft ระบายสี หรือเกมของบริษัทอื่นค้างหรือหยุดการทำงาน

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกเก็บในข้อมูลพื้นฐาน คลิก ที่นี่ (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

ข้อมูล แบบเต็มรวมทุกสิ่งที่ถูกเก็บในข้อมูลแบบพื้นฐาน อีกทั้งยังมีข้อมูลเพิ่มเติมที่อนุญาตให้ Microsoft สามารถแก้ไขและปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับผู้ใช้ทั้งหมดได้ เราเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมต่อไปนี้ที่ระดับการตั้งค่าแบบเต็ม:

  • ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และการกำหนดค่าที่ไม่ได้รับการเก็บรวบรวมไว้ที่ระดับการตั้งค่าแบบพื้นฐาน
  • ข้อมูลสถานะและการบันทึกเกี่ยวกับสถานภาพของระบบปฏิบัติการกับคอมโพเนนต์อื่นๆ ของระบบ (นอกเหนือจากข้อมูลเกี่ยวกับระบบการอัปเดตและการวินิจฉัยที่ได้รับการเก็บรวบรวมไว้ที่การตั้งค่าแบบพื้นฐาน)
  • ข้อมูลการใช้งานแอป เช่น ข้อมูลที่ระบุว่ามีโปรแกรมใดเปิดใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ โปรแกรมดังกล่าวทำงานเป็นระยะเวลาเท่าใด อีกทั้งตอบสนองต่อข้อมูลที่ป้อนเข้ามาได้รวดเร็วเพียงใด
  • การใช้งานเบราว์เซอร์ รวมถึงประวัติการเรียกดูและคำค้นหา บนเบราว์เซอร์ของ Microsoft เช่น Microsoft Edge หรือ Internet Explorer
  • ตัวอย่างขนาดเล็กของข้อมูลที่ป้อนเข้ามาเกี่ยวกับการใช้หมึกและการพิมพ์ ซึ่งได้รับการประมวลเพื่อลบตัวระบุ ข้อมูลการจัดลำดับ และข้อมูลอื่นๆ (เช่น ชื่อ อีเมลแอดเดรส และค่าตัวเลข) ซึ่งไม่สามารถใช้เพื่อสร้างเนื้อหาเดิม หรือโยงข้อมูลที่ป้อนเข้ามากับผู้ใช้ได้ ข้อมูลนี้จะไม่ใช้สำหรับประสบการณ์การใช้งานแบบปรับให้เหมาะสม ตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง
  • การรายงานข้อผิดพลาดที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว รวมทั้งสถานะหน่วยความจำของอุปกรณ์เมื่อระบบหรือแอปหยุดทำงาน (ซึ่งอาจประกอบด้วยเนื้อหาของผู้ใช้ เช่นส่วนต่างๆ ของไฟล์ที่คุณกำลังใช้งานเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นโดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ) ข้อมูลการหยุดทำงานจะไม่ใช้สำหรับประสบการณ์การใช้งานแบบปรับให้เหมาะสม ตามที่อธิบายไว้ด้านล่าง

เราให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการรายงานข้อผิดพลาดกับคู่ค้า (เช่น OEM) เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์และบริการที่ทำงานร่วมกับ Windows และผลิตภัณฑ์กับบริการอื่นๆ ของ Microsoft บริษัทเหล่านี้ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลนี้เพื่อซ่อมแซมหรือปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวเท่านั้น

หากคุณเลือกที่จะเปิด ประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม เราจะใช้ข้อมูลบางส่วนตามที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นในการวินิจฉัยเพื่อปรับแต่งประสบการณ์การใช้งาน Windows รวมถึงผลิตภัณฑ์และการบริการอื่นๆ ของคุณ ในส่วนนี้จะรวมถึงการแนะนำวิธีกำหนดและปรับแต่ง Windows และคำแนะนำและข้อเสนอของคุณสมบัติต่างๆ ของ Windows ตลอดจนแอป บริการ ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วงที่รองรับ ขอบเขตของข้อมูลจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกการตั้งค่าการวินิจฉัยเป็นแบบเต็มหรือแบบพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกแบบเต็ม ข้อมูลของคุณจะมีข้อมูลการใช้งานเบราว์เซอร์และแอปไว้อยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะเปิดใช้งานประสบการณ์การใช้งานที่ปรับให้เหมาะสม เราจะไม่นำข้อมูลที่ป้อนเข้ามาเกี่ยวกับการหยุดทำงาน การพิมพ์ หรือการใช้หมึกมาใช้ในการตั้งค่าส่วนบุคคล

บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง การจัดการเคลื่อนไหว และการบันทึกบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง การจัดการเคลื่อนไหว และการบันทึกmainlocationservicesmotionsensingmodule
บทสรุป

บริการระบุตำแหน่งที่ตั้งของ Windows. ไมโครซอฟท์ดำเนินการบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งที่ช่วยกำหนดตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำของอุปกรณ์ Windows ที่ระบุ กำหนดตำแหน่งที่ตั้งโดยการใช้บริการกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ผ่านดาวเทียม ตรวจจับเสาสัญญาณมือถือที่อยู่ใกล้เคียงและ/หรือจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi และเปรียบเทียบข้อมูลนั้นกับฐานข้อมูลที่ Microsoft รักษาไว้ที่เสาสัญญาณมือถือและจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi ซึ่งรู้ตำแหน่งที่ตั้ง หรือรับตำแหน่งที่ตั้งมาจากที่อยู่ IP ของคุณ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์ เมื่อบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งใช้งานอยู่บนอุปกรณ์ Windows หรือคุณได้ให้สิทธิ์สำหรับแอปของ Microsoft เพื่อเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งบนอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ของ Windows ข้อมูลเกี่ยวกับเสาสัญญาณมือถือ และจุดเข้าใช้งาน Wi-Fi และตำแหน่งที่ตั้งของตำแหน่งเหล่านั้น จะเก็บรวบรวมโดย Microsoft และเพิ่มลงในฐานข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งหลังจากเอาข้อมูลใดๆ ที่ระบุตัวบุคคลหรืออุปกรณ์ออกจากข้อมูลที่เก็บรวบรวมแล้ว Microsoft อาจจะแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ลบเอกลักษณ์แล้วนี้กับบุคคลที่สามอีกด้วย เพื่อให้และปรับปรุงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งและแผนที่

บริการและฟีเจอร์ของ Windows (เช่น เบราว์เซอร์และ Cortana) แอปพลิเคชันที่ทำงานบน Windows และเว็บไซต์ที่เปิดในเบราว์เซอร์ Windows สามารถเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งของ Windows ได้ เพื่อกำหนดตำแหน่งที่ตั้งหากคุณอนุญาตให้ทำเช่นนั้น ฟีเจอร์และแอปพลิเคชันบางอย่างจะขอสิทธิ์ในการใช้ตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำ เมื่อคุณติดตั้ง Windows เป็นครั้งแรก แอปพลิเคชันบางอย่างจะถามคุณเมื่อใช้แอปพลิเคชันเป็นครั้งแรก และแอปพลิเคชันอื่นๆ จะถามคุณทุกครั้งที่เข้าใช้บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับแอปสำหรับ Windows ที่ใช้บริการตำแหน่งที่ตั้ง โปรดดูที่ส่วน แอปพลิเคชัน Windows ด้านล่าง

เมื่อมีการเข้าถึงบริการการระบุตำแหน่ง อุปกรณ์ที่ใช้ Windows ของคุณจะอัปโหลดตำแหน่งที่ตั้งไปยัง Microsoft และเราจะเก็บเฉพาะข้อมูลสถานที่ล่าสุดที่รู้เท่านั้น (ตำแหน่งที่ตั้งใหม่จะแทนที่ตำแหน่งที่ตั้งก่อนหน้า) เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการดำเนินการของบริการของเรา ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติตำแหน่งที่ตั้งล่าสุดของอุปกรณ์ Windows ถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์ แอปและฟีเจอร์บางอย่างของ Windows สามารถเข้าถึงประวัติตำแหน่งที่ตั้งนี้ได้ คุณสามารถลบประวัติตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ของคุณได้ทุกเมื่อในเมนู การตั้งค่า ของอุปกรณ์นั้น

ใน การตั้งค่า คุณยังสามารถดูว่าแอปพลิเคชันใดเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งหรือประวัติตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์ของคุณได้ สามารถปิดหรือเปิดการเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งสำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะ หรือสามารถปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าตำแหน่งที่ตั้งเริ่มต้น ซึ่งจะถูกใช้เมื่อบริการระบุตำแหน่งไม่สามารถตรวจจับตำแหน่งที่ตั้งที่แน่นอนบนอุปกรณ์ของคุณได้

จำไว้ว่าในอุปกรณ์มือถือ ผู้ให้บริการมือถือของคุณจะเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณได้แม้ว่าคุณจะปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง

ตำแหน่งที่ตั้งทั่วไป. ถ้าคุณเปิดคุณลักษณะ ตำแหน่งที่ตั้งทั่วไป แอปที่ไม่สามารถใช้งานตำแหน่งที่ตั้งที่แม่นยำของคุณได้จะเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งทั่วไปของคุณ เช่นเมือง รหัสไปรษณีย์ ภูมิภาคของคุณ

ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว. คุณลักษณะ ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว อนุญาตให้คุณสามารถหาตำแหน่งที่ตั้งของโทรศัพท์ Windows ของคุณได้จาก account.microsoft.com ถึงแม้ว่าคุณจะปิดการเข้าถึงบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมดในโทรศัพท์ ถ้าคุณเปิดฟีเจอร์ “บันทึกตำแหน่งที่ตั้งของฉันทุกๆ สองสามชั่วโมง” ที่การตั้งค่าค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว ในโทรศัพท์ของคุณ ฟีเจอร์ค้นหาโทรศัพท์ส่วนตัว จะส่งและเก็บตำแหน่งที่ตั้งของโทรศัพท์ของคุณที่รู้จักล่าสุดเป็นระยะๆ แม้ว่าคุณจะปิดบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งในโทรศัพท์ของคุณ ทุกครั้งที่มีการส่งตำแหน่งที่ตั้งใหม่ ตำแหน่งที่ตั้งใหม่จะแทนที่ตำแหน่งที่ตั้งที่เก็บไว้ก่อนหน้า

ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน. ฟีเจอร์ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน ให้ผู้ดูแลระบบของพีซี หรือแท็บเล็ต Windows สามารถหาตำแหน่งที่ตั้งของอุปกรณ์นั้นๆ ได้ถ้าผู้ดูแลระบบเปิดใช้งานบริการระบุตำแหน่งที่ตั้งสำหรับอุปกรณ์นั้น แม้ว่าผู้ใช้คนอื่นๆ จะปิดใช้งานตำแหน่งที่ตั้งของตัวเอง เมื่อผู้ดูแลระบบพยายามที่จะระบุตำแหน่งอุปกรณ์ ผู้ใช้จะเห็นการแจ้งเตือนในศูนย์การแจ้งเตือน

การจับการเคลื่อนไหวของ Windows. อุปกรณ์ Windows ที่มีการตรวจจับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวสามารถเก็บรวบรวมกิจกรรมที่เคลื่อนไหวได้ ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณลักษณะต่างๆ เช่น เครื่องนับก้าว สามารถนับจำนวนก้าวที่คุณก้าวได้ ดังนั้นแอปพลิเคชันความแข็งแรงของร่างกายจึงสามารถประมาณปริมาณแคลอรีที่คุณเผาผลาญได้ ข้อมูลและประวัตินี้ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณและสามารถเข้าถึงได้โดยแอปพลิเคชันที่คุณอนุญาตให้เข้าถึงและใช้ข้อมูลนั้น

แท็บการบันทึก. อุปกรณ์ Windows บางรุ่นมีฟีเจอร์การบันทึก ที่ช่วยให้คุณสามารถบันทึกคลิปเสียงและวิดีโอของกิจกรรมที่คุณทำบนอุปกรณ์เครื่องนั้นได้้ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น ถ้าคุณเลือกที่จะบันทึกเซสชัน ไฟล์บันทึกจะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องของคุณ ในบางกรณี คุณอาจมีตัวเลือกในการส่งต่อการบันทึกไปยังผลิตภัณฑ์ หรือบริการของ Microsoft ที่กระจายการบันทึกสู่สาธารณะ สิ่งสำคัญ: คุณควรทำความเข้าใจความรับผิดชอบตามกฎหมายของคุณก่อนที่จะบันทึก และ/หรือการส่งต่อการสื่อสารใดๆ ข้อตกลงนี้รวมถึงกรณีใดๆ ที่คุณจำเป็นต้องได้รับคำยินยอมล่วงหน้าจากหุ้นส่วนทั้งหมดสำหรับการสื่อสาร Microsoft จะไม่รับผิดชอบใดๆ สำหรับวิธีการที่คุณนำการบันทึกหรือคุณลักษณะการบันทึกของคุณไปใช้ 

คุณสมบัติด้านความปลอดภัยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยmainsecurityandsafetyfeaturesmodule
บทสรุป

การเข้ารหัสลับอุปกรณ์. การเข้ารหัสลับอุปกรณ์ช่วยในการป้องกันข้อมูลที่เก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณโดยการเข้ารหัสลับอุปกรณ์ด้วยการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสลับไดรฟ์ BitLocker เมื่อเปิดการเข้ารหัสลับอุปกรณ์ Windows จะเข้ารหัสลับไดรฟ์ที่ติดตั้งบน Windows โดยอัตโนมัติและสร้างคีย์การกู้คืน คีย์การกู้คืน BitLocker สำหรับอุปกรณ์ส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการสำรองออนไลน์ในบัญชี Microsoft OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ ไมโครซอฟท์ไม่ใช้คีย์การกู้คืนส่วนตัวขอบคุณ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากนี้ 

เครื่องมือลบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย. เครื่องมือลบซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย (MSRT) ทำงานบนอุปกรณ์ของคุณอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อเดือนโดยเป็นส่วนหนึ่งของ Windows Update MSRT ตรวจสอบอุปกรณ์สำหรับการติดไวรัสซอฟต์แวร์เฉพาะที่เป็นอันตรายที่พบได้บ่อย ("มัลแวร์") และช่วยลบการติดไวรัสใดๆ ที่พบ เมื่อ MSRT ทำงาน MSRT จะลบมัลแวร์ที่มีรายชื่ออยู่บนเว็บไซต์ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft ถ้ามัลแวร์นั้นอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ ในระหว่างการตรวจสอบมัลแวร์ จะมีการส่งรายงานไปให้ Microsoft พร้อมกับข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับมัลแวร์ที่ตรวจพบ ข้อผิดพลาด และข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ ถ้าคุณไม่ต้องการให้ MSRT ส่งข้อมูลไปให้ไมโครซอฟท์ คุณสามารถปิดใช้งานคอมโพเนนต์การรายงานของ MSRT ได้

ครอบครัว Microsoft. ผู้ปกครองสามารถใช้ Microsoft Family เพื่อทำความเข้าใจและกำหนดขอบเขตว่าลูกของคุณใช้อุปกรณ์ของพวกเขาอย่างไร มีฟีเจอร์มากมายให้กับสมาชิกในครอบครัว ดังนั้น โปรดตรวจสอบข้อมูลที่ให้ไว้อย่างรอบคอบเมื่อคุณสร้างหรือเข้าร่วมใน Family เมื่อเปิดการรายงานกิจกรรมของ Family สำหรับลูกแล้ว Microsoft จะเก็บรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่ลูกใช้อุปกรณ์ของพวกเขาและให้รายงานกิจกรรมของลูกกับผู้ปกครอง รายงานกิจกรรมจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์ Microsoft เป็นประจำเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน

Windows Defender SmartScreen. Windows Defender SmartScreen ช่วยปกป้องคุณเมื่อใช้บริการของเราโดยการตรวจสอบไฟล์ที่ดาวน์โหลดและเนื้อหาเว็บ เพื่อหาซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย เนื้อหาเว็บที่อาจจะไม่ปลอดภัย และภัยคุกคามอื่นๆ ต่อคุณหรือต่ออุปกรณ์ของคุณ เมื่อตรวจสอบไฟล์ ข้อมูลเกี่ยวกับไฟล์นั้นจะถูกส่งไปให้ Microsoft รวมทั้งชื่อไฟล์ แฮชของเนื้อหาไฟล์นั้น ตำแหน่งที่ตั้งของการดาวน์โหลด และใบรับรองดิจิทัลของไฟล์นั้น หาก Windows Defender SmartScreen ระบุว่าเป็นไฟล์ที่ไม่รู้จักหรืออาจไม่ปลอดภัย คุณจะเห็นคำเตือนก่อนที่จะเปิดไฟล์ เมื่อตรวจสอบไฟล์เนื้อหาเว็บ ข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาและอุปกรณ์ของคุณนั้นจะถูกส่งไปให้ Microsoft รวมทั้งที่อยู่เว็บแบบเต็มของเนื้อหานั้น หาก Windows Defender SmartScreen ตรวจพบว่าเนื้อหานั้นอาจไม่ปลอดภัย คุณจะเห็นคำเตือนแทนเนื้อหานั้น สามารถเปิดหรือปิด Windows Defender SmartScreen ได้ในการตั้งค่า

โปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender. โปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender ตรวจหามัลแวร์และซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการอื่นๆ ในอุปกรณ์ของคุณ โปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender Antivirus จะเปิดโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยปกป้องอุปกรณ์ของคุณ หากไม่มีซอฟต์แวร์ป้องกันมัลแวร์อื่นๆ ที่กำลังทำงานเพื่อปกป้องอุปกรณ์ของคุณ หากโปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender เปิดอยู่ ก็จะติดตามสถานะการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์ของคุณ เมื่อโปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender เปิดอยู่ หรือกำลังทำงานเนื่องจากมีการเปิดใช้งานการสแกนตามรอบจำกัด โปรแกรมจะส่งรายงานโดยอัตโนมัติไปยัง Microsoft ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับมัลแวร์ที่สงสัยและซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องการอื่นๆ และอาจส่งไฟล์ที่อาจมีมัลแวร์ไปด้วย หากรายงานมีแนวโน้มว่าจะมีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ รายงานนั้นจะไม่ถูกส่งไปโดยอัตโนมัติ และคุณจะได้รับแจ้งก่อนที่จะส่งรายงาน คุณสามารถกำหนดค่าโปรแกรมป้องกันไวรัสของ Windows Defender ไม่ให้ส่งรายงานและมัลแวร์ที่สงสัยไปยัง Microsoft ได้

การสั่งงานด้วยเสียง การใช้หมึกและการพิมพ์การสั่งงานด้วยเสียง การใช้หมึกและการพิมพ์mainspeechinkingtypingmodule
บทสรุป

Windows มีคุณสมบัติการรู้จำเสียงทั้งแบบติดตั้งในอุปกรณ์ (ใช้งานได้ผ่านแอปเดสก์ท็อปการรู้จำเสียงของ Windows) และบริการรู้จำเสียงผ่านระบบคลาวด์ที่เปิดตัวมาพร้อม Cortana ในตลาดและภูมิภาคเดียวกันกับที่ Cortana ให้บริการ ไปที่นี่ https://support.microsoft.com/instantanswers/557b5e0e-0eb0-44db-87d6-5e5db6f9c5b0/cortana-s-regions-and-languages เพื่อเรียนรู้ว่าภาษาและภูมิภาคใดที่ขณะนี้การสั่งงานด้วยเสียงรองรับ เมื่อคุณใช้การรู้จำเสียงบนระบบคลาวด์ Microsoft เก็บรวบรวม และใช้เสียงของคุณเป็นอินพุตเพื่อให้คุณได้รับบริการการรู้จำเสียงใน Cortana และแอปพลิเคชันอื่นๆ ที่สนับสนุน

นอกจากนี้ คำที่คุณพิมพ์และเขียนด้วยลายมือจะถูกเก็บรวบรวมเพื่อให้พจนานุกรมสำหรับผู้ใช้ที่ปรับให้เป็นส่วนตัวสำหรับคุณ ซึ่งช่วยให้คุณพิมพ์และเขียนบนอุปกรณ์ของคุณด้วยการรู้จำอักขระที่ดีขึ้น และให้การแนะนำข้อความแก่คุณในขณะที่คุณพิมพ์หรือเขียน การพิมพ์ข้อมูลประกอบด้วยตัวอย่างของอักขระและคำที่คุณพิมพ์ ซึ่งเราลบรหัส ที่อยู่ IP และตัวระบุที่เป็นไปได้อื่นๆ ออก และยังประกอบด้วยข้อมูลการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น การเปลี่ยนแปลงข้อความที่คุณทำด้วยตนเอง รวมทั้งคำต่างๆ ที่คุณเพิ่มลงในพจนานุกรม

นอกจากนั้น เรายังรวบรวมข้อมูลจากพจนานุกรมผู้ใช้ที่สร้างขึ้นในอุปกรณ์ของคุณในฐานะส่วนหนึ่งของบริการการรู้จำเสียงบนระบบคลาวด์ ทั้งข้อมูลเสียงและพจนานุกรมผู้ใช้จะถูกรวบรวมและนำมาใช้ร่วมกันเพื่อช่วยปรับปรุงความสามารถของเราในการรู้จำคำพูดของผู้ใช้ทุกคนได้อย่างถูกต้อง

ถ้าคุณมอบสิทธิ์ใน Cortana เราจะรวบรวมชื่อและชื่อเล่นของคุณ ปฏิทินเหตุการณ์ล่าสุดของคุณ และชื่อของบุคคลในการนัดหมายของคุณ ข้อมูลเกี่ยวกับที่ติดต่อของคุณรวมถึงชื่อและชื่อเล่น ชื่อสถานที่โปรดของคุณ แอปที่คุณใช้ และข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดลักษณะเพลงของคุณ ข้อมูลเพิ่มเติมเหล่านี้ทำให้เราสามารถรู้จำผู้คน เหตุการณ์ สถานที่ และเพลงได้ดียิ่งขึ้นเมื่อคุณสั่งการคำสั่ง ข้อความ หรือเอกสาร

คุณสามารถปิดการรู้จำเสียงของระบบคลาวด์ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะหยุดการเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับคุณลักษณะนี้ และจะลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ เช่น พจนานุกรมของผู้ใช้ในเครื่องและประวัติการป้อนข้อมูลของคุณ

การตั้งค่าการซิงค์การตั้งค่าการซิงค์mainsyncsettingsmodule
บทสรุป

เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชี Microsoft Windows จะซิงค์การตั้งค่าและข้อมูลของคุณบางอย่างกับเซิร์ฟเวอร์ Microsoft เพื่อให้มีประสบการณ์ที่ปรับให้เป็นแบบส่วนตัวในอุปกรณ์หลายๆ อย่างได้ง่ายขึ้น หลังจากที่คุณลงชื่อเข้าใช้ในอุปกรณ์หนึ่งชิ้นหรือมากกว่าหนึ่งชิ้นขึ้นไปด้วยบัญชี Microsoft เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ในอุปกรณ์อื่นๆ ด้วยบัญชี Microsoft เดียวกันเป็นครั้งแรก Microsoft จะดาวน์โหลดและใช้การตั้งค่าและข้อมูลที่คุณเลือกเพื่อซิงค์จากอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณ การตั้งค่าที่คุณเลือกมาซิงค์จะอัปเดตในเซิร์ฟเวอร์ Microsoft และอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณโดยอัตโนมัติเมื่อคุณใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้น

การตั้งค่าบางอย่างที่ได้รับการซิงค์ประกอบด้วย:

  • แอปพลิเคชันที่คุณติดตั้งจาก Windows Store
  • การกำหนดลักษณะทางภาษา
  • การกำหนดลักษณะความง่ายในการเข้าถึง
  • การตั้งค่าส่วนบุคคล เช่น รูปภาพบัญชีของท่าน พื้นหลัง และการตั้งค่าเมาส์
  • การตั้งค่าสำหรับแอปพลิเคชันใน Windows Store
  • พจนานุกรมตรวจสอบการสะกด พจนานุกรมตัวแก้ไขวิธีการป้อนข้อมูล (IME) และพจนานุกรมส่วนตัว
  • ประวัติเบราว์เซอร์ Internet Explorer รายการโปรด และเว็บไซต์ที่คุณเปิด
  • แอปที่บันทึกไว้ เว็บไซต์ ฮอตสปอตจากมือถือ และชื่อและรหัสผ่านของเครือข่าย Wi-Fi

คุณสามารถเลือกได้ว่าจะซิงค์การตั้งค่าของคุณหรือไม่ และควบคุมสิ่งที่ซิงค์ โดยไปที่ การตั้งค่าการซิงค์ ในส่วนบัญชีของการตั้งค่า Windows บางแอปมีการควบคุมการซิงค์แยกต่างหาก หากคุณลงชื่อเข้าใช้ Windows ด้วยบัญชีที่ทำงานและคุณเลือกที่จะเชื่อมต่อบัญชีนั้นไปยังบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ Microsoft จะถามว่าการตั้งค่าใดที่คุณต้องการจะซิงค์ก่อนเชื่อมต่อบัญชี Microsoft ของคุณ

บริการการอัปเดตบริการการอัปเดตmainupdateservicesmodule
บทสรุป

บริการการอัปเดตสำหรับ Windows ประกอบด้วย Windows Update และ Microsoft Update Windows Update เป็นบริการที่จัดหาการอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับซอฟต์แวร์ของ Windows และซอฟต์แวร์การสนับสนุนอื่นๆ ให้กับคุณ เช่น โปรแกรมควบคุมและเฟิร์มแวร์ที่ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดมาให้ Microsoft Update เป็นบริการที่จัดหาการอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับซอฟต์แวร์อื่นๆ ของ Microsoft ให้กับคุณ เช่น Office

Windows Update จะดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ของ Windows ลงในอุปกรณ์ของคุณโดยอัตโนมัติ คุณสามารถกำหนดค่า Windows Update ให้ติดตั้งการอัปเดตเหล่านี้โดยอัตโนมัติได้ เมื่อมีการอัปเดตที่พร้อมใช้งานแล้ว (แนะนำให้ใช้) หรือกำหนดค่าให้ Windows แจ้งเตือนคุณ เมื่อคุณต้องรีสตาร์ตเครื่อง เพื่อติดตั้งการอัปเดตให้เสร็จสมบูรณ์ แอปที่มีใน Windows Store จะได้รับการอัปเดตโดยอัตโนมัติผ่านทาง Store ตามที่อธิบายไว้ในส่วน Store ด้านบน

เว็บเบราว์เซอร์: Microsoft Edge และ Internet Explorerเว็บเบราว์เซอร์: Microsoft Edge และ Internet Explorermainwebbrowsersmodule
บทสรุป

Microsoft Edge เป็นเว็บเบราว์เซอร์เริ่มต้นของ Microsoft สำหรับ Windows Internet Explorer ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์ดั้งเดิมของ Microsoft ยังคงมีอยู่ใน Windows เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้เว็บเบราว์เซอร์เพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ของคุณ ("ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐาน") จะถูกส่งไปยังเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการออนไลน์ที่คุณใช้ ข้อมูลอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยที่อยู่ IP ของอุปกรณ์ของคุณ ชนิดของเบราว์เซอร์และภาษา เวลาในการเข้าถึง และที่อยู่ของเว็บไซต์ที่อ้างอิง อาจเข้าสู่ระบบข้อมูลนี้ได้ในเว็บเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์เหล่านั้น ข้อมูลใดที่ถูกบันทึกและวิธีการใช้ข้อมูลนั้นขึ้นอยู่กับวิธีปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชมและบริการเว็บที่คุณใช้

ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้เบราว์เซอร์ของคุณ เช่น ประวัติการเรียกดูของคุณ ข้อมูลแบบฟอร์มบนเว็บ ไฟล์อินเทอร์เน็ตชั่วคราว และ คุกกี้ จะถูกจัดเก็บในอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถลบข้อมูลนี้จากอุปกรณ์ของคุณ โดยเลือก "ลบประวัติการเรียกดู"

ฟีเจอร์ใหม่ใน Microsoft Edge ช่วยให้คุณสามารถจับและบันทึกเนื้อหาในอุปกรณ์ของคุณได้ เช่น:

  • Web Note: ซึ่งให้คุณสามารถสร้างคำอธิบายประกอบที่เป็นหมึกและคำอธิบายประกอบข้อความในหน้าเว็บที่คุณเยี่ยมชม และตัดปะ บันทึกหรือแบ่งปันคำอธิบายประกอบเหล่านั้น
  • การอ่านที่ใช้งานอยู่: ซึ่งให้คุณสามารถสร้างและจัดการรายการการอ่าน รวมทั้งเว็บไซต์หรือเอกสาร และ
  • ฮับ: ซึ่งให้คุณสามารถจัดการรายการการอ่าน รายการโปรด ดาวน์โหลด และประวัติของคุณทั้งหมดในพื้นที่เดียวได้อย่างง่ายดาย

ข้อมูลเว็บเบราว์เซอร์บางอย่างของ Microsoft ที่บันทึกในอุปกรณ์ของคุณจะถูกซิงค์กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ เช่น ใน Internet Explorer ข้อมูลนี้จะมีประวัติการเรียกดูและรายการโปรดของคุณ และใน Microsoft Edge จะมีรายการโปรดและรายการการอ่าน เช่น ใน Microsoft Edge ถ้าคุณซิงก์รายการการอ่านของคุณกับอุปกรณ์ต่างๆ สำเนาของเนื้อหาที่คุณเลือกที่จะบันทึกไปยังรายการการอ่านจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์ที่ซิงก์แต่ละอย่างเพื่อดูในภายหลัง คุณสามารถปิดการซิงค์ใน Internet Explorer ได้โดยไปที่ การตั้งค่าการซิงค์ ในส่วนบัญชีของการตั้งค่า Windows (ดู การตั้งค่าการซิงค์) คุณยังสามารถปิดใช้งานการซิงค์ของข้อมูลเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ได้โดยการปิดตัวเลือกการซิงก์ใน การตั้งค่า Microsoft Edge

Microsoft Edge และ Internet Explorer ใช้คำสืบค้นและประวัติการเรียกดูของคุณเพื่อให้การเรียกดูที่เร็วขึ้นและผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์เหล่านี้ประกอบด้วย:

  • การค้นหาอัตโนมัติและข้อเสนอแนะการค้นหา ใน Internet Explorer ส่งข้อมูลที่คุณพิมพ์ในแถบที่อยู่เบราว์เซอร์ไปให้ผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้น (เช่น Bing) และเสนอข้อเสนอแนะการค้นหาในขณะที่คุณพิมพ์แต่ละอักขระ ใน Microsoft Edge คุณลักษณะนี้จะส่งข้อมูลนี้ไปให้ Bing โดยอัตโนมัติแม้ว่าคุณได้เลือกผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นอื่นๆ ก็ตาม
  • ไซต์แนะนำ แนะนำเนื้อหาเว็บที่คุณอาจจะสนใจโดยยึดตามประวัติการค้นหาและการเรียกดูของคุณ 

ข้อมูลการเรียกดูเว็บที่เก็บรวมรวมโดยเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์เหล่านี้ ใช้เพื่อการสรุปรวมข้อมูล และคุณสามารถปิดฟีเจอร์เหล่านี้เมื่อใดก็ได้ คุณลักษณะเหล่านี้จะไม่เก็บรวบรวมประวัติการเรียกดูในขณะที่คุณเปิดใช้งานการเรียกดูแบบ InPrivate

Microsoft Edge และ Internet Explorer ส่งคำสืบค้นของคุณ ข้อมูลอุปกรณ์พื้นฐาน และตำแหน่งที่ตั้ง (ถ้าคุณเปิดใช้งานตำแหน่งที่ตั้งอยู่) ไปให้ผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นของคุณ เพื่อให้ผลการค้นหาต่างๆ ถ้า Bing เป็นผู้ให้บริการการค้นหาเริ่มต้นของคุณ เราจะใช้ข้อมูลนี้ตามที่อธิบายไว้ในส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้

Cortana สามารถช่วยคุณเรียกดูเว็บของคุณใน Microsoft Edge ที่มีฟีเจอร์เช่น สอบถาม Cortana คุณสามารถปิดใช้งานความช่วยเหลือ Cortana ใน Microsoft Edge ได้ทุกเมื่อในการตั้งค่าของ Microsoft Edge เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Cortana ใช้ข้อมูลและวิธีที่คุณสามารถใช้ควบคุม โปรดไปที่ Cortana ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

การเชื่อมต่อ Wi-Fi กับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำการเชื่อมต่อ Wi-Fi กับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำmainwi-fisensemodule
บทสรุป

หากคุณเปิดใช้เชื่อมต่อกับฮอตสปอตแบบเปิดที่แนะนำในการตั้งค่า Wi-Fi คุณจะเชื่อมต่อกับเครือข่าย Wi-Fi แบบเปิดที่แนะนำโดยอัตโนมัติ โปรดทราบว่าเครือข่ายไม่ได้ปลอดภัยทั้งหมด ระมัดระวังการใช้เครือข่ายแบบเปิดเพื่อทำบางสิ่งบางอย่างออนไลน์ที่ต้องการข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ทำธุรกรรมธนาคารหรือทำการซื้อสินค้า

แอปพลิเคชัน Windowsแอปพลิเคชัน Windowsmainwindowsappsmodule
บทสรุป

แอปพลิเคชันของ Microsoft จำนวนมากถูกรวมเข้ากับ Windows และแอปพลิเคชันอื่นๆ มีอยู่ใน Windows Store แอปพลิเคชันบางอย่างเหล่านั้นประกอบด้วย:

แอปพลิเคชัน Maps แอปพลิเคชันแผนที่จะมอบบริการที่ขึ้นกับตำแหน่งที่ตั้งและใช้บริการ Bing เพื่อดำเนินการค้นหาของคุณในแอปพลิเคชันแผนที่ โปรดดูส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานที่ให้บริการโดย Bing เหล่านี้ เมื่อแอปพลิเคชันแผนที่มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้แอปพลิเคชันนี้ก็ตาม Microsoft อาจเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ลบเอกลักษณ์แล้วจากอุปกรณ์ของคุณเพื่อปรับปรุงบริการของ Microsoft คุณสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปพลิเคชัน Maps ได้โดยการปิดบริการตำแหน่งที่ตั้ง หรือปิดการเข้าถึงบริการตำแหน่งที่ตั้งของแอปพลิเคชัน Maps

คุณสามารถติดตามสถานที่โปรดและการค้นหาแผนที่ล่าสุดของคุณได้ในแอปพลิเคชัน Maps สถานที่โปรดและประวัติการค้นหาของคุณจะถูกรวมเป็นข้อเสนอแนะการค้นหา ถ้าคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft ของคุณ สถานที่โปรด ประวัติการค้นหา และการตั้งค่าแอปพลิเคชันบางอย่างของคุณจะถูกซิงค์กับอุปกรณ์และบริการอื่นๆ (เช่น Cortana) ดู การตั้งค่าการซิงค์ ด้านบนสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

แอปพลิเคชันกล้องและภาพถ่าย ถ้าคุณอนุญาตให้แอปพลิเคชันกล้องใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งจะถูกฝังอยู่ในภาพถ่ายที่คุณถ่ายด้วยอุปกรณ์ของคุณ ข้อมูลคำอธิบายอื่นๆ เช่น รุ่นของกล้องและวันที่ถ่ายภาพ ยังจะถูกฝังอยู่ในภาพถ่ายและวิดีโออีกด้วย หากคุณเลือกที่จะแบ่งปันภาพถ่ายหรือวิดีโอ บุคคลหรือบริการต่างๆ ที่คุณแบ่งปันสิ่งเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงข้อมูลใดๆ ที่ฝังอยู่ คุณสามารถปิดใช้งานการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปพลิเคชันกล้องได้โดยปิดการเข้าถึงบริการตำแหน่งที่ตั้งทั้งหมดใน เมนูการตั้งค่า ของอุปกรณ์ของคุณ หรือปิดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของแอปพลิเคชันกล้อง

ภาพถ่าย วิดีโอ และภาพหน้าจอของคุณที่บันทึกในม้วนฟิล์มของคุณจะอัปโหลดไปที่ OneDrive โดยอัตโนมัติ คุณสามารถจัดการภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอได้ใน OneDrive และคุณสามารถปิดใช้งานการอัปโหลดอัตโนมัติได้ใน การตั้งค่า

เมื่อคุณถ่ายรูปที่มีตำแหน่งที่ตั้งของคุณฝังอยู่ แอปพลิเคชันภาพถ่ายสามารถจัดกลุ่มภาพถ่ายของคุณตามเวลาและตำแหน่งที่ตั้งได้ แอปพลิเคชันภาพถ่ายจะส่งข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งในภาพถ่ายของคุณไปให้ Microsoft เพื่อกำหนดชื่อของตำแหน่งที่ตั้ง เช่น “ซีแอตเติล วอร์ชิงตัน” เพื่อจัดกลุ่มภาพถ่ายของคุณ เมื่อคุณกำลังใช้งานแอปพลิเคชันภาพถ่ายอยู่ในขณะที่ลงชื่อเข้าใช้ในบัญชี Microsoft ของคุณ ภาพถ่ายและวิดีโอของคุณจาก OneDrive จะถูกเรียงลำดับลงในอัลบั้มในแอปพลิเคชันภาพถ่ายและปรากฏขึ้นบนไทล์รายงานสดของแอปพลิเคชันภาพถ่าย และจะแบ่งปันภาพถ่ายและ/หรือวิดีโอของคุณกับคนอื่นๆ ถ้าคุณเลือกที่จะทำเช่นนั้นเท่านั้น

แอปพลิเคชัน People แอปบุคคลทำให้คุณเห็นและโต้ตอบกับรายชื่อผู้ติดต่อของคุณทั้งหมดในที่เดียว เมื่อคุณเพิ่มบัญชี Microsoft ของคุณไปที่อุปกรณ์ Windows รายชื่อผู้ติดต่อของคุณจากบัญชีของคุณจะถูกเพิ่มไปที่แอปพลิเคชันบุคคลโดยอัตโนมัติ คุณสามารถเพิ่มบัญชีอื่นๆ ไปที่แอปพลิเคชันบุคคลได้ รวมทั้งบัญชีเครือข่ายสังคมของคุณ (เช่น Facebook และ Twitter) และบัญชีอีเมล เมื่อเพิ่มบัญชี เราจะว่าคุณว่าข้อมูลใดที่แอป People สามารถนำเข้าหรือซิงค์ได้ด้วยบริการบางอย่าง และช่วยให้คุณเลือกสิ่งที่ต้องการเพิ่ม แอปอื่นๆ ที่คุณติดตั้งอาจซิงค์ข้อมูลกับแอป People รวมทั้งให้รายละเอียดเพิ่มเติมในที่ติดต่อที่มีอยู่ด้วย คุณสามารถเอาบัญชีผู้ใช้ออกจากแอปพลิเคชันบุคคลได้ทุกเมื่อ

แอปจดหมายและปฏิทิน แอปจดหมาย และ ปฏิทิน อนุญาตให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับอีเมล ปฏิทิน และไฟล์ทั้งหมดของคุณได้ในที่เดียว ซึ่งรวมถึงจากที่เก็บข้อมูลอีเมลและไฟล์ของบุคคลที่สามเหล่านั้นด้วย แอปจะให้บริการโดยยึดตามตำแหน่งที่ตั้ง เช่นข้อมูลสภาพอากาศในปฏิทินของคุณ แต่คุณสามารถปิดการใช้งานตำแหน่งที่ตั้งของคุณของแอปได้ เมื่อคุณเพิ่มบัญชีลงในแอปจดหมาย หรือปฏิทิน อีเมลของคุณ รายการปฏิทิน ไฟล์ ที่ติดต่อ และการตั้งค่าอื่นๆ จากบัญชีของคุณจะซิงค์ไปยังอุปกรณ์ของคุณแลเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft โดยอัตโนมัติ คุณสามารถนำบัญชีออกหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ซิงค์จากบัญชีของคุณเมื่อใดก็ได้ เมื่อต้องการกำหนดค่าบัญชี คุณต้องให้ข้อมูลประจำตัวของบัญชี (เช่น ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน) ซึ่งจะถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลที่สาม แอปจะพยายามใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย (SSL) ก่อน เพื่อกำหนดค่าบัญชีของคุณแต่จะส่งข้อมูลนี้แบบไม่เข้ารหัส ถ้าผู้ให้บริการอีเมลของคุณไม่รองรับ SSL ถ้าคุณเพิ่มบัญชีที่ได้รับจากองค์กร (เช่น อีเมลแอดเดรสของบริษัท) เจ้าของโดเมนองค์กรสามารถกำหนดนโยบายบางอย่างและควบคุม (เช่น การรองรับความถูกต้องโดยใช้หลายปัจจัย หรือลบข้อมูลจากระยะไกลออกจากอุปกรณ์ของคุณ) ซึ่งอาจมีผลกระทบถึงการใช้งานแอปของคุณ

แอปพลิเคชันการส่งข้อความ เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้ด้วยบัญชี Microsoft บนอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะสำรองข้อมูลของคุณ ซึ่งจะซิงค์ข้อความ SMS และ MMS ของคุณ และจัดเก็บข้อความเหล่านั้นในบัญชี Microsoft ซึ่งทำให้คุณสามารถเรียกข้อความเหล่านั้นคืนได้หากคุณเปลี่ยนหรือทำโทรศัพท์หาย หลังจากการติดตั้งอุปกรณ์เป็นครั้งแรก คุณสามารถจัดการการตั้งค่าการส่งข้อความของคุณได้ทุกเมื่อ การปิดการสำรอง SMS/MMS ของคุณจะไม่เป็นการลบข้อความที่สำรองไว้ในบัญชี Microsoft ก่อนหน้านี้ คุณต้องลบข้อความเหล่านั้นจากอุปกรณ์ของคุณก่อนปิดการสำรอง เพื่อลบข้อความดังกล่าวจากที่เก็บข้อมูล หากคุณอนุญาตให้แอปพลิเคชันการส่งข้อความใช้ตำแหน่งที่ตั้งของคุณ คุณสามารถแนบลิงก์ไปที่ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันของคุณที่ข้อความส่งออกได้ Microsoft จะเก็บรวบรวมข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งตามที่อธิบายไว้ในส่วน Windows บริการระบุตำแหน่งที่ตั้ง

แอป Microsoft Wallet สำหรับ Windows Phone คุณสามารถใช้ Microsoft Wallet เพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ ได้ เช่น คูปอง บัตรสะสมแต้ม ตั๋ว และเนื้อหาดิจิตอลอื่นๆ ในตำแหน่งที่มีพร้อมใช้งาน คุณสามารถเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินไปยัง Microsoft Wallet เพื่อทำการชำระเงินกับร้านค้าที่เข้าร่วมโดยใช้ NFC (การติดต่อสื่อสารระยะใกล้) ได้

คุณสามารถตั้งค่า Wallet ของคุณสำหรับการชำระเงินได้ โดยการลงชื่อเข้าใช้ใน Microsoft Wallet ด้วยบัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ และเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชี Microsoft ของคุณ เพื่อคุณเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินลงใน Microsoft Wallet เราจะให้ข้อมูลไปยังธนาคารและเครือข่ายบัตรสำหรับการชำระเงินของคุณ รวมทั้งชื่อ หมายเลขบัตร ที่อยู่สำหรับเรียกเก็บเงิน อีเมลแอดเดรส ข้อมูลอุปกรณ์ (รวมทั้งชื่อ ชนิด และตัวระบุของอุปกรณ์) และตำแน่งที่ตั้งที่คุณเพิ่มบัตรสำหรับการชำระเงินใน Wallet ของคุณ ข้อมูลนี้จะถูกส่งไปยังธนาคารและเครือข่ายบัตรสำหรับการชำระเงินของคุณเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของบัตรสำหรับการชำระเงิน อนุมัติธุรกรรม และตรวจจับการฉ้อโกง

เมื่อคุณชำระเงินสำหรับ NFC กระเป๋าสตางค์จะให้บัตรสำหรับการชำระเงินที่มีการเข้ารหัสแก่ผู้ขาย (ที่เรียกว่า “โทเค็น”) ผู้ขายจะแสดงโทเค็นนี้ควบคู่ไปกับรายละเอียดธุรกรรมให้กับธนาคารของคุณ เพื่อทำให้การทำธุรกรรมและคำขอการชำระเงินสำหรับธุรกรรมของคุณเสร็จสมบูรณ์

Windows Media PlayerWindows Media Playermainwindowsmediaplayermodule
บทสรุป

Windows Media Player ให้คุณสามารถเล่นซีดี ดีวีดี และเนื้อหาดิจิทัลอื่นๆ (เช่นไฟล์ WMA และ MP3), ซีดีริพ และจัดการไลบรารีสื่อของคุณ เมื่อต้องการเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของคุณเมื่อคุณเล่นเนื้อหาในไลบรารี Windows Media Player แสดงข้อมูลสื่อที่เกี่ยวข้อง เช่นชื่ออัลบั้ม ชื่อเพลง หน้าปกอัลบั้ม ศิลปิน และผู้ประพันธ์ เมื่อต้องการเพิ่มข้อมูลสื่อของคุณ Windows Media Player จะส่งคำขอไปยัง Microsoft ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลคอมพิวเตอร์มาตรฐาน ตัวระบุสำหรับเนื้อหาสื่อ และข้อมูลสื่อที่อยู่ในไลบรารีของ Windows Media Player อยู่แล้ว (รวมถึงข้อมูลที่คุณอาจแก้ไข หรือป้อนข้อมูลด้วยตนเอง) เพื่อให้ Microsoft สามารถจดจำแทร็ก และคืนค่าข้อมูลเพิ่มเติมที่มีอยู่ได้

Windows Media Player ยังช่วยให้คุณสามารถเล่นเนื้อหาที่มีการสตรีมไปที่คุณผ่านทางเครือข่าย เมื่อต้องการจัดให้มีบริการนี้ Windows Media Player จำเป็นต้องสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูล เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้โดยปกติดำเนินงานโดยผู้ให้บริการเนื้อหาที่ไม่ใช่ของ Microsoft ในระหว่างการเล่นสื่อการสตรีม Windows Media Player จะส่งบันทึกไปยังเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูลหรือเว็บเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ ถ้าเซิร์ฟเวอร์สื่อการสตรีมข้อมูลร้องขอ บันทึกมีรายละเอียดเช่น: เวลาการเชื่อมต่อ, ที่อยู่ IP, เวอร์ชันระบบปฏิบัติการ, เวอร์ชันของ Windows Media Player, หมายเลขรหัส Player (รหัส Player), วันที่ และโพรโทคอล เมื่อต้องการปกป้องความเป็นส่วนตัวของคุณ ค่าเริ่มต้นของ Windows Media Player จะส่งรหัส Player ที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละเซสชัน

Windows HelloWindows Hellomainwindowshellomodule
บทสรุป

Windows Hello ให้การเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณแบบทันทีผ่านการรับรองความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ หากคุณเปิดใช้งาน Windows Hello จะใช้ใบหน้า ลายนิ้วมือหรือไอริสของคุณเพื่อระบุตัวคุณโดยยึดตามจุดหรือคุณสมบัติเฉพาะชุดหนึ่งที่ถูกแยกออกมาจากรูปภาพและจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณเป็นแม่แบบ แต่ Windows Hello จะไม่จัดเก็บภาพหรือรูปจริงของหน้าหรือไอริสของคุณ ข้อมูลการตรวจสอบความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ที่ถูกใช้เมื่อคุณลงชื่อเข้าใช้จะยังอยู่ในอุปกรณ์ของคุณ คุณสามารถลบข้อมูลการตรวจสอบความถูกต้องทางไบโอเมตริกซ์ได้ในการตั้งค่า

Windows SearchWindows Searchmainwindowssearchmodule
บทสรุป

Windows Search ให้คุณค้นหาสิ่งต่างๆ ของคุณและเว็บจากที่หนึ่ง หากคุณเลือกที่จะใช้ Windows Search เพื่อค้นหา "สิ่งต่างๆ ของคุณ" ซึ่งจะให้ผลลัพธ์สำหรับรายการบน OneDrive ส่วนบุคคลของคุณ OneDrive for Business ของคุณถ้าเปิดใช้งาน ผู้ให้บริการเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์อื่นๆ ตามที่ได้รับการสนับสนุนโดยผู้ให้บริการของบริษัทภายนอกเหล่านั้น และอุปกรณ์ของคุณ ถ้าคุณเลือก Windows Search เพื่อค้นหาเว็บ หรือรับคำแนะนำการค้นหากับ Windows Search หรือ Cortana ผลการค้นหาของคุณจะได้รับการสนับสนจุนโดย Bing และเราจะใช้คำค้นหาของคุณตามที่อธิบายไว้ในส่วน Bing ในคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลนี้

ความบันเทิงและบริการที่เกี่ยวข้องความบันเทิงและบริการที่เกี่ยวข้องmainentertainmentmodule
บทสรุป

ความบันเทิงและบริการที่เกี่ยวข้องทำให้ได้รับประสบการณ์ที่หรูหรา และช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหา แอปพลิเคชันและเกมต่างๆ ได้

XboxXboxmainxboxmodule
บทสรุป
StoreStoremainwindowsstoremodule
บทสรุป
MSNMSNmainmainmodule
บทสรุป
Groove เพลง/ภาพยนตร์และทีวีGroove Music/Movies & TVmaingroovemusicmoviestvmodule
บทสรุป
SilverlightSilverlightmainsilverlightmodule
บทสรุป
บริการ Microsoft Healthบริการ Microsoft Healthmainmicrosofthealthservicesmodule
บทสรุป

บริการ Microsoft Health สามารถช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของคุณได้ ซึ่งรวมถึง HealthVault, HealthVault Insights, อุปกรณ์ Microsoft Band, แอปพลิเคชันของ Microsoft Health อื่นๆ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง Band ช่วยให้คุณติดตามข้อมูล อย่างเช่น อัตราการเต้นของหัวใจ และขั้นตอนในการดำเนินการ นอกจากนี้ Band ยังสามารถใช้ Cortana เพื่อจดโน้ตและรับการแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของคุณได้ด้วย แอปพลิเคชัน Microsoft Health ส่งข้อมูลให้กับเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft และอนุญาตให้คุณดู จัดการและควบคุมข้อมูลได้ แอปพลิเคชันอาจเปิดใช้งานการแจ้งเตือนไปยัง Band และอุปกรณ์อื่นๆ บริการ HealthVault ให้คุณเก็บรวบรวม แก้ไข เพิ่ม และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางออนไลน์ พร้อมกับแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับครอบครัว ผู้ดูแล และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ

บริการ Microsoft Health จะรวบรวมและใช้ข้อมูลของคุณเพื่อมอบการบริการต่างๆ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงและการปรับประสบการณ์การใช้งานของคุณให้เป็นส่วนตัว ข้อมูลสุขภาพที่คุณให้กับ Microsoft ผ่านทางบริการ Microsoft Health จะไม่ถูกนำไปรวมกับข้อมูลจากบริการอื่นๆ ของ Microsoft หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากคุณอย่างชัดแจ้ง เช่น Microsoft จะไม่ใช้ข้อมูลจากบันทึกข้อมูลสุขภาพของคุณเพื่อทำการตลาดหรือโฆษณากับคุณ โดยที่คุณไม่ได้ให้ความยินยอมที่จะเข้าร่วม

บริการสุขภาพบริการสุขภาพmainmicrosoftservicelongmodule
บทสรุป

บริการ Microsoft Health สามารถช่วยให้คุณเข้าใจและจัดการข้อมูลด้านสุขภาพของคุณได้ ข้อมูลที่รวบรวมมาจะขึ้นอยู่กับบริการและคุณลักษณะต่างๆ ที่คุณใช้งาน และรวมถึงรายการต่อไปนี้:

  • ข้อมูลโปรไฟล์. เมื่อคุณสร้างโปรไฟล์ คุณจำเป็นต้องให้ข้อมูล เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก และอายุ ซึ่งจะใช้ในการคำนวณผลลัพธ์ของกิจกรรมของคุณ ข้อมูลโปรไฟล์อื่นๆ จะมาจาก บัญชี Microsoft ส่วนบุคคลของคุณ
  • ข้อมูลกิจกรรมและฟิตเนส. บริการ Microsoft Health ช่วยคุณติดตามกิจกรรมและฟิตเนสของคุณโดยการรวบรวมข้อมูล เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าวที่เดิน พลังงานที่เผาผลาญ และการนอนหลับของคุณ ตัวอย่างของชนิดกิจกรรมที่คุณสามารถเลือกที่จะติดตามข้อมูลได้คือ การวิ่ง การออกกำลังกาย และการนอนหลับ
  • ข้อมูลการใช้งาน. เพื่อให้บริการที่ดีที่สุดกับคุณ เราได้เก็บรวบรวมและอัปโหลดสถิติเกี่ยวกับประสิทธิภาพและการใช้บริการ Microsoft Health ของคุณ
  • ตำแหน่งที่ตั้ง. Microsoft Band มีขีดความสามารถของระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (GPS) ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง จึงช่วยให้คุณกำหนดแผนที่ให้กับกิจกรรม เช่นการวิ่งหรือการขี่จักรยานของคุณได้โดยไม่ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปด้วย ถ้าคุณเปิดใช้งาน GPS สำหรับกิจกรรม คุณสามารถดูแผนที่ของกิจกรรมนั้นได้ในแอปพลิเคชัน Microsoft Health บางโหมดใน Band เช่น กอล์ฟ และ Explorer จะเปิด GPS โดยอัตโนมัติ และปิดเมื่อคุณออกจากโหมดดังกล่าว 

เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเซนเซอร์ของ Band และข้อมูลที่รวบรวม ให้ไปที่ ที่นี่

การเข้าถึงและการควบคุม. คุณสามารถดูและจัดการข้อมูลของคุณในบริการ Microsoft Health ได้ เช่น คุณสามารถดูและอัปเดตข้อมูลโปรไฟล์ของคุณ จัดการแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อ และดูกิจกรรมที่ผ่านมาได้ คุณสามารถลบรายละเอียดของกิจกรรมที่ระบุในบริการ Microsoft Health เมื่อคุณลบกิจกรรมที่ระบุ เหตุการณ์นั้นจะถูกลบออกจากบริการ Microsoft Health แต่ทั้งนี้ ข้อมูลอื่นและข้อมูลเซนเซอร์พื้นฐานที่อุปกรณ์จัดเก็บไว้จะยังคงอยู่ในบริการ Microsoft Health คุณสามารถยกเลิกบัญชีบริการ Microsoft Health ของคุณได้ตลอดเวลา โดยติดต่อฝ่ายสนับสนุนลูกค้า ที่นี่

Cortana. บริการ Microsoft Health อนุญาตให้คุณใช้ Cortana เมื่อคุณใช้ Cortana ข้อมูลที่คุณประมวลผลในบริการ Microsoft Health รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ และข้อมูลที่ประมวลผลจากบริการของบริษัทภายนอก จะแชร์กับ Cortana ความสามารถของ Cortana อนุญาตให้คุณทำคิวรี และตั้งการแจ้งเตือนด้วยเสียงของคุณได้ ถ้าคุณได้เปิดใช้งาน Cortana บนอุปกรณ์ของคุณ เมื่อต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมว่า Cortana จัดการกับข้อมูลของคุณอย่างไร โปรดดูที่ส่วน Cortana ในคำประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

HealthVaultHealthVaultmainhealthvaultmodule
บทสรุป

HealthVault คือแพลตฟอร์มสุขภาพส่วนบุคคลที่ช่วยให้คุณเก็บรวบรวม แก้ไข จัดเก็บ และแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพทางออนไลน์ HealthVault ช่วยให้คุณสามารถควบคุมบันทึกข้อมูลสุขภาพของคุณเองได้ นอกจากนี้ คุณยังสามารถแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับครอบครัว ผู้ที่ดูแล ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เกี่ยวกับสุขภาพ และเครื่องมือออนไลน์ต่างๆ ของคุณได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ HealthVault ให้ไปที่ ที่นี่

การลงชื่อเข้าใช้ HealthVault. เมื่อต้องการลงชื่อเข้าใช้ใน HealthVault คุณสามารถใช้ บัญชี Microsoft หรือบริการการรองรับความถูกต้องของบริษัทภายนอก ถ้าคุณปิดบัญชี Microsoft ของคุณ หรือทำข้อมูลประจำตัวของบัญชีผู้ใช้ของคุณหาย คุณอาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ คุณสามารถใช้ข้อมูลประจำตัวมากกว่าหนึ่งบัญชีกับ HealthVault เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะสามารถเข้าถึงระบบได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะใช้งานบริการการรับรองความถูกต้องของบุคคลที่สามกับ HealthVault เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบข้อผูกมัดในเรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการดังกล่าวเสียก่อน

บัญชี HealthVault และบันทึกข้อมูลสุขภาพ. ถ้าต้องการสร้างบัญชี HealthVault ใหม่ คุณต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด อีเมลแอดเดรส รหัสไปรษณีย์ และประเทศ/ภูมิภาค ทั้งนี้ คุณอาจถูกขอข้อมูลเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะที่คุณใช้งาน บัญชี HealthVault อนุญาตให้คุณจัดการบันทึกข้อมูลได้มากกว่าหนึ่งบัญชี เช่น บันทึกข้อมูลที่คุณสร้่างขึ้นสำหรับตัวคุณเองและบันทึกข้อมูลสำหรับสมาชิกในครอบครัวของคุณ คุณสามารถเพิ่มหรือลบข้อมูลในบันทึกข้อมูลสุขภาพที่คุณจัดการได้ตลอดเวลา

ในสหรัฐอเมริกา HealthVault จะกำหนดอีเมลแอดเดรส HealthVault ที่ไม่ซ้ำกันให้กับบันทึกข้อมูลสุขภาพแต่ละรายการ เมื่อคุณรับข้อความใดๆ ที่ส่งไปยังที่อยู่อีเมลนั้น ระบบจะเพิ่มข้อความและไฟล์แนบดังกล่าวเข้าในบันทึกข้อมูล HealthVault โดยอัตโนมัติ และส่งอีเมลแจ้งเตือนให้กับผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลนั้น บริการอีเมลใน HealthVault ใช้โพรโทคอล "โดยตรง" ซึ่งได้รับการออกแบบมาสำหรับการติดต่อสื่อสารกับผู้ให้บริการดูแลสุขภาพโดยเฉพาะ ด้วยเหตุนี้ อีเมลของ HealthVault จึงสามารถรับและส่งกับผู้ให้บริการที่ใช้ Direct protocol ผู้เก็บรักษาสามารถเพิ่มและปิดใช้งานอีเมลแอดเดรสของบันทึกข้อมูลได้

การแชร์ข้อมูลสุขภาพ. คุณค่าที่สำคัญของ HealthVault คือความสามารถในการแชร์ข้อมูลสุขภาพของคุณกับผู้คนและบริการที่จะช่วยทำให้คุณบรรลุเป้าหมายด้านสุขภาพของคุณได้ ตามค่าเริ่มต้น คุณคือผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลที่คุณสร้างขึ้น ผู้เก็บรักษาและมีสิทธิในการเข้าถึงบันทึกข้อมูลสุขภาพในระดับสูงสุด ในฐานะผู้เก็บรักษา คุณสามารถแชร์ข้อมูลในบันทึกข้อมูลสุขภาพกับคนอื่นๆ ได้ โดยส่งคำเชิญทางอีเมลผ่านทาง HealthVault คุณสามารถระบุชนิดของสิทธิ์ในการเข้าถึงที่พวกเขามีได้ (รวมทั้งสิทธิ์ในการเข้าถึงแบบผู้เก็บรักษา) ระยะเวลาที่พวกเขาเข้าถึง และให้พวกเขาสามารถแก้ไขข้อมูลในบันทึกได้หรือไม่ เมื่อคุณให้สิทธิ์ในการเข้าถึงกับใคร บุคคลนั้นจะสามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงในระดับเดียวกันกับผู้อื่นได้ (ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงแบบดูได้อย่างเดียว สามารถให้สิทธิ์ในการเข้าถึงแบบดูได้อย่างเดียวกับผู้อื่นได้เท่านั้น) เนื่องจากการให้สิทธิ์ในการเข้าถึงที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ผู้อื่นสามารถละเมิดความเป็นส่วนตัวของคุณ หรือแม้แต่เพิกถอนสิทธิ์ในการเข้าถึงบันทึกข้อมูลของคุณเองได้ คุณจึงควรระมัดระวังในการมอบสิทธิ์การเข้าถึงบันทึกของคุณ

คุณสามารถเลือกที่จะแชร์ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง (หรือข้อมูลทั้งหมด) ในบันทึกข้อมูลสุขภาพกับบริการอื่นๆ รวมถึงบริการของบริษัทภายนอกที่คุณอนุญาตให้เข้าร่วม บริการอื่นๆ จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณผ่านทาง HealthVault ได้ เว้นแต่ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตจะให้สิทธิในการเข้าถึงกับบริการนั้นผ่านทาง HealthVault HealthVault อนุญาตให้คุณควบคุมการเข้าถึง โดยการยอมรับหรือปฏิเสธคำขอ สำหรับบริการที่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงแต่ละบริการ คุณสามารถเลือกได้ว่าจะแชร์ข้อมูลสุขภาพใดในบันทึกข้อมูลสุขภาพที่ระบุ และเลือกสิทธิที่อนุญาตให้แต่ละบริการสามารถกระทำการกับข้อมูลสุขภาพดังกล่าวได้

บริการที่ได้รับอนุญาตสำหรับันทึกจะได้รับชื่อเต็มที่เชื่อมโยงกับบัญชี HealthVault ของคุณ ชื่อเล่นของบันทึกที่ได้รับอนุญาต และความสัมพันธ์ของคุณกับบันทึกนั้น บริการนั้นจะยังคงมีสิทธิ์ในการเข้าถึง HealthVault อย่างต่อเนื่อง จนกว่าคุณจะเพิกถอนสิทธิ์ดังกล่าว Microsoft สามารถเพิกถอนสิทธิในการเข้าถึง HealthVault ของบริการได้ หากข้อผูกมัดเรื่องความเป็นส่วนตัวของบริการดังกล่าวไม่สอดคล้องกับของ Microsoft อย่างไรก็ตาม นอกจากการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงของพวกเขาสำหรับข้อมูล HealthVault ของคุณแล้ว เราไม่ได้ควบคุมหรือตรวจสอบบริการของบริษัทภายนอก และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของแต่ละบริการอาจแตกต่างกันออกไป

รายงานถึง ผู้ให้บริการการดูแลสุขภาพ. ในสหรัฐอเมริกา เราอนุญาตให้ผู้ให้บริการการดูแลสุขภาพที่เข้าร่วมสามารถรับรายงานได้ ว่ามีผู้ใช้ข้อมูลที่พวกเขาส่งไปที่บันทึกข้อมูลในบริการ Microsoft Health หรือไม่ คุณลักษณะนี้รองรับวัตถุประสงค์เรื่อง "การใช้งานที่มีประโยชน์" ของกฏหมายสาธารณสุข HITECH ซึ่งจูงใจให้ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพส่งสำเนาข้อมูลทางการแพทย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ป่วย ผู้ให้บริการที่เข้าร่วมสามารถรับรายงานซึ่งรวมถึง หมายเลขที่ผู้ให้บริการใช้เพื่อระบุตัวภายในระบบของผู้ให้บริการ และผู้ใช้ได้กระทำ "การดำเนินการที่เหมาะสม" ใน HealthVault หรือไม่ (แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลว่าเป็นการกระทำใด) ในปัจจุบัน "การดำเนินการที่เหมาะสม" หมายรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การดู การดาวน์โหลด หรือการส่งข้อมูลสุขภาพทางอีเมล คุณสามารถปิดการรายงานสำหรับบันทึกข้อมูลของคุณได้

การเข้าถึงและการควบคุม. คุณสามารถตรวจทาน แก้ไข หรือลบข้อมูลบัญชี HealthVault ของคุณ หรือปิดบัญชี HealthVault ของคุณได้ตลอดเวลา เฉพาะผู้เก็บรักษาเท่านั้นที่สามารถลบรายการแบบถาวรได้ เมื่อคุณลบบันทึกข้อมูลสุขภาพ บันทึกข้อมูลนั้นจะถูกลบจากผู้ใช้ทั้งหมดที่มีสิทธิเข้าถึงบันทึกข้อมูลดังกล่าว

เมื่อคุณปิดบัญชี HealthVault ของคุณ เราจะลบบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่คุณเป็นผู้เก็บรักษาแต่เพียงผู้เดียว ถ้าคุณแชร์สิทธิในการเข้าถึงแบบผู้เก็บรักษาสำหรับบันทึกข้อมูลใดก็ตาม คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะลบบันทึกข้อมูลดังกล่าวหรือไม่ Microsoft จะรออยู่ในช่วงเวลาที่จำกัด ก่อนที่จะลบข้อมูลของคุณอย่างถาวร เพื่อช่วยให้คุณเลี่ยงปัญหาการลบข้อมูลสุขภาพของคุณโดยประสงค์ร้ายหรือโดยไม่ได้ตั้งใจ

HealthVault จัดเก็บประวัติการเข้าถึงแต่ละครั้ง การเปลี่ยนแปลงหรือลบโดยผู้ใช้และบริการต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งรวมถึง วันที่ การดำเนินการ และชื่อของบุคคลหรือบริการที่เข้าถึงด้วย ผู้เก็บรักษาของบันทึกข้อมูลสามารถตรวจสอบประวัติของบันทึกข้อมูลเหล่านั้นได้

การติดต่อสื่อสารทางอีเมล. เราจะใช้อีเมลแอดเดรสที่คุณให้ไว้ ในตอนที่คุณสร้างบัญชี HealthVault ของคุณ เพื่อส่งอีเมลคำขอให้คุณตรวจสอบความถูกต้องอีเมลแอดเดรสของคุณ เพื่อใส่ในคำเชิญให้เข้าร่วมการแชร์ข้อมูลที่คุณส่งผ่าน HealthVault และเพื่อส่งการแจ้งเตือนบริการต่างๆ ให้กับคุณ เช่น การแจ้งเตือนทางอีเมลว่าข้อมูลพร้อมให้คุณเพิ่มในบันทึกข้อมูล HealthVault ของคุณแล้ว

HealthVault จะส่งจดหมายข่าวให้กับคุณเป็นระยะๆ เพื่อให้คุณได้รับทราบเกี่ยวกับการปรับปรุงล่าสุด นอกจากนี้ HealthVault จะส่งอีเมลสรุปกิจกรรมล่าสุดให้กับคุณเป็นระยะๆ ด้วย นอกจากนี้ เรายังใช้อีเมลแอดเดรสของคุณเพื่อส่งอีเมลส่งเสริมการขาย ขึ้นอยู่กับการกำหนดลักษณะที่ติดต่อของคุณ คุณสามารถยกเลิกการสมัครใช้งานอีเมลนี้ได้ตลอดเวลา

maineuropeanprivacymodule,mainsecurityofpersonaldatamodule,mainwherewestoreandprocessdatamodule,mainourretentionofpersonaldatamodule,maincollectionofdatafromchildrenmodule,mainpreviewreleasesmodule,mainchangestothisprivacystatementmodule,mainhowtocontactusmodule mainenterpriseservicesmodule,mainenterprisedevsoftwareappsmodule,mainmicrosoftcognitiveservicesmodule mainofficeservicesmodule,mainonedrivemodule,mainoutlookmodule,mainskypemodule mainbingmodule,maincortanamodule,mainMicrosoftTranslatormodule,mainswiftkeymodule mainactivationmodule,mainadvertisingidmodule,maindiagnosticsmodule,mainlocationservicesmotionsensingmodule,mainsecurityandsafetyfeaturesmodule, mainspeechinkingtypingmodule, mainsyncsettingsmodule,mainupdateservicesmodule,mainwebbrowsersmodule,mainwi-fisensemodule,mainwindowsappsmodule,mainwindowsmediaplayermodule,mainwindowshellomodule,mainwindowssearchmodule mainxboxmodule,mainwindowsstoremodule,mainmainmodule,maingroovemusicmoviestvmodule,mainsilverlightmodule mainmicrosoftservicelongmodule,mainhealthvaultmodule
mainenterprisedeveloperproductsmodule
คุกกี้

ไซต์ Microsoft ส่วนใหญ่จะใช้ "คุกกี้" ซึ่งเป็นไฟล์ข้อความขนาดเล็กที่อ่านได้โดยเว็บเซิร์ฟเวอร์ในโดเมนที่นำคุกกี้ไปวางไว้ในฮาร์ดไดรฟ์ของคุณ เราอาจใช้คุกกี้ในการเก็บการตั้งค่าและการกำหนดลักษณะของคุณ ช่วยในการลงชื่อเข้าใช้งาน จัดเตรียมสื่อโฆษณาเป้าหมาย และวิเคราะห์การปฏิบัติงานของไซต์ คลิกที่นี่เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

การป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา

Microsoft ยึดปฏิบัติตามหลักการของกรอบการทำงานของการป้องกันความเป็นส่วนตัวระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา และระหว่างสวิตเซอร์แลนด์และสหรัฐอเมริกา หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม คลิกที่นี่